ข้ามไปยังทูลบาร์
กันยายน 27, 2020

วิเคราะห์ราคาทองคำ 6 ม.ค.63(ภาคเช้า) by HGF

Spread the love

โดย  : บริษัท ฮั่วเซ่งเฮง โกลด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด(HGF)

ทองคำสัปดาห์แรกของปี 2563 ปรับขึ้นร้อนแรง

สัปดาห์นี้ติดตามสถานการณ์ตะวันออกกลาง การจ้างงานสหรัฐ

ทองคำคาดปรับขึ้นต่อ จากสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลาง

  • ราคาทองคำ Spot สัปดาห์แรกของปี 2563 ปรับขึ้นอย่างต่อเนื่อง และเช้าวันนี้ราคาทองคำปรับขึ้นทำจุดสูงสุดในรอบ 6 ปีที่  1,587 ดอลลาร์ ซึ่งทองคำได้รับปัจจัยหนุนจากสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลาง  หลังสหรัฐได้ใช้ปฎิบัติการโจมตีทางอากาศในช่วงเช้าวันศุกร์ที่ผ่านมา ส่งผลให้ผู้บัญชาการกองกำลัง Quds Force ของอิหร่าน และรองผู้นำกองกำลังฮาชด์ชาบีของอิรักเสียชีวิต ประกอบกับแรงซื้อทองคำจากเอเชียก่อนตรุษจีน รวมทั้งเทรดเดอร์ในต่างประเทศกลับมาซื้อขายหลังจากหยุดพักร้อนในช่วงคริสต์มาสและปีใหม่ ส่วนการค้าระหว่างสหรัฐและจีน ทางประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ยืนยันว่าสหรัฐจะลงนามข้อตกลงการค้าเฟสแรกกับจีนในวันที่ 15 ม.ค.
  • สัปดาห์นี้ติดตามสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลาง การจ้างงานของสหรัฐเดือนธ.ค. ซึ่งตลาดคาดการจ้างงานภาคเอกชน ADP และการจ้างงานนอกภาคเกษตรเดือนธ.ค.จะเพิ่มขึ้น 160,000 ตำแหน่ง และ 150,000 ตำแหน่ง ตามลำดับ
  • แนวโน้มราคาทองคำคาดปรับขึ้นได้ต่อ จากสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลาง ซึ่งอิหร่านประกาศยุติการปฏิบัติตามข้อจำกัดในข้อตกลงนิวเคลียร์ทั้งหมดที่ทำไว้ในปี 2558 และประธานาธิบดีทรัมป์ประกาศจะคว่ำบาตรอิหร่าน ทองคำมีแนวต้านที่ 1,550 ดอลลาร์ และ 1,556 ดอลลาร์ ขณะที่มีแนวรับที่ 1,550 ดอลลาร์ และ 1,535 ดอลลาร์

ราคาทองคำตลาดโลก

Close chg. Support Resistance
1,552.11 +23.21 1,550/1,535 1,580/1,600

ราคาทองคำแท่ง 96.5%

Close chg. Support Resistance
22,150 +100 22,150/22,000 22,500/22,700

โกลด์ฟิวเจอร์ส

Close chg Support Resistance
22,280 +30 22,270/22,120 22,670/22,850

การเข้าซื้อเก็งกำไรแนะนำเมื่อราคาทอง Spot ปรับลงมาที่ 1,550 ดอลลาร์ และ 1,535 ดอลลาร์ และมีจุดขายตัดขาดทุนที่ 1,530 ดอลลาร์

สำหรับการลงทุนในทองแท่ง นักลงทุนที่ซื้อไว้แนะนำถือต่อไป (Let Profit Run)

โกลด์ออนไลน์ฟิวเจอร์

Close chg Support Resistance
1,560.00 -0.20 1,560/1,545 1,590/1,610

การเข้าซื้อเก็งกำไรแนะนำเมื่อราคา GOH20 ปรับลงมาที่ 1,560 ดอลลาร์ และ 1,545 ดอลลาร์ และมีจุดขายตัดขาดทุนที่ 1,540 ดอลลาร์

News

ตลาดการเงินต่างประเทศ : ดอลล์อ่อน หลังนลท.ซื้อเยนจากวิตกสถานการณ์ตะวันออกกลาง

          ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเล็กน้อยในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนวันศุกร์ที่ผ่านมา (3 ม.ค.) เนื่องจากนักลงทุนได้เข้าซื้อสกุลเงินปลอดภัย อาทิ เยน ท่ามกลางความวิตกเกี่ยวกับสถานการณ์ตึงเครียดที่เพิ่มขึ้นในตะวันออกกลาง          ดัชนีดอลลาร์ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน ปรับตัวลง 0.01% สู่ระดับ 96.8395

ตลาดโลหะมีค่าต่างประเทศ : ทองปิดพุ่ง 24.30 ดอลล์ จากแรงซื้อท่ามกลางความตึงเครียดสหรัฐ-อิหร่าน

          สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นมากกว่า 1% เมื่อคืนวันศุกร์ที่ผ่านมา (3 ม.ค.) ท่ามกลางความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้นในตะวันออกกลาง หลังสหรัฐสังหารผู้บัญชาการทหารของอิหร่าน สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนก.พ. พุ่งขึ้น 24.30 ดอลลาร์ หรือ 1.59% ปิดที่ 1,552.40  ดอลลาร์/ออนซ์ ซึ่งเป็นระดับปิดสูงสุดในรอบ 4 เดือนนับตั้งแต่วันที่ 4 ก.ย. 2562 และในรอบสัปดาห์นี้ สัญญาทองคำปรับตัวขึ้น 2.3% สัญญาโลหะเงินส่งมอบเดือนมี.ค. เพิ่มขึ้น 10.5 เซนต์ หรือ 0.58% ปิดที่ 18.151 ดอลลาร์/ออนซ์

ตลาดน้ำมันดิบต่างประเทศ : ราคาน้ำมัน WTI ปิดพุ่ง 1.87 ดอลล์ วิตกความตึงเครียดในตะวันออกกลาง

          สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นเมื่อคืนวันศุกร์ที่ผ่านมา (3 ม.ค.) โดยได้แรงหนุนจากความกังวลที่ว่าสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางหลังสหรัฐสังหารนายพลอิหร่าน อาจส่งผลกระทบกับการผลิตน้ำมันในตะวันออกกลาง และส่งผลกระทบกับปริมาณน้ำมันในตลาดโลก สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนก.พ. พุ่งขึ้น 1.87 ดอลลาร์ หรือ 3.1% ปิดที่ 63.05 ดอลลาร์/บาร์เรล         สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ส่งมอบเดือนมี.ค. พุ่งขึ้น 2.35 ดอลลาร์ หรือ 3.6% ปิดที่ 68.60 ดอลลาร์/บาร์เรล

ตลาดหุ้นต่างประเทศ : ดาวโจนส์ปิดร่วง 233.92 จุด เหตุนลท.วิตกความตึงเครียดในตะวันออกกลาง

          ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดร่วงลงเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (3 ม.ค.) โดยนักลงทุนเทขายหุ้นออกมา เนื่องจากมีความวิตกเกี่ยวกับความตึงเครียดในตะวันออกกลาง หลังจากที่สหรัฐได้สังหารผู้นำทหารระดับสูงของอิหร่านจากการเปิดฉากโจมตีทางอากาศที่สนามบินนานาชาติกรุงแบกแดดของอิรักในช่วงเช้าวันศุกร์  ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 28,634.88 จุด ร่วงลง 233.92 จุด หรือ -0.81%, ดัชนี S&P500 ปิดที่ 3,234.85 จุด ลดลง 23.00 จุด หรือ -0.71% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 9,020.77 จุด ลดลง 71.42 จุด หรือ -0.79% ในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ ลดลง 0.04% และดัชนี S&P500 ลดลง 0.16% ขณะที่ดัชนี Nasdaq เพิ่มขึ้น 0.16%

รมว.กลาโหมสหรัฐเผยกองทัพพร้อมรับมืออย่างเต็มที่ หากอิหร่านจะโจมตีสหรัฐเพิ่มเติม

             นายมาร์ค เอสเปอร์ รัฐมนตรีกลาโหมของสหรัฐ เปิดเผยว่า สหรัฐพบข้อบ่งชี้ว่าอิหร่านหรือกองกำลังสนับสนุนกำลังวางแผนก่อการโจมตีเพิ่มเติม พร้อมเตือนว่า “เกมได้เปลี่ยนไปแล้ว” และสหรัฐก็อาจจำเป็นที่จะต้องดำเนินการบางอย่างเพื่อปกป้องชีวิตของชาวอเมริกัน  นายเอสเปอร์กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า “มีข้อบ่งชี้บางอย่างที่แสดงให้เห็นว่าพวกเขาอาจกำลังวางแผนที่จะโจมตีเพิ่มเติม แต่นี่ก็ไม่ใช่เรื่องใหม่อะไรจากที่เราได้เห็นกันมาแล้วในช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมา”  “หากสิ่งที่เราคิดเกิดขึ้นจริง เราก็จำเป็นที่จะต้องทำอะไรบางอย่าง และหากเราตกเป็นเป้าของการโจมตีนี้หรือมีข้อบ่งชี้อะไรมาอีก เราอาจต้องชิงดำเนินการก่อนเพื่อปกป้องกองทัพและชีวิตของชาวอเมริกันเอาไว้”  ถ้อยแถลงดังกล่าวมีขึ้น หลังก่อนหน้านี้ สถานทูตสหรัฐในกรุงแบกแดดถูกโจมตีโดยกลุ่มผู้ประท้วงที่โกรธเคืองกรณีการเสียชีวิตของทหารอันเนื่องมาจากการที่สหรัฐได้เข้าโจมตีฐานที่มั่น 5 แห่งของกลุ่มติดอาวุธกาตาอิบ ฮิซบอลเลาะห์ (Kata’ib Hezbollah – KH) ในอิรักและซีเรีย เมื่อวันอาทิตย์ เพื่อตอบโต้ที่กลุ่ม KH เข้าปะทะกองกำลังพันธมิตรในอิรักภายใต้การนำโดยสหรัฐ ต่อมา รัฐมนตรีกระทรวงกลาโหมสหรัฐได้ประกาศส่งทหาร 750 รายไปยังตะวันออกกลางทันที ส่งผลให้กลุ่มผู้ประท้วงเริ่มถอนตัวออกจากสถานทูตสหรัฐในวันพุธที่ผ่านมา   สำหรับสถานการณ์ล่าสุด ในวันนี้สื่อท้องถิ่นของอิรักได้ออกมารายงานโดยอ้างเปิดเผยของแหล่งข่าวทางทหารว่า สนามบินนานาชาติในกรุงแบกแดดของอิรักได้ถูกโจมตีด้วยระเบิด ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 7 คน  รายงานระบุว่า มีการยิงจรวด 3 ลูกเข้าใส่สนามบินดังกล่าว และโจมตีรถยนต์ 2 คัน ส่งผลให้มีทหารอิรัก 5 รายเสียชีวิต และเจ้าหน้าที่ซึ่งเป็นแขกของอิรักอีก 2 รายที่อยูในรถยนต์  เจ้าหน้าที่อิรักเปิดเผยว่า นายพลกัสซิม โซเลมานี ผู้บัญชาการกองกำลัง Quds Force ของอิหร่านได้เสียชีวิตจากการโจมตีทางอากาศที่สนามบินนานาชาติดังกล่าว

ผู้นำสูงสุดอิหร่านลั่นพร้อมแก้แค้นสหรัฐอย่างสาสม หลังสังหารนายพลโซเลมานี

               สถานีโทรทัศน์ของทางการอิหร่านรายงานว่า นายอยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดอิหร่าน ประกาศพร้อมแก้แค้นสหรัฐอย่างสาสม หลังจากที่กองกำลังทหารของสหรัฐได้สังหารนายพลกัสซิม โซเลมานี ผู้บัญชาการกองกำลัง Quds Force ของอิหร่าน จากการเปิดฉากโจมตีทางอากาศ นายเคเมเนอีกล่าวว่า “ผู้ใดก็ตามที่ปลิดชีวิตของนายพลโซเลมานีและพรรคพวก จงรอคอยการแก้แค้นอย่างสาสม” ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ของกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามของอิหร่าน (IRGC) ยืนยันว่า นายพลโซเลมานีถูกสังหารในปฏิบัติการทางอากาศ ณ ท่าอากาศยานนานาชาติกรุงแบกแดด

ผลสำรวจชี้บริษัทญี่ปุ่นมีมุมมองเป็นลบต่อเศรษฐกิจ เหตุวิตกสงครามการค้าจีน-สหรัฐ

          ผลสำรวจซึ่งจัดทำโดยสำนักข่าวเกียวโดบ่งชี้ว่า บริษัทรายใหญ่มีมุมมองที่เป็นลบมากขึ้นต่อภาวะเศรษฐกิจภายในประเทศ เนื่องจากความกังวลเกี่ยวกับข้อพิพาททางการค้าระหว่างสหรัฐและจีน และการปรับขึ้นภาษีการอุปโภคบริโภค ผลสำรวจดังกล่าวจัดทำขึ้นในช่วงต้นเดือนพ.ย.จนถึงต้นเดือนธ.ค. โดยทำการสอบถามบริษัท 113 แห่ง รวมถึง โตโยต้า มอเตอร์, เอ็นทีที โดโคโม อิงค์ และโซนี่ คอร์ป ซึ่งปรากฏว่า 19% ของบริษัทที่ได้รับการสำรวจกล่าวว่า การขยายตัวของเศรษฐกิจญี่ปุ่นเกิดขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไป ซึ่งตัวเลขดังกล่าวลดลงจากระดับ 23% ในการสำรวจช่วงฤดูร้อนที่ผ่านมา ขณะที่ไม่มีบริษัทใดเลยที่เชื่อว่าเศรษฐกิจญี่ปุ่นเติบโตอย่างแข็งแกร่ง ผู้ตอบแบบสำรวจ 61% เชื่อว่า เศรษฐกิจญี่ปุ่นจะทรงตัว และมี 19% เชื่อว่าเศรษฐกิจจะค่อยๆชะลอตัว โดยในจำนวนนี้มี 26% ที่มองว่า “การค้าชะลอตัวลงเนื่องจากผลกระทบของนโยบายกีดกันการค้า” และ 14% มองว่า “การชะลอตัวของเศรษฐกิจจีนเป็นสาเหตุที่ทำให้การค้าซบเซาลง” ทั้งนี้ จีนและสหรัฐได้บรรลุข้อตกลงการค้าเฟสแรกเมื่อเดือนที่แล้ว หลังจากเปิดสงครามการค้ากันนานกว่าหนึ่งปี แต่นักวิเคราะห์จำนวนมากยังคงกังวลว่าความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐกับจีนจะพัฒนาขึ้นหรือไม่   นอกจากนี้ มีผู้ตอบแบบสำรวจประมาณ 32% มองว่า “การบริโภคชะลอตัวลง” ซึ่งเป็นผลมาจากการที่รัฐบาลญี่ปุ่นประกาศขึ้นภาษีการบริโภคจากระดับ 8% เป็น 10% เมื่อเดือนต.ค. 2562 และเป็นสาเหตุที่ทำให้เศรษฐกิจมีแนวโน้มจะทรงตัวหรือชะลอตัวลง  อย่างไรก็ตาม แม้การปรับเพิ่มภาษีการบริโภคจะมีผลกระทบต่อเศรษฐกิจ แต่ 63% ของบริษัทที่ทำแบบสำรวจระบุว่า เป็นการตัดสินใจที่เหมาะสมของรัฐบาลในการฟื้นฟูสถานะด้านการคลัง ขณะที่มี 2% ไม่พอใจกับการปรับขึ้นภาษีดังกล่าว  สำหรับแนวโน้มปี 2563 นั้น มีบริษัท 43% คาดหวังว่าเศรษฐกิจจะขยายตัว โดยได้รับอานิสงค์จากการที่ญี่ปุ่นจะเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันโตเกียวโอลิมปิกและพาราลิมปิกในช่วงฤดูร้อนนี้