ข้ามไปยังทูลบาร์
กันยายน 23, 2020

วิเคราะห์ราคาทองคำ 6 ธ.ค.62(ภาคบ่าย) by YLG

Spread the love


โดย  : บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (YLG)

แนวรับ : 1,472 1,461 1,453

แนวต้าน : 1,484 1,493 1,504

ข่าวสารสำคัญเพื่อประกอบการลงทุน (เพิ่มเติมช่วงเย็น)

สรุป  กระทรวงการคลังจีน ระบุว่า จีนจะให้สิทธิยกเว้นภาษีนำเข้าถั่วเหลืองและเนื้อสุกรบางส่วนที่มาจากสหรัฐ โดยอ้างอิงการตัดสินใจของคณะรัฐมนตรีจีน ตามคำร้องขอซื้อถั่วเหลืองและเนื้อสุกรของบริษัทแต่ละแห่ง  สอดคล้องกับ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐ ระบุว่า การเจรจาการค้าสหรัฐ-จีน “ดำเนินไปด้วยดี”  อย่างไรก็ตาม ราคาทองคำอ่อนตัวลงไม่มาก เนื่องจากนักลงทุนประเมินว่า การเจรจายังไม่มีความคืบหน้ามากนัก ขณะที่เจ้าหน้าที่จีนย้ำจุดยืนของพวกเขาว่าภาษีบางส่วนของสหรัฐจะต้องถูกยกเลิกก่อนลงนามข้อตกลงการค้า นอกจากนี้ นักลงทุนจับตาการเปิดเผยตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตร, อัตราการว่างงาน และ รายได้เฉลี่ยต่อชั่วโมงแรงงานของสหรัฐประจำเดือนพ.ย. เพื่อสะท้อนทิศทางเศรษฐกิจสหรัฐเพิ่มเติม ทั้งนี้ ระหว่างวันราคาอ่อนตัวลงในระดับจำกัด ซึ่งแรงขายทำกำไรที่เกิดขึ้นยังถือว่าค่อนข้างน้อย เบื้องต้นวายแอลจีประเมินว่าการเคลื่อนไหวของราคาทองคำหากไม่หลุดบริเวณ 1,472-1,461 ดอลลาร์ต่อออนซ์ลงมา ทำให้ราคาทองคำยังคงมีทิศทางค่อยๆขยับขึ้นและมีโอกาสทดสอบแนวต้านโซน 1,482-1,484 ดอลลาร์ต่อออนซ์

ปัจจัยทางเทคนิค

แนวโน้ม Gold Spot: ราคาทองคำมีแรงขายทำกำไรที่สลับออกมาหลังจากก่อนหน้านี้ราคาปรับตัวขึ้นได้ค่อนข้างดี ประเมินแนวต้านที่ 1,482-1,484 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่หากราคาไม่สามารถขึ้นไปยืนเหนือแนวต้านดังกล่าวได้ จะเห็นการย่อตัวกลับลงมาอีกครั้ง ประเมินแนวรับไว้ที่ 1,472-1,461 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หากราคาไม่หลุดแนวรับดังกล่าว จะเกิดแรงซื้อให้ราคาดีดตัวขึ้นอีกครั้ง

 กลยุทธ์ Gold Futures:

Long Position แนะนำให้ทยอยปิดสถานะทำกำไรตามบริเวณแนวต้าน 1,482-1,484 ดอลลาร์ต่อออนซ์เป็นชุดๆ เพื่อรอจังหวะเข้าซื้อใหม่หากราคาย่อตัวลงมาและไม่หลุดแนวรับ 1,472-1,461 ดอลลาร์ต่อออนซ์

Short Position ปิดสถานะเมื่อราคาย่อตัวลงสู่แนวรับช่วง 1,472 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่หากยืนไม่อยู่ รอปิดสถานะไปที่แนวรับถัดไป 1,461 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แนะนำให้ชะลอการเปิดสถานะขายใหม่ออกไปก่อนเพื่อประเมินแรงซื้ออีกครั้ง

Open New พิจารณาบริเวณ 1,472-1,461 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หากราคาไม่หลุดแนวดังกล่าว อาจซื้อเพื่อเก็งกำไร โดยมีเป้าหมายทำกำไรที่บริเวณ 1,482-1,484 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่หากรับความเสี่ยงได้น้อยอาจรอซื้อบริเวณแนวรับสำคัญ 1,461 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หากไม่หลุด ยังมีมุมเชิงบวกต่อทิศทางราคาในระยะสั้น

ข่าวสารประกอบการลงทุน

  • (+) ดอลลาร์ร่วง ขณะที่ นักลงทุนจับตารายงานจ้างงานนอกภาคเกษตรสหรัฐ ดอลลาร์มีแนวโน้มเผชิญสัปดาห์อ่อนแอที่สุดนับตั้งแต่เดือนต.ค.ในวันนี้ ซึ่งถูกฉุดจากความกังวลทางการค้าและสัญญาณของความอ่อนแอในเศรษฐกิจสหรัฐ โดยปัจจัยภายในประเทศต่างๆทำให้ดอลลาร์นิวซีแลนด์และปอนด์อังกฤษได้ประโยชน์สำคัญ สินทรัพย์ปลอดภัยอย่างเงินเยนญี่ปุ่นและฟรังก์สวิสอยู่ในความต้องการเช่นกัน เนื่องจากนักลงทุนกังวลว่าตัวเลขจ้างงานสหรัฐที่มีกำหนดเปิดเผยในวันนี้ตามเวลาท้องถิ่นอาจไม่ฟื้นตัวอย่างที่คาดหมาย และรอคอยการเลือกตั้งอังกฤษ, การประชุมธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) และความเป็นไปได้ของข่าวทางการค้าในสัปดาห์หน้า ความสนใจอยู่ที่รายงานการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐในวันนี้ตามเวลาท้องถิ่น ซึ่งมีขึ้นหลังข้อมูลอันอ่อนแอตลอดสัปดาห์นี้ ซึ่งแสดงให้เห็นการจ้างงานภาคเอกชนอันอ่อนแอ, กิจกรรมภาคบริการอันอ่อนแอและการหดตัวของภาคการผลิต
  • (-) จีนเตรียมยกเว้นภาษีต่อการซื้อถั่วเหลือง, เนื้อสุกรบางส่วนจากสหรัฐ วันนี้ กระทรวงการคลังจีนระบุว่า จีนจะให้สิทธิยกเว้นภาษีนำเข้าถั่วเหลืองและเนื้อสุกรบางส่วนที่มาจากสหรัฐ โดยอ้างอิงการตัดสินใจของคณะรัฐมนตรีจีน กระทรวงการคลังจีนระบุว่า การให้สิทธิยกเว้นภาษีดังกล่าวจะดำเนินการโดยอิงตามคำร้องขอซื้อถั่วเหลืองและเนื้อสุกรของบริษัทแต่ละแห่ง แต่ไม่ได้ระบุจำนวนที่ชัดเจนของผลิตภัณฑ์นำเข้าที่จะได้รับสิทธิยกเว้นภาษี
  • (-) ตลาดหุ้นเอเชียปิดภาคเช้าปรับตัวขึ้น นลท.จับตาการค้าจีน-สหรัฐและข้อมูลจ้างงาน ตลาดหุ้นเอเชียปิดภาคเช้าวันนี้ปรับตัวขึ้นเล็กน้อย ในขณะที่นักลงทุนจับตาสถานการณ์การค้าระหว่างจีนและสหรัฐ เนื่องจากการเจรจายังไม่มีความคืบหน้าก่อนที่การปรับขึ้นภาษีอีกรอบจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 15 ธ.ค.นี้ นอกจากนี้ นักลงทุนยังรอดูการรายงานข้อมูลการจ้างงานนอกภาคเกษตรประจำเดือนพ.ย.ของสหรัฐ  โดยกระทรวงแรงงานสหรัฐมีกำหนดเปิดเผยข้อมูลดังกล่าวในวันนี้ เวลา 20.30 น.ตามเวลาไทย
  • (-) ตลาดหุ้นเอเชียปิดภาคเช้าปรับตัวขึ้น นลท.จับตาการค้าจีน-สหรัฐและข้อมูลจ้างงาน ตลาดหุ้นเอเชียปิดภาคเช้าวันนี้ปรับตัวขึ้นเล็กน้อย ในขณะที่นักลงทุนจับตาสถานการณ์การค้าระหว่างจีนและสหรัฐ เนื่องจากการเจรจายังไม่มีความคืบหน้าก่อนที่การปรับขึ้นภาษีอีกรอบจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 15 ธ.ค.นี้ นอกจากนี้ นักลงทุนยังรอดูการรายงานข้อมูลการจ้างงานนอกภาคเกษตรประจำเดือนพ.ย.ของสหรัฐ  โดยกระทรวงแรงงานสหรัฐมีกำหนดเปิดเผยข้อมูลดังกล่าวในวันนี้ เวลา 20.30 น.ตามเวลาไทย
  • (-) อุตสาหกรรมอันอ่อนแอของเยอรมนีจุดชนวนความกังวลเรื่องการเติบโตทางเศรษฐกิจ ผลผลิตภาคอุตสาหกรรมของเยอรมนีปรับลงแบบไม่คาดหมายในเดือนต.ค. ซึ่งฟื้นคืนความกังวลเกี่ยวกับแนวโน้มการเติบโตทางเศรษฐกิจ เนื่องจากภาคการผลิตสำคัญได้รับผลกระทบจากความขัดแย้งทางการค้าโลกและภาวะติดขัดในภาคยานยนต์ ตัวเลขของสำนักงานสถิติแสดงวันนี้ว่า ผลผลิตภาคอุตสาหกรรมปรับลง 1.7% ในเดือนต.ค.เทียบกับการคาดการณ์ถึงการปรับขึ้น 0.1% การผลิตของสินค้าทุนลดลง 4.4% ในเดือนต.ค. ซึ่งเป็นการร่วงมากที่สุดในรอบกว่า 5 ปี
  • (+/-) Citi แจ้งลูกค้าเศรษฐีอย่ากังวลมากเกินไปเกี่ยวกับหุ้น, แต่คาดการณ์เชิงลบเกี่ยวกับพันธบัตร นายเดวิด บายลิน ผู้อำนวยการฝ่ายลงทุนของ Citi Private Bank ระบุว่า “มุมมองของลูกค้าจำนวนมากที่ผมพบเต็มไปด้วยความกังวลอันสืบเนื่องมาจากการเมืองและการค้า” ความรู้สึกเชิงลบนั้น “แพร่กระจายไปทั่ว เมื่อคุณมองไปยังเศรษฐกิจคุณเห็นข้อเท็จจริงต่างๆ ซึ่งแตกต่างจากสิ่งนั้นอย่างสิ้นเชิง”  เขาแสดงความหวังว่ารายงานดังกล่าวจะช่วยให้ลูกค้าลงทุนอย่างเต็มที่ต่อไปและหลีกเลี่ยง “ความกังวลและระงับการลงทุน” ซึ่งจะทำให้จำนวนมากพลาดการฟื้นตัวของตลาดในปีนี้  ผลสำรวจเดือนพ.ย.โดย UBS Global Wealth Management พบว่าผู้ตอบแบบสอบถามทั่วโลกกว่า 3,400 คน ซึ่งมีสินทรัพย์ในการลงทุนคนละกว่า 1 ล้านดอลลาร์ เฉลี่ยแล้วขายหุ้นมากถึง 25%