พฤหัส. พ.ย. 21st, 2019

วิเคราะห์ราคาทองคำ 7 ต.ค.62(ภาคเช้า) by HGF

โดย  : บริษัท ฮั่วเซ่งเฮง โกลด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (HGF)

สัปดาห์ที่ผ่านมาราคาทองคำผันผวน

สัปดาห์นี้ติดตามการเจรจาการค้าสหรัฐและจีน

แนวโน้มราคาทองคำคาดเคลื่อนไหวในกรอบ 1,495-1,515 ดอลลาร์

  • สัปดาห์ที่ผ่านมาราคาทองคำ Spot ปรับลงแรงทำจุดต่ำสุดในรอบ 2 เดือนที่ 1,459 ดอลลาร์ หลังจากหลุดแนวรับสำคัญทางด้านเทคนิคที่ 1,485 ดอลลาร์/ออนซ์ ประกอบกับความกังวลประเด็นสงครามการค้าระหว่างสหรัฐและจีนลดลง ซึ่งทั้ง 2 ประเทศจะมีการเจรจาการค้าในวันที่ 10-11 ต.ค. อย่างไรก็ดีในช่วงกลางสัปดาห์ราคาทองคำปรับขึ้นต่อเนื่องทำจุดสูงสุดที่ 1,520 ดอลลาร์ เนื่องจากการจ้างงานของสหรัฐเดือนก.ย.ต่ำกว่าที่ตลาดคาด ดัชนี PMI ภาคการผลิตและภาคบริการของสหรัฐเดือนก.ย.อ่อนแอ ทางด้านกองทุน SPDR ซื้อทองคำ 0.88 ตันในสัปดาห์ที่ผ่านมา
  • สัปดาห์นี้ติดตามการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐและจีน การเปิดเผยรายงานการประชุม FOMC ซึ่งเป็นการประชุมวันที่ 17-18 ก.ย. ซึ่งเฟดมีมติลดอัตราดอกเบี้ย 0.25% ส่วนตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐที่จะประกาศสัปดาห์นี้ ได้แก่ ดัชนีราคาผู้ผลิตและดัชนีราคาผู้บริโภค เดือนก.ย. จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนต.ค.
  • แนวโน้มราคาทองคำคาดเคลื่อนไหวในกรอบ 1,495-1,515 ดอลลาร์ โดยราคาทองคำมีแนวต้าน 1,515  ดอลลาร์ และแนวต้านสำคัญที่ 1,525 ดอลลาร์ ซึ่งคาดว่าจะมีแรงเทขายออกมาเมื่อเข้าใกล้แนวต้านดังกล่าว

ราคาทองคำตลาดโลก

Close chg. Support Resistance
1,504.65 -0.45 1,495/1,490 1,515/1,525

ราคาทองคำแท่ง 96.5%

Close chg. Support Resistance
21,700 -50 21,600/21,550 21,800/21,900

โกลด์ฟิวเจอร์ส

Close chg Support Resistance
21,820 -70 21,720/21,670 21,890/22,040

เทรดดิ้งระยะสั้นแนะนำซื้อขายตามกรอบราคาทอง Spot ระหว่าง 1,495-1,515 ดอลลาร์ (GF 21,720-21,890 บาท)

โกลด์ออนไลน์ฟิวเจอร์

Close chg Support Resistance
1,517.40 -2.10 1,505/1,500 1,525/1,535

เทรดดิ้งระยะสั้นแนะนำซื้อขายตามกรอบราคา GOZ19 ระหว่าง 1,505-1,525 ดอลลาร์

ค่าเงินบาท

เงินบาทในวันนี้คาดจะเคลื่อนไหวในกรอบแคบลง หลังจากแข็งค่าขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเงินดอลลาร์เมื่อเทียบกับเงินสกุลหลักยังอ่อนค่าลง เนื่องจากการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐเดือนก.ย.ต่ำกว่าที่ตลาดคาด โดย USD Futures คาดจะมีแนวรับที่  30.40 บาท/ดอลลาร์ ขณะที่มีแนวต้านที่  30.46 บาท/ดอลลาร์

News

ตลาดการเงินต่างประเทศ : ดอลล์อ่อนค่า หลังตลาดปรับตัวรับข้อมูลจ้างงานสหรัฐ,เก็งเฟดลดดอกเบี้ย

          ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินสำคัญๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนวันศุกร์นี้ (4 ต.ค.) เนื่องจากนักลงทุนปรับตัวรับการเปิดเผยข้อมูลการจ้างงานในสหรัฐที่เพิ่มขึ้นต่ำกว่าคาดในเดือนก.ย. ซึ่งสนับสนุนแนวโน้มที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงอีกในช่วงสิ้นเดือนนี้ ดัชนีดอลลาร์ ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน ลบ 0.06% สู่ระดับ 98.8042

ตลาดโลหะมีค่าต่างประเทศ : ทองปิดลบ 9 เซนต์ เหตุนลท.เทขาย หลังตลาดหุ้นสหรัฐพุ่งขึ้น

          สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดลบเมื่อคืนวันศุกร์ที่ผ่านมา (4 ต.ค.) เนื่องจากนักลงทุนเทขายทองในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย หลังจากตลาดหุ้นสหรัฐพุ่งขึ้นขานรับการเปิดเผยตัวเลขจ้างงานเพิ่มขึ้น สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนธ.ค. ลดลง 0.9 ดอลลาร์ หรือ 0.06% ปิดที่ 1,512.9 ดอลลาร์/ออนซ์ สัญญาโลหะเงินส่งมอบเดือนธ.ค. ลดลง 5.1 เซนต์ หรือ 0.29% ปิดที่ 17.625 ดอลลาร์/ออนซ์

ตลาดน้ำมันดิบต่างประเทศ : น้ำมัน WTI ปิดบวก 36 เซนต์ ข้อมูลจ้างงานสหรัฐช่วยคลายวิตกภาวะเศรษฐกิจ

          สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดบวกเมื่อคืนวันศุกร์ที่ผ่านมา (4 ต.ค.) โดยได้ปัจจัยหนุนจากการที่สหรัฐเปิดเผยข้อมูลการจ้างงานนอกภาคเกษตรเพิ่มขึ้นในเดือนก.ย. ซึ่งช่วยคลายความวิตกที่ว่า การชะลอตัวของภาวะเศรษฐกิจโลก อาจจะกระทบความต้องการพลังงาน สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนพ.ย. เพิ่มขึ้น 36 เซนต์ หรือ 0.7% ปิดที่ 52.81 ดอลลาร์/บาร์เรล         สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ส่งมอบเดือนธ.ค. เพิ่มขึ้น 66 เซนต์ หรือ 1.1% ปิดที่ 58.37 ดอลลาร์/บาร์เรล

ตลาดหุ้นต่างประเทศ : ดาวโจนส์ปิดพุ่ง 372.68 จุด ขานรับตัวเลขจ้างงานเพิ่ม

          ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (4 ต.ค.) เนื่องจากนักลงทุนคลายความวิตกที่ว่าเศรษฐกิจสหรัฐจะเข้าสู่ภาวะเศรษฐกิจถดถอย หลังจากกระทรวงแรงงานสหรัฐรายงานตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรเพิ่มขึ้นในเดือนก.ย. และตลาดยังขานรับการคาดการณ์ที่ว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงอีกในเดือนนี้  ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 26,573.72 จุด พุ่งขึ้น 372.68 จุด หรือ +1.42%, ดัชนี S&P500 ปิดที่ 2,952.01 จุด เพิ่มขึ้น 41.38 จุด หรือ +1.42% และ ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 7,982.47 จุด ปรับตัวขึ้น 110.21 จุด หรือ +1.40%

EU ยันข้อเสนอ Brexit ของนายกฯอังกฤษยังคงมีปัญหา

          นายฌอง-คล็อด ยุงเกอร์ ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป (EC) ซึ่งเป็นองค์กรบริหารของสหภาพยุโรป (EU) ออกแถลงการณ์ระบุว่า ข้อเสนอเกี่ยวกับการแยกตัวของอังกฤษออกจาก EU (Brexit) ที่นายบอริส จอห์นสัน นายกรัฐมนตรีอังกฤษ ยื่นต่อ EU ยังคงมีปัญหาหลายประการที่ต้องแก้ไข และทั้งสองฝ่ายจำเป็นต้องมีการเจรจากันต่อไป   “ข้อเสนอดังกล่าวไม่ได้สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ทั้งหมดของนโยบาย backstop ซึ่งก็คือ การป้องกันไม่ให้มีการกลับไปใช้มาตรการควบคุมชายแดนไอร์แลนด์เหนือและสาธารณรัฐไอร์แลนด์อย่างเข้มงวด, การรักษาไว้ซึ่งความร่วมมือระหว่างไอร์แลนด์เหนือและสาธารณรัฐไอร์แลนด์, การรักษาเศรษฐกิจบนเกาะไอร์แลนด์, การปกป้องระบบตลาดเดี่ยวของ EU และการให้ไอร์แลนด์ยังคงอยู่ในตลาดเดี่ยวต่อไป” แถลงการณ์ระบุ  คำกล่าวของนายยุงเกอร์สอดคล้องกับความเห็นของเจ้าหน้าที่ EU รายหนึ่งที่ว่า ข้อเสนอของนายจอห์นสันไม่สามารถดำเนินการได้ และเป็นการถอยหลังเข้าคลอง ซึ่งจะยิ่งทำให้อังกฤษและ EU มีความขัดแย้งกันมากยิ่งขึ้น   เจ้าหน้าที่รายนี้ระบุว่า ข้อเสนอดังกล่าวไม่ได้เสนอทางออกสำหรับการแก้ไขปัญหาชายแดนระหว่างไอร์แลนด์เหนือและสาธารณรัฐไอร์แลนด์ ทันทีที่ไอร์แลนด์เหนือแยกตัวออกจากสหภาพศุลกากร EU ทั้งนี้ นโยบาย backstop ถือเป็นประเด็นที่อ่อนไหวที่สุดในข้อตกลง Brexit โดยกลุ่มผู้สนับสนุนให้อังกฤษแยกตัวจาก EU ต่างมีความกังวลว่า การใช้นโยบาย backstop จะเป็นการผูกมัดให้อังกฤษจะต้องปฏิบัติตามกฎระเบียบของ EU อย่างไม่มีกำหนด  ทางด้านนายจอห์นสันยืนยันว่า หาก EU ไม่รับข้อเสนอดังกล่าว อังกฤษก็จะไม่เจรจาเพิ่มเติม และจะออกจาก EU ตามกำหนดเดิมในวันที่ 31 ต.ค. โดยไม่มีการทำข้อตกลง

“ปูติน”เผยรัสเซียช่วยจีนสร้างระบบเตือนภัยขีปนาวุธ เหน็บสหรัฐถอนตัวจากสนธิสัญญา INF

          นายวลาดิเมียร์ ปูติน ประธานาธิบดีรัสเซียเปิดเผยว่า รัสเซียกำลังให้ความช่วยเหลือจีนในการพัฒนาระบบเตือนภัยล่วงหน้าเพื่อต่อต้านขีปนาวุธ ขณะเดียวกันปูตินได้วิพากษ์วิจารณ์สหรัฐที่ถอนตัวออกจากสนธิสัญญาควบคุมอาวุธนิวเคลียร์พิสัยกลาง (INF) ปธน.ปูตินยืนยันในระหว่างการกล่าวปาฐกถาในที่ประชุม Valdai Club ซึ่งเป็นการประชุมของกลุ่มผู้เชี่ยวชาญด้านนโยบายต่างประเทศที่จัดขึ้นในเมืองโซชิของรัสเซียเมื่อคืนนี้ ปธน.ปูติน กล่าวว่า ขณะนี้รัสเซียกำลังให้ความช่วยเหลือจีนในการสร้างระบบเตือนภัยขีปนาวุธ ซึ่งสามารถเตือนภัยล่วงหน้าก่อนที่จะถูกโจมตีด้วยขีปนาวุธ ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งที่จะช่วยเพิ่มศักยภาพทางการทหารให้กับจีน เนื่องจากขณะนี้มีเพียงสหรัฐและรัสเซียเท่านั้นที่มีระบบดังกล่าว นอกจากนี้ ปธน.ปูตินยังกล่าวด้วยว่า การที่ปธน.โดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐได้ตัดสินใจถอนตัวออกจากสนธิสัญญา INF ซึ่งจัดทำขึ้นในปี 2530 นั้น ได้ทำให้เสถียรภาพทางยุทธศาสตร์ของนานาประเทศอ่อนแอลง ทั้งนี้ สนธิสัญญา INF มีเป้าหมายที่จะป้องกันไม่ให้ทั้งสหรัฐและรัสเซีย ติดตั้งฐานยิงขีปนาวุธภาคพื้นดินระยะสั้นและระยะกลางในยุโรป โดยสหรัฐได้ส่งสัญญาณความพร้อมที่จะถอนตัวออกจากสนธิสัญญาดังกล่าวตั้งแต่เมื่อ 6 เดือนก่อน และต่อมาได้ประกาศถอนตัวออกจากสนธิสัญญา INF กับรัสเซียเมื่อวันที่ 2 ส.ค. โดยกล่าวหาว่ารัสเซียเป็นฝ่ายละเมิดข้อตกลง ขณะที่รัสเซียได้ออกมาปฏิเสธข้อกล่าวหาดังกล่าว

“ทรัมป์” ลงนามคำสั่งประธานาธิบดีเพื่อหนุนโครงการประกันสุขภาพของบริษัทเอกชน

          ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์แห่งสหรัฐได้ลงนามในคำสั่งด้านการดูแลสุขภาพ โดยให้คำมั่นว่าจะ “ปกป้องและปรับปรุง” โครงการเมดิแคร์ โดยเฉพาะแผนประกันสุขภาพผู้สูงอายุ Medicare Advantage ที่เสนอโดยบริษัทประกันภาคเอกชน คำสั่งประธานาธิบดีซึ่งเป็นทางเลือกแทนกฎหมาย Medicare for All Act ปี 2562 ที่เสนอโดยนายเบอร์นี แซนเดอร์ส ผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีจากพรรคเดโมแครตนั้น ถูกมองว่าเป็นความพยายามของปธน.ทรัมป์ เพื่อที่จะดึงดูดผู้มีสิทธิลงคะแนนเสียงในการเลือกตั้งปี 2563 ซึ่งการประกันสุขภาพถือเป็นเรื่องสำคัญ “โครงการเมดิแคร์กำลังถูกคุกคามอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน” ปธน.ทรัมป์กล่าวกับบรรดาผู้ฟังเมื่อวานนี้ที่เดอะวิลเลจส์ ซึ่งเป็นชุมชนของผู้เกษียณอายุในรัฐฟลอริดา สมาชิกพรรคเดโมแครตเกือบทุกคนในวอชิงตันสนับสนุนการเทคโอเวอร์โครงการดูแลสุขภาพขนานใหญ่ของรัฐบาล ซึ่งจะทำให้โครงการเมดิแคร์หายไปโดยสิ้นเชิง” ทั้งนี้ คำสั่งดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อให้บริษัทประกันของเอกชนมีความยืดหยุ่นมากขึ้นภายใต้กรอบโครงการ Medicare Advantage เพื่อมอบสิทธิประโยชน์เพิ่มเติมและบริการ telehealth และ ปรับปรุงกระบวนการสำหรับผู้สูงอายุในการลงทะเบียนสำหรับแผนประกันสุขภาพต่างๆ คำสั่งดังกล่าวจะอนุญาตให้ผู้ลงทะเบียนในโครงการ Medicare Advantage ได้รับเงินสดหรือเงินคืน เพื่อจูงใจให้พวกเขาแสวงหาการดูแลที่มีมูลค่าสูง สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า ปธน.ทรัมป์ได้เปิดเผยเพียงเล็กน้อยเกี่ยวกับแผนกฎหมายเฉพาะด้านการดูแลสุขภาพ แต่เขากลับโจมตีคู่แข่งจากพรรคเดโมแครตว่า กำลังจะช่วงชิงทางเลือกที่มีอยู่ในปัจจุบันในด้านเมดิแคร์, รวมศูนย์อำนาจมากขึ้นในวอชิงตัน และทำร้ายผู้อาวุโสและผู้ที่ได้รับผลประโยชน์จากโครงการเมดิแคร์