เสาร์. พ.ย. 23rd, 2019

วิเคราะห์ราคาทองคำ 6 พ.ย.62(ภาคบ่าย) by YLG


โดย  : บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (YLG)

แนวรับ : 1,480 1,473 1,459

แนวต้าน : 1,493 1,504 1,516

ข่าวสารสำคัญเพื่อประกอบการลงทุน (เพิ่มเติมช่วงเย็น)

สรุป  รัฐสภาอังกฤษประกาศยุบสภา ส่งผลให้ สภาสามัญชนและสภาขุนนางเสร็จสิ้นภารกิจ โดยจะมีการเลือกตั้งสภาสามัญชนชุดใหม่ในวันที่ 12 ธ.ค.ปี 2019 ขณะที่นายกรัฐมนตรีบอริส จอห์นสันของอังกฤษ เรียกร้องให้ผู้ลงคะแนนเสียงสนับสนุนเขาและสัญญาที่จะ “นำพาอังกฤษแยกตัวจากสหภาพยุโรปในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า” ดังนั้นผลการเลือกตั้ง จะเป็นการชี้นำทิศทางอังกฤษที่จะแยกตัวออกจากสหภาพยุโรป (Brexit) หลังจากสหภาพยุโรป (EU) มีมติขยายกำหนด Brexit ไปจนถึงวันที่ 31 ม.ค.ปีหน้า ความไม่แน่นอนเรื่อง Brexit อาจลดลงในระยะสั้น อาจสร้างแรงหนุนให้ค่าเงินปอนด์แข็งค่าได้ในช่วงสั้น ซึ่งอาจส่งผลให้ราคาทองคำฟื้นตัวขึ้นในระยะสั้น นอกจากนี้ ราคาทองคำในประเทศได้รับแรงหนุนจากแนวโน้มค่าเงินบาทที่อาจอ่อนค่า หลังจากคณะกรรมการนโยบายการเงิน(กนง.)ของไทย มีมติ 5:2 เสียง ลดดอกเบี้ย 0.25% ลงสู่ระดับ 1.25% มีสาเหตุจากแนวโน้มเศรษฐกิจที่โตต่ำกว่าศักยภาพจากส่งออก ขณะเดียวกัน กระทรวงการคลังและธปท.ได้ปรับปรุงกฎเกณฑ์ 4 ด้านเพื่อเอื้อให้เงินทุนไหลออกและลดแรงกดดันต่อเงินบาทที่แข็งค่า เบื้องต้นราคาทองคำยังคงพยายามรักษาระดับไว้ โดยหากราคาสามารถทรงตัวได้เหนือระดับ 1,480 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แนะนำเข้าซื้อเพื่อหวังทำกำไรจากการดีดตัวขึ้นทดสอบโซน 1,493 ดอลลาร์ต่อออนซ์ อย่างไรก็ตาม แต่หากผ่านไปได้ราคาจะขยับขึ้นทดสอบแนวต้านถัดไปในโซน 1,504 ดอลลาร์ต่อออนซ์

ปัจจัยทางเทคนิค

แนวโน้ม Gold Spot: ราคาทองคำกำลังพยายามสร้างฐานและอาจขึ้นทดสอบโซน 1,493 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และหากผ่านได้อาจขยับขึ้นทดสอบแนวต้านบริเวณ 1,504 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่หากผ่านแนวต้านแรกไม่ได้ มีโอกาสย่อตัวลงมาในแนวรับ 1,480-1,473 ดอลลาร์ต่อออนซ์เพื่อสะสมกำลังอีกครั้ง

กลยุทธ์ Gold Futures:

Long Position สังเกตโซน 1,493 ดอลลาร์ต่อออนซ์ เพราะถ้าราคายังเคลื่อนตัวไม่ผ่านจุดดังกล่าว ก็ควรที่จะขายทำกำไรออกไปก่อน และรอเข้าซื้ออีกครั้งที่แนวรับ 1,480-1,473 ดอลลาร์ต่อออนซ์

Short Position  แนะนำให้แบ่งปิดสถานะทำกำไรบางส่วนหากราคามีการอ่อนตัวเข้าใกล้แนวรับ 1,480 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และจำเป็นต้องลดสถานะขายลง หากราคาทรงตัวได้มั่นคงเหนือบริเวณ 1,493 ดอลลาร์ต่อออนซ์

Open New  อาจพิจารณาแนวรับ 1,480 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หากยืนได้เป็นจุดในการเสี่ยงเข้าซื้อเก็งกำไร เพื่อทำกำไรเมื่อราคาดีดตัว หรือหากรับความเสี่ยงได้น้อยหรือถือทองคำในมืออยู่แล้วอาจชะลอการซื้อเพิ่ม โดยรอดูโซน 1,473 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หากยืนไม่ได้อาจพิจารณาเปิดสถานะขาย และยังคงแนะนำให้เน้นเก็งกำไรระยะสั้นจากการแกว่งตัว

ข่าวสารประกอบการลงทุน

  • (+) สภาผู้แทนฯสหรัฐเผยบันทึกคำให้การเพิ่มเติมจากพยานสำคัญ 2 รายในคดีถอดถอน”ทรัมป์” สมาชิกพรรคเดโมแครตในสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐได้เปิดเผยบันทึกคำให้การของพยานอีก 2 คนเกี่ยวกับการไต่สวนเพื่อถอดถอนประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ในกรณีกดดันยูเครนเพื่อผลประโยชน์ทางการเมืองของตนเอง คำให้การดังกล่าวมาจากนายกอร์ดอน ซอนด์แลนด์ เอกอัครราชทูตสหรัฐประจำสหภาพยุโรป (EU) และนายเคิร์ต วอลเกอร์ อดีตทูตพิเศษประจำยูเครนของคณะบริหารของปธน.ทรัมป์ โดยทั้งคู่เป็นพยานที่สำคัญในการไต่สวนเพื่อถอดถอนปธน.ทรัมป์ในคดีฟ้องร้องทำเนียบขาวที่พยายามจะระงับความช่วยเหลือทางทหารเพื่อกดดันให้ยูเครนสอบสวนคดีการทุจริตของอดีตรองประธานาธิบดีโจ ไบเดน และบุตรชายของเขา นายซอนด์แลนด์ ได้เปิดเผยคำให้การเพิ่มเติมต่อคณะผู้สอบสวนของสภาผู้แทนฯ เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา โดยระบุว่า เขาจำได้ว่า มีการสนทนาในกรุงวอร์ซอกับผู้ช่วยระดับสูงของนายโวโลดิมีร์ เซเลนสกี ประธานาธิบดียูเครน ซึ่งนายซอนด์แลนด์ได้กล่าวในขณะนั้นว่า การเริ่มต้นความช่วยเหลือทางทหารอีกครั้งจะไม่เกิดขึ้น จนกว่ายูเครนจะส่งดำเนินการสอบสวนการทุจริตของนายไบเดนและบุตรชาย
  • (+) ภาวะตลาดหุ้นจีน: เซี่ยงไฮ้คอมโพสิตปิดลบ 12.96 จุด นลท.จับตาเจรจาการค้าจีน-สหรัฐ ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตตลาดหุ้นจีนปิดลบในวันนี้ ขณะที่นักลงทุนจับตาการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐและจีนอย่างใกล้ชิด หลังจากสื่อต่างประเทศหลายแห่งรายงานว่า จีนกำลังเรียกร้องให้สหรัฐยกเลิกภาษีนำเข้าสินค้าบางส่วน เพื่อปูทางไปสู่การลงนามข้อตกลงการค้าเฟสแรก สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตปิดลบ 12.96 จุด หรือ 0.43% แตะที่ระดับ 2,978.60 จุด
  • (+) บอร์ด กนง.มีมติ 5:2 ลดดอกเบี้ยนโยบายลง 0.25% มาที่ 1.25% คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) มีมติ 5 ต่อ 2 ให้ปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง 0.25% จาก 1.50% เป็น 1.25% ต่อปี โดยให้มีผลทันที เนื่องจากเศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มขยายตัวต่ำกว่าที่ประเมินและต่ำกว่าศักยภาพมากขึ้นจากการส่งออกที่ลดลง ส่งผลสู่การจ้างงานและอุปสงค์ในประเทศ คณะกรรมการฯ สนับสนุนให้ผ่อนคลายกฎเกณฑ์กำกับดูแลการแลกเปลี่ยนเงินเพื่อเอื้อให้เงินทุนไหลออกและสร้างสมดุลเงินทุนเคลื่อนย้าย ซึ่งจะช่วยลดแรงกดดันต่อค่าเงินบาท และช่วยให้ภาคเอกชนบริหารความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนได้สะดวกขึ้น คณะกรรมการฯ เห็นควรให้ติดตามสถานการณ์อัตราแลกเปลี่ยนและเงินทุนเคลื่อนย้ายอย่างต่อเนื่องและใกล้ชิด รวมทั้งพิจารณาดำเนินมาตรการที่เหมาะสมเพิ่มเติมตามความจำเป็น
  • (-) ภาวะตลาดหุ้นโตเกียว: นิกเกอิปิดบวก 51.83 จุด รับความหวังเจรจาการค้าสหรัฐ-จีน ดัชนีนิกเกอิตลาดหุ้นโตเกียวปิดดีดตัวขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 13 เดือน โดยได้ปัจจัยหนุนจากการที่นักลงทุนมีมุมมองเป็นบวกเกี่ยวกับความคืบหน้าในการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐและจีน สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า ดัชนีนิกเกอิปรับตัวขึ้น 51.83 จุด หรือ 0.22% ปิดที่ 23,303.82 จุด ซึ่งเป็นระดับปิดสูงสุดนับตั้งแต่วันที่ 10 ต.ค.ปีที่แล้ว
  • (-) สภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจปรับลดคาดการณ์เศรษฐกิจเยอรมัน เมื่อวานนี้หนังสือพิมพ์ Frankfurter Allgemeine รายงานว่า สภาที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจของรัฐบาลเยอรมัน ปรับลดคาดการณ์การเติบโตทางเศรษฐกิจของเยอรมนีสำหรับปี 2020 สู่ 0.9% ซึ่งต่ำกว่าคาดการณ์ของรัฐบาลเยอรมันในเดือนต.ค. 1% ในเอกสารฉบับนี้ นักเศรษฐศาสตร์ 5 คนระบุว่า พวกเขามองภาวะต่างๆที่เกิดขึ้นว่า เป็นช่วงขาลงชั่วคราวและไม่คาดการณ์ถึง “เศรษฐกิจถดถอยในวงกว้างและรุนแรง”