พฤหัส. พ.ย. 21st, 2019

วิเคราะห์ราคาทองคำ 6 พ.ย.62(ภาคเช้า) by YLG

โดย  : บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (YLG)

คำแนะนำ :

เน้นเก็งกำไรระยะสั้น เสี่ยงซื้อในแนวรับบริเวณ 1,480-1,473 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และหากราคาขยับขึ้นควรแบ่งขายทำกำไรบางส่วนหากราคาทองคำไม่ผ่านโซน 1,493 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่ถ้าผ่านได้สามารถถือต่อ

แนวรับ : 1,480 1,473 1,458  แนวต้าน : 1,493 1,504 1,516

จจัยพื้นฐาน :

ราคาทองคำวานนี้ดิ่งลงถึง  25.67 ดอลลาร์ต่อออนซ์  โดยได้รับแรงกดดันมาจาก 2 ประเด็น  คือ  (1.)การทะยานขึ้นของสินทรัพย์เสี่ยง  ขานรับความคืบหน้าในการเจรจาการค้าจีนและสหรัฐ  หลัง CNBC รายงานว่า จีนต้องการให้สหรัฐยกเลิกคำสั่งการเรียกเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจากจีนอีก 15% วงเงิน 1.25 แสนล้านดอลลาร์ ซึ่งคำสั่งดังกล่าวมีผลบังคับใช้ไปเมื่อวันที่ 1 ก.ย.ที่ผ่านมา  ขณะที่วอลล์สตรีท เจอร์นัล และไฟแนนเชียล ไทม์ส รายงานว่า เจ้าหน้าที่สหรัฐและจีนกำลังพิจารณาประเด็นการยกเลิกภาษีนำเข้าบางส่วน  นั่นช่วยหนุนให้ดัชนีดาวโจนส์ดีดขึ้นแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ และปิดบวกเป็นวันทำการที่ 3 ติดต่อกัน  จนเป็นปัจจัยกระตุ้นแรงขายทองคำที่อยู่ในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย  และ (2.)การแข็งค่าของสกุลเงินดอลลาร์  โดยดอลลาร์ได้รับแรงหนุนจากทั้งทัศนะเชิงบวกเกี่ยวกับการเจรจาการค้าจีนและสหรัฐ  รวมไปถึงการเปิดเผยดัชนีภาคบริการของสหรัฐจาก ISM ที่ดีดตัวเกินคาดแตะระดับ 54.7 ในเดือนต.ค.  ปัจจัยที่กล่าวมากดดันราคาทองคำอย่างหนักจนส่งผลให้ราคาดิ่งลงถึง -1.7% ซึ่งเป็นการร่วงลงในวันเดียวมากสุดในรอบมากกว่า 1 เดือน  ด้านกองทุน SPDR  ถือครองทองคำเพิ่ม +1.18 ตัน  สำหรับวันนี้ติดตามมติที่ประชุมกนง. ธนาคารแห่งประเทศไทย และการเปิดเผยตัวเลขในภาคการผลิตของสหรัฐ 

จจัยทางเทคนิค :

ระหว่างวันหากราคาทองคำไม่หลุด 1,480-1,473 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แนวโน้มราคาทองคำในระยะกลางยังคงมีรูปแบบแกว่งตัวออกด้านข้างในลักษณะ Sideway ซึ่งยังมีโอกาสดีดตัวขึ้นทดสอบบริเวณ 1,493 ดอลลาร์ต่อออนซ์  และหากผ่านได้จะมีแนวต้านถัดไปที่ 1,504  ดอลลาร์ต่อออนซ์

กลยุทธ์การลงทุน :

เสี่ยงเปิดสถานะซื้อ โดยอาจใช้บริเวณ 1,480-1,473 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่หากหลุดให้ชะลอการเข้าซื้อไป ขณะที่หากราคาดีดตัวขึ้นแนะนำทยอยแบ่งปิดสถานะทำกำไรโซน 1,493 ดอลลาร์ต่อออนซ์แต่ถ้าผ่านได้สามารถถือต่อ

ข่าวสารประกอบการลงทุน :

  • (+) สหรัฐเผยตัวเลขการเปิดรับสมัครงานต่ำสุดรอบ 18 เดือนในก.ย.  สำนักงานสถิติของกระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยผลสำรวจการเปิดรับสมัครงานและอัตราการหมุนเวียนของแรงงาน (JOLTS) พบว่า ตัวเลขการเปิดรับสมัครงาน ซึ่งเป็นมาตรวัดอุปสงค์ในตลาดแรงงาน ลดลง 277,000 ตำแหน่ง สู่ระดับ 7.02 ล้านตำแหน่งในเดือนก.ย. ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 18 เดือน และเป็นการปรับตัวลงเป็นเดือนที่ 4
  • (-) ISM เผยดัชนีภาคบริการสหรัฐดีดตัวในเดือนต.ค.  ผลสำรวจของสถาบันจัดการด้านอุปทานของสหรัฐ (ISM) พบว่า ดัชนีภาคบริการของสหรัฐดีดตัวแตะระดับ 54.7 ในเดือนต.ค. จากระดับ 52.6 ในเดือนก.ย. ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนส.ค.2559 ดัชนียังคงอยู่เหนือระดับ 50 ซึ่งบ่งชี้ถึงการขยายตัวของภาคบริการ โดยมีการขยายตัวเป็นเดือนที่ 117 ขณะที่ได้แรงหนุนจากการเพิ่มขึ้นของยอดขาย คำสั่งซื้อใหม่ และการจ้างงาน ทั้งนี้ ดัชนีภาคบริการของ ISM ประกอบด้วยอุตสาหกรรม 17 กลุ่ม ซึ่งรวมถึงอสังหาริมทรัพย์ การขนส่ง การก่อสร้าง และเหมืองแร่
  • (-) ดาวโจนส์ปิดบวก 30.53 จุด รับความหวังสหรัฐ-จีนลงนามการค้า,ภาคบริการสหรัฐสดใส  ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดบวกเมื่อคืนนี้ (5 พ.ย.) โดยดาวโจนส์ และ Nasdaq ปิดทำนิวไฮอีกครั้ง ขานรับความคืบหน้าในการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐและจีน หลังจากสื่อต่างประเทศหลายแห่งรายงานว่า จีนกำลังเรียกร้องให้สหรัฐยกเลิกภาษีนำเข้าสินค้าบางส่วน เพื่อปูทางไปสู่การลงนามข้อตกลงการค้าเฟสแรก นอกจากนี้ ตลาดยังได้รับปัจจัยหนุนจากดัชนีภาคบริการของสหรัฐที่ขยายตัวได้ดีเกินคาดในเดือนต.ค. ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 27,492.63 จุด เพิ่มขึ้น 30.53 จุด หรือ +0.11% ขณะที่ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 8,434.68 จุด เพิ่มขึ้น 1.48 จุด หรือ +0.02% ส่วนดัชนี S&P500 ปิดที่ 3,074.62 จุด ลดลง 3.65 จุด หรือ -0.12%
  • (-) เยน,ฟรังก์สวิสร่วงขณะสหรัฐ-จีนใกล้บรรลุข้อตกลงการค้า  เยนและฟรังก์สวิสร่วงลง เมื่อเทียบกับดอลลาร์ในวันอังคาร ในขณะที่สัญญาณที่เพิ่มขึ้นที่ว่า สหรัฐและจีนใกล้มากขึ้นที่จะบรรลุข้อตกลงการค้า หนุนความต้องการสินทรัพย์เสี่ยง และกระตุ้นให้นักลงทุนต้องการสกุลเงินที่ให้ผลตอบแทนสูง  แรงบวกเมื่อเทียบกับเยนและฟรังก์ ดันดัชนีดอลลาร์ขึ้นสู่ระดับสูงสุดรอบ 3 สัปดาห์ตามการปรับขึ้นของผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 10 ปีของสหรัฐ สกุลเงินที่เกี่ยวกับการค้า เช่น ดอลลาร์ออสเตรเลีย พุ่งขึ้นเช่นกัน ในขณะที่หยวนปรับขึ้นสู่ระดับสูงสุดรอบ 3 เดือน เมื่อเทียบกับดอลลาร์  การตัดสินใจของธนาคารกลางจีนในการลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้เพียง 0.05% ยังเพิ่มความต้องการสินทรัพย์เสี่ยงโดยรวม  ผู้ที่คุ้นเคยกับการเจรจากล่าวว่า จีนกำลังผลักดันให้ปธน.โดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐยกเลิกภาษีที่บังคับใช้ในเดือนก.ย.มากขึ้น อันเป็นส่วนหนึ่งของข้อตกลงการค้าสหรัฐ-จีน “ระยะที่ 1” ซึ่งคาดว่าจะมีการลงนามในช่วงต่อไปของเดือนนี้   “ทัศนะบวกที่เพิ่มขึ้นเกี่ยวกับข้อตกลงการค้า ยังคงเป็นแรงผลักดันเบื้องหลังการปรับตัวขึ้นของผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 10 ปีของสหรัฐในเดือนนี้” นักวิเคราะห์กล่าว   ในการซื้อขายช่วงบ่าย ดอลลาร์ปรับขึ้น 0.6% เมื่อเทียบกับเยน สู่ 109.21 เยน และปรับขึ้น 0.6% เมื่อเทียบกับฟรังก์สวิสที่ 0.9935  ดัชนีดอลลาร์ปรับขึ้น 0.5% มาที่ 97.969  หยวนในตลาดออฟชอร์ดีดตัวขึ้นสู่ระดับแข็งแกร่งที่สุดนับตั้งแต่วันที่ 5 ส.ค.ที่ 6.9838 หยวนออนชอร์ปิดแข็งแกร่งที่สุดนับตั้งแต่วันที่ 2 ส.ค.  หยวนรักษาแรงบวก แม้แต่หลังจากที่ธนาคารกลางจีนลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ระยะกลาง (MLF) อายุ 1 ปี เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ต้นปี 2016 แม้ว่าธนาคารกลางเลือกที่จะปรับลด 0.05% ซึ่งคอมเมิร์ซแบงก์ระบุว่า เป็นระดับที่ “เล็กน้อย”  จีนและสหรัฐเก็บภาษีต่อสินค้าของซึ่งกันและกันในสงครามการค้าที่ยืดเยื้อมาเป็นเวลา 16 เดือน และเพิ่มแนวโน้มเศรษฐกิจโลกถดถอย  นักวิเคราะห์ของ Societe Generale กล่าวว่า การทำข้อตกลงอาจจะเป็นการสงบศึก แทนที่จะเป็นการสร้างสันติภาพ แต่เสริมว่า “ดูเหมือนว่ามีโอกาสค่อนข้างดีในการทำข้อตกลงระยะแรก”  ทัศนะบวกกระจายไปยังสกุลเงินอื่นๆ ในขณะที่ดอลลาร์ออสเตรเลียปิดที่ระดับสูงสุดรอบ 3 เดือนของเมื่อไม่นานมานี้และระดับสูงสุดเมื่อเทียบกับเยนนับตั้งแต่ปลายเดือนก.ค.  อย่างไรก็ตาม ยูโรปรับลง 0.4% เมื่อเทียบกับดอลลาร์ที่ 1.1091 ดอลลาร์