ข้ามไปยังทูลบาร์
กันยายน 19, 2020

วิเคราะห์ราคาทองคำ 7 พ.ค.63(ภาคเช้า) by YLG

Spread the love

โดย  : บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (YLG)

คำแนะนำ :

หากราคาทองคำสามารถยืนเหนือบริเวณ 1,680-1,668 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้อย่างแข็งแกร่ง สามารถเข้าซื้อเพื่อรอขายทำกำไรหากไม่ผ่านบริเวณแนวต้าน 1,706-1,722 ดอลลาร์ต่อออนซ์

แนวรับ : 1,680 1,668 1,657 แนวต้าน : 1,706 1,722 1,736

จจัยพื้นฐาน :

ราคาทองคำวานนี้ปิดปรับตัวลดลง 21.20 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หรือ -1.2% โดยได้รับแรงกดดันจากการแข็งค่าของดอลลาร์  หลัง ADP เปิดเผยว่า การจ้างงานของภาคเอกชนสหรัฐลดลง 20,236,000 ตำแหน่งในเดือนเม.ย.แม้จะเป็นตัวเลขที่ย่ำแย่ที่สุดนับตั้งแต่มีการบันทึกข้อมูลในปี 2002 แต่กลับออกมาดีกว่าที่นักวิเคราะห์คาดไว้ว่าจะลดลงมากถึง 20,500,000 ตำแหน่ง  นอกจากนี้ดอลลาร์ยังได้รับแรงหนุนเพิ่มจากการอ่อนค่าของยูโร  ทั้งนี้  ยูโรได้รับแรงกดดันทั้งจากการที่ศาลเยอรมนีสั่งสอบธนาคารกลางยุโรป(ECB) กรณีซื้อสินทรัพย์ตามมาตรการ QE รวมไปถึงการที่คณะกรรมาธิการยุโรป(EC) คาดว่า GDP ของสหภาพยุโรป(EU) จะหดตัว -7.4% ในปี 2020 สถานการณ์ดังกล่าวกดดันให้ราคาทองคำดิ่งลงแตะระดับต่ำสุดบริเวณ 1,680.90 ดอลลาร์ต่อออนซ์ในระหว่างวัน  ก่อนที่ราคาจะเริ่มฟื้นตัวขึ้นในช่วงปลายตลาด โดยได้รับแรงหนุนจากการปรับตัวลดลงของตลาดหุ้นสหรัฐท่ามกลางความวิตกเกี่ยวกับตลาดแรงงาน และความตึงเครียดระหว่างสหรัฐและจีนที่ยังคงดำเนินต่อไป ล่าสุดประธานาธิบดีทรัมป์ออกมากดดันจีนเพิ่มด้วยการระบุว่า “กำลังจับตาอย่างใกล้ชิด” ว่าจีนจะซื้อผลิตภัณฑ์ของสหรัฐในระดับที่สอดคล้องกับข้อตกลงการค้าเฟส 1 หรือไม่  นั่นทำให้มีแรงซื้อทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยเข้ามาช่วยพยุงราคาเอาไว้  ด้านกองทุน SPDR ถือครองทองคำลดลง -0.59 ตัน สำหรับวันนี้ติดตามผลการประชุมธนาคารกลางอังกฤษ (BoE) และการเปิดเผยจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงาน, ประสิทธิภาพการผลิตและประสิทธิภาพต้นทุนแรงงานต่อหน่วย

จจัยทางเทคนิค :

ราคาทองคำเคลื่อนไหวในกรอบ ระยะสั้นพยายามขึ้นไปทดสอบแนวต้านในโซน  1,706 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หากยืนได้แข็งแกร่ง ทำให้ประเมินว่า ยังคงมีโอกาสปรับตัวขึ้นไปทดสอบ แนวต้านถัดไป 1,722 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ขณะที่แนวรับนั้นอยู่ในบริเวณ 1,680-1,668 ดอลลาร์ต่อออนซ์

กลยุทธ์การลงทุน :

ลงทุนระยะสั้นจากการแกว่งตัว  โดยเปิดสถานะซื้อหากราคาอ่อนตัวลงมาในโซน 1,680-1,668 ดอลลาร์ต่อออนซ์ พร้อมลดการลงทุนหากราคาหลุด 1,668 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ทั้งนี้อาจพิจารณาแบ่งทองคำออกขายทำกำไรบางส่วนหากราคาทองคำไม่ผ่านแนวต้านที่ 1,706-1,722 ดอลลาร์ต่อออนซ์

ข่าวสารประกอบการลงทุน :

  • (+) “ทรัมป์”ชี้อาจรู้ในอีก 1 หรือ 2 สัปดาห์ว่าจีนยึดมั่นต่อข้อตกลงการค้าหรือไม่  เมื่อวานนี้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐระบุว่า เขาจะสามารถรายงานได้ในอีกประมาณ 1 หรือ 2 สัปดาห์ว่า จีนดำเนินการตามพันธสัญญาภายใต้ข้อตกลงการค้าระยะที่ 1 ที่ทั้ง 2 ประเทศลงนามในเดือนม.ค.ก่อนโควิด-19 ระบาดไปทั่วโลกหรือไม่  ปธน.ทรัมป์ ซึ่งคณะบริหารของเขากำลังพิจารณาดำเนินการลงโทษจีนประเด็นการรับมือเบื้องต้นต่อการระบาดของโควิด-19 ขณะที่ความเสียหายทางเศรษฐกิจเพิ่มสูงขึ้น ระบุว่า เขา “กำลังจับตาอย่างใกล้ชิด” ว่า จีนจะดำเนินการตามพันธสัญญาในการเพิ่มการซื้อสินค้าสหรัฐภายใต้ข้อตกลงการค้าหรือไม่  เขาระบุว่า จีนซื้อผลิตภัณฑ์เกษตรของอเมริกาจำนวนมาก แต่ตั้งคำถามว่า การซื้อดังกล่าวอยู่ในระดับที่สอดคล้องกับพันธสัญญาในการซื้อสินค้าเกษตรและการผลิต, พลังงาน และบริการของสหรัฐในข้อตกลงการค้าหรือไม่
  • (+) ดาวโจนส์ปิดลบ 218.45 จุด วิตกตลาดแรงงานสหรัฐทรุดจากพิษโควิด-19  ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดลบเมื่อคืนนี้ (6 พ.ค.) หลังจากมีรายงานว่าตัวเลขจ้างงานของภาคเอกชนสหรัฐร่วงลงกว่า 20 ล้านตำแหน่งในเดือนเม.ย. ซึ่งทำให้นักลงทุนวิตกกังวลเกี่ยวกับการทรุดตัวของตลาดแรงงาน อันเนื่องมาจากผลกระทบของไวรัสโควิด-19 ที่แพร่ระบาดอย่างหนัก อย่างไรก็ดี ดัชนี Nasdaq ปิดในแดนบวก โดยได้แรงหนุนจากคำสั่งซื้อหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี  ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 23,664.64 จุด ลดลง 218.45 จุด หรือ -0.91% ขณะที่ดัชนี S&P500 ปิดที่ 2,848.42 จุด ลดลง 20.02 จุด หรือ -0.70% ส่วนดัชนี Nasdaq ปิดที่ 8,854.39 จุด เพิ่มขึ้น 45.27 จุด หรือ +0.51%
  • (-) สหรัฐเตรียมออกบอนด์ 20 ปีหารายได้สนับสนุนมาตรการเยียวยาโควิด-19  กระทรวงการคลังสหรัฐเปิดเผยในวันนี้ว่า ทางกระทรวงจะออกพันธบัตรอายุ 20 ปีงวดใหม่เพื่อนำรายได้มาสนับสนุนมาตรการของรัฐบาลสหรัฐในการเยียวยาภาคธุรกิจและประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19  ทั้งนี้ กระทรวงการคลังจะทำการประมูลพันธบัตรอายุ 20 ปี วงเงิน 2 หมื่นล้านดอลลาร์ในวันที่ 20 พ.ค. รวมทั้งจะจำหน่ายพันธบัตรวงเงิน 1.7 หมื่นล้านดอลลาร์ทั้งในเดือนมิ.ย.และก.ค.  การประมูลพันธบัตรอายุ 20 ปีดังกล่าวถือเป็นครั้งแรกของกระทรวงการคลังสหรัฐนับตั้งแต่ช่วงทศวรรษ 1980
  • (-) ยูโรอ่อนเทียบดอลล์ วิตกศาลเยอรมนีสั่งสอบ ECB กรณีซื้อสินทรัพย์ตามมาตรการ QE  สกุลเงินยูโรอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (6 พ.ค.) หลังจากมีรายงานว่า ศาลรัฐธรรมนูญเยอรมนีขีดเส้นตายเป็นเวลา 3 เดือนให้ธนาคารกลางยุโรป (ECB) ชี้แจงการซื้อสินทรัพย์ตามมาตรการ QE  ยูโรอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.0803 ดอลลาร์ จากระดับ 1.0851 ดอลลาร์ ขณะที่เงินปอนด์อ่อนค่าลงแตะที่ระดับ 1.2344 ดอลลาร์ จากระดับ 1.2450 ดอลลาร์ ส่วนดอลลาร์ออสเตรเลียอ่อนค่าลงสู่ระดับ 0.6415 ดอลลาร์สหรัฐ จากระดับ 0.6457 ดอลลาร์สหรัฐ  แต่ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าเมื่อเทียบกับเงินเยน ที่ระดับ 106.07 เยน จากระดับ 106.49 เยน
  • (-) โควิด-19 ฉุดการจ้างงานภาคเอกชนสหรัฐวูบกว่า 20 ล้านตำแหน่งในเม.ย.  ออโตเมติก ดาต้า โพรเซสซิ่ง อิงค์ (ADP) และมูดี้ส์ อนาลิติกส์ เปิดเผยว่า การจ้างงานของภาคเอกชนสหรัฐลดลง 20,236,000 ตำแหน่งในเดือนเม.ย. ซึ่งเป็นภาวะการจ้างงานที่ย่ำแย่ที่สุดนับตั้งแต่มีการบันทึกข้อมูลในปี 2545 แต่ยังดีกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะลดลง 22,000,000 ตำแหน่ง หลังจากลดลง 149,000 ตำแหน่งในเดือนมี.ค.
  • (-) EC คาดโควิด-19 ทุบเศรษฐกิจ EU หดตัว 7.4% ปีนี้    นายวาลดิส ดอมบรอฟสกิส รองประธานคณะกรรมาธิการยุโรป (EC) ซึ่งเป็นองค์กรบริหารของสหภาพยุโรป (EU) กล่าวว่า เศรษฐกิจของ EU จะหดตัว 7.4% ในปีนี้ ซึ่งเป็นการทรุดตัวรุนแรงที่สุดนับตั้งแต่ช่วงเศรษฐกิจตกต่ำครั้งใหญ่ในทศวรรษ 1930 โดยได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19