เสาร์. พ.ย. 23rd, 2019

วิเคราะห์ราคาทองคำ 7 พ.ย.62(ภาคเช้า) by YLG

โดย  : บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (YLG)

คำแนะนำ :

ถือสถานะซื้อต่อ หากราคาทองคำทะลุแนวต้านแรกโซน 1,493 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ เพื่อรอขายทำกำไรหากราคาดีดตัวขึ้นไม่ผ่านแนวต้านถัดไปบริเวณ 1,504 ดอลลาร์ต่อออนซ์

แนวรับ : 1,480 1,473 1,458  แนวต้าน : 1,493 1,504 1,516

จจัยพื้นฐาน :

ราคาทองคำวานนี้ปิดปรับตัวเพิ่มขึ้น  6.12  ดอลลาร์ต่อออนซ์  โดยราคาทองคำได้รับแรงหนุนจากความไม่แน่นอนเกี่ยวกับการเจรจาการค้าระลอกใหม่  หลังจาก Reuters รายงานโดยอ้างเจ้าหน้าที่รัฐบาลสหรัฐรายหนึ่งว่า การพบปะกันระหว่างประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และประธานาธิบดีสี จิ้นผิงของจีน เพื่อลงนามในข้อตกลงการค้า Phase 1 อาจมีการเลื่อนออกไปเป็นเดือนธ.ค. จากเดิมที่มีกำหนดในเดือนนี้ เนื่องจากทั้งสองฝ่ายยังคงต้องเจรจาการค้ากันต่อไป รวมทั้งหารือกันเกี่ยวกับการหาสถานที่ในการลงนามข้อตกลง  ข่าวดังกล่าวจึงชะลอแรงซื้อสินทรัพย์เสี่ยงในหมู่นักลงทุนเพื่อรอดูความคืบหน้าในการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐและจีน  ทำให้ตลาดหุ้นสหรัฐปิดตลาดแทบไม่เปลี่ยนแปลงวานนี้  โดยดัชนีดาวโจนส์ปิดลดลง 0.07 จุด หรือ -0.00% ขณะที่ดัชนี S&P500 ปิดเพิ่มขึ้น 2.16 จุด หรือ +0.07% และดัชนี Nasdaq ปิดลดลง 24.05 จุด หรือ -0.29%  อีกทั้งยังกระตุ้นให้นักลงทุนบางส่วนเริ่มทยอยกลับเข้าสะสมทองคำอีกครั้งหลังจากร่วงลงอย่างหนักในวันทำการก่อนหน้า  ขณะที่ดอลลาร์สหรัฐถูกแรงขายทำกำไรออกมาเช่นกัน  ส่งผลให้สกุลเงินดอลลาร์อ่อนค่าลงจนเป็นปัจจัยหนุนราคาทองคำเพิ่มเติม  สำหรับวันนี้ติดตามผลการประชุมธนาคารกลางอังกฤษ(BoE)  และการเปิดเผยจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ 

จจัยทางเทคนิค :

หากราคาทองคำยังไม่สามารถยืนเหนือโซนแนวต้าน 1,493 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ อาจทำให้เกิดการอ่อนตัวลง แต่หากผ่านได้ราคาจะขึ้นทดสอบแนวต้านถัดไปบริเวณ 1,504 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ทั้งนี้ หากราคาอ่อนตัวลงสามารถยืนเหนือโซนแนวรับ 1,480-1,473 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ก็จะเห็นการดีดตัวขึ้นอีกครั้ง

กลยุทธ์การลงทุน :

เน้นการซื้อขายทำกำไรระยะสั้น โดยรอดูบริเวณ 1,480-1,473 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หากไม่หลุดสามารถเข้าซื้อเก็งกำไรระยะสั้น เพื่อขายทำกำไรเมื่อราคาดีดตัวหรือบริเวณแนวต้าน 1,493 หรือ 1,504 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่หากราคาหลุดแนวรับดังกล่าวให้ชะลอการเข้าซื้ออกไปเพื่อประเมินสถานการณ์อีกครั้ง

ข่าวสารประกอบการลงทุน :

  • (+) สื่อตีข่าว”ทรัมป์-สีจิ้นผิง”เลื่อนการลงนามข้อตกลงการค้าเป็นเดือนหน้า  สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานโดยอ้างเจ้าหน้าที่รัฐบาลสหรัฐรายหนึ่งระบุว่า การพบปะกันระหว่างประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และประธานาธิบดีสี จิ้นผิงของจีน เพื่อลงนามในข้อตกลงการค้าเฟสแรก อาจมีการเลื่อนออกไปเป็นเดือนธ.ค. จากเดิมที่มีกำหนดในเดือนนี้ เนื่องจากทั้งสองฝ่ายยังคงต้องเจรจาการค้ากันต่อไป รวมทั้งหารือกันเกี่ยวกับการหาสถานที่ในการลงนามข้อตกลง ขณะนี้เจ้าหน้าที่ทั้งสองฝ่ายกำลังหารือเกี่ยวกับการหาสถานที่ลงนามข้อตกลง โดยมีการเสนอชื่อหลายประเทศในเอเชียและยุโรป ได้แก่ กรีซ สวีเดน สวิตเซอร์แลนด์ อลาสก้า อย่างไรก็ดี เจ้าหน้าที่ระบุว่า รัฐไอโอวา ซึ่งปธน.ทรัมป์เสนอให้เป็นสถานที่ลงนามข้อตกลงนั้น ขณะนี้มีแนวโน้มว่าจะไม่ได้รับการคัดเลือก
  • (+) อดีตรมว.คลังสหรัฐชี้ข้อตกลงการค้าเฟสแรกของสหรัฐ-จีนอาจไม่ช่วยแก้ปัญหาเศรษฐกิจโลก  นายแลร์รี่ ซัมเมอร์ส อดีตรมว.คลังสหรัฐ ได้แสดงความเห็นในวันนี้ว่า ข้อตกลงการเฟสแรกที่สหรัฐและจีนคาดว่าจะลงนามนั้น อาจจะไม่ได้ช่วยแก้ปัญหาทั้งหมดที่เศรษฐกิจโลกกำลังเผชิญอยู่ในขณะนี้ นายซัมเมอร์สกล่าวว่า เขาสนับสนุนข้อตกลงดังกล่าว แต่เขาคิดว่า สหรัฐกำลังหลอกตัวเองถ้าคิดว่าพิธีลงนามการค้าครั้งเดียวจะช่วยแก้ปัญหาเศรษฐกิจโลก เพราะมีประเด็นที่ลึกกว่าและใหญ่กว่าที่กำลังขัดขวางการขยายตัวอย่างรวดเร็วของเศรษฐกิจโลก นายซัมเมอร์สระบุด้วยว่า แม้ว่าทั้งสองฝ่ายจะลงนามในข้อตกลงบางส่วนตามแผนที่วางไว้ แต่ก็จะยังคงมีความตึงเครียดและความไม่แน่นอนอย่างมากระหว่างทั้งสองประเทศ ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลก  ความเห็นของอดีตรมว.คลังสหรัฐสอดคล้องกับบรรดานักวิเคราะห์และผู้บริหารบริษัทเอกชนที่ได้แสดงความกังวลเกี่ยวกับการที่จีนขโมยทรัพย์สินทางปัญญาของสหรัฐ และการบังคับถ่ายโอนเทคโนโลยีว่า โดยเชื่อว่าปัญหาดังกล่าวจะใช้เวลานานในการแก้ไข
  • (+) ประธานเฟดชิคาโกเตือนอัตราดอกเบี้ยปัจจุบันยังไม่เพียงพอรับมือเหตุการณ์ช็อกในอนาคต  นายชาร์ลส์ อีแวนส์ ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) สาขาชิคาโก กล่าวว่า อัตราดอกเบี้ยในระดับปัจจุบันได้ช่วยหนุนเศรษฐกิจสหรัฐ แต่ยังไม่เพียงพอที่จะรับมือกับเหตุการณ์ตื่นตระหนกที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต
  • (+) ดอลลาร์อ่อนค่าจากแรงขายทำกำไร หลังดีดตัวรับความคืบหน้าเจรจาการค้า  ดอลลาร์อ่อนค่าในวันนี้ จากแรงขายทำกำไรของนักลงทุน หลังจากดีดตัวขึ้นวานนี้ ขานรับความคืบหน้าในการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐและจีน ณ เวลา 22.07 น.ตามเวลาไทย ดอลลาร์ร่วงลง 0.14% สู่ระดับ 109.00 เยน ขณะที่ยูโรปรับตัวลง 0.07% สู่ระดับ 120.78 เยน และขยับขึ้น 0.05% สู่ระดับ 1.1080 ดอลลาร์ ส่วนดัชนีดอลลาร์ ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน ลบ 0.12% สู่ระดับ 97.86 ดอลลาร์ถูกกดดันจากแรงขายทำกำไร หลังจากพุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 1 สัปดาห์เหนือระดับ 109 เยนในการซื้อขายวานนี้ที่ตลาดนิวยอร์ก นักลงทุนจับตาความคืบหน้าในการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐและจีน ขณะที่จีนเรียกร้องให้สหรัฐยกเลิกภาษีนำเข้าสินค้าบางส่วน ก่อนที่จะมีการลงนามข้อตกลงการค้าเฟสแรก
  • (+/-) ดาวโจนส์ปิดทรงตัว วิตกข่าวสหรัฐ-จีนเลื่อนลงนามข้อตกลงการค้า  ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดทรงตัวเมื่อคืนนี้ (6 พ.ย.) ท่ามกลางการซื้อขายที่ซบเซา หลังจากมีรายงานว่า การลงนามข้อตกลงการค้าเฟสแรกระหว่างผู้นำสหรัฐและจีนอาจจะเลื่อนออกไปเป็นเดือนธ.ค. อย่างไรก็ดี ดัชนี S&P500 ดีดตัวขึ้นปิดในแดนบวก โดยได้แรงหนุนจากคำสั่งซื้อหุ้นกลุ่มธุรกิจสุขภาพ หลังจากซีวีเอส เฮลธ์ คอร์ป ซึ่งเป็นบริษัทจำหน่ายยารายใหญ่ของสหรัฐ เปิดเผยผลประกอบการที่แข็งแกร่งในไตรมาส 3 ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 27,492.56 จุด ลดลง 0.07 จุด หรือ -0.00% ขณะที่ดัชนี S&P500 ปิดที่ 3,076.78 จุด เพิ่มขึ้น 2.16 จุด หรือ +0.07% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 8,410.63 จุด ลดลง 24.05 จุด หรือ -0.29%