ข้ามไปยังทูลบาร์
กันยายน 27, 2020

วิเคราะห์ราคาทองคำ 6 ธ.ค.62(ภาคเช้า) by HGF

Spread the love

โดย  : บริษัท ฮั่วเซ่งเฮง โกลด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด(HGF)

มีข่าวสหรัฐและจีนใกล้บรรลุข้อตกลงการค้าก่อนวันที่ 15 ธ.ค.

คืนนี้ 2 ทุ่มครึ่งติดตามการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐ

การจ้างงานสหรัฐ จะทำให้ราคาทองคำผันผวน

  • ราคาทองคำ Spot เมื่อวานปรับตัวขึ้นเล็กน้อยจากเงินดอลลาร์ที่อ่อนค่าลง ทั้งนี้นักลงทุนยังรอติดตามการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐและจีน หลังจากที่เมื่อวันพุธมีข่าวว่าสหรัฐและจีนกำลังใกล้ที่จะบรรลุข้อตกลงการค้าเฟสแรก ก่อนวันที่ 15 ธ.ค.ซึ่งสหรัฐมีกำหนดที่จะเก็บภาษีสินค้านำเข้าจากจีนในอัตรา 15% วงเงิน 1.56 แสนล้านดอลลาร์ ทางด้านกองทุน SPDR ถือครองทองคำเท่าเดิมเมื่อวาน
  • คืนนี้เวลา 20.30 น. สหรัฐจะประกาศการจ้างงานนอกภาคเกษตรเดือนพ.ย. ตลาดคาดจะเพิ่มขึ้น 181,000 ตำแหน่ง จากที่เดือนต.ค.เพิ่มขึ้น 128,000 ตำแหน่ง ส่วนอัตราการว่างงานเดือนพ.ย. ตลาดคาดจะทรงตัวที่ระดับ 3.6% ค่าจ้างเฉลี่ยต่อชั่วโมงเดือนพ.ย. ตลาดคาดจะเพิ่มขึ้น 0.3% ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนธ.ค.ของมหาวิทยาลัยมิชิแกน ตลาดคาดจะเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 97.0
  • ประเด็นข่าวการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐและจีน การจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐ จะทำให้ราคาทองคำผันผวน หลังจากจ้างงานภาคเอกชน ADP เดือนพ.ย.ที่ประกาศเมื่อวันพุธเพิ่มขึ้นเพียง 67,000 ตำแหน่ง ราคาทองคำมีแนวต้านที่ 1,480-1,482 ดอลลาร์ และ 1,490 ดอลลาร์ ขณะที่มีแนวรับอยู่ที่ 1,465 ดอลลาร์ และ 1,460 ดอลลาร์

ราคาทองคำตลาดโลก

Close chg. Support Resistance
1,475.80 +1.4 1,465/1,460 1,480/1,490

ราคาทองคำแท่ง 96.5%

Close chg. Support Resistance
21,200 21,050/21,000 21,200/21,300

โกลด์ฟิวเจอร์ส

Close chg Support Resistance
21,250 -20 21,180/21,130 21,330/21,440

การเข้าซื้อเก็งกำไรระยะสั้น แนะนำเมื่อราคาทองคำ Spot ปรับลงมาที่บริเวณ 1,465 ดอลลาร์ (GF 21,180 บาท) โดยมีจุดขายตัดขาดทุนที่ 1,460 ดอลลาร์ (GF 21,130 บาท)

โกลด์ออนไลน์ฟิวเจอร์

Close chg Support Resistance
1,475.90 -2.50 1,467/1,462 1,482/1,492

การเข้าซื้อเก็งกำไรระยะสั้น แนะนำเมื่อราคา GOZ19 ปรับลงมาที่บริเวณ 1,467 ดอลลาร์ โดยมีจุดขายตัดขาดทุนที่ 1,462 ดอลลาร์

ค่าเงินบาท

ทิศทางเงินบาทในวันนี้คาดจะเริ่มเคลื่อนไหวทรงตัว โดยนักลงทุนรอติดตามการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐ ขณะที่เม็ดเงินจากต่างประเทศที่ไหลออกจากตลาดหุ้นไทย ยังมีผลให้เงินบาทอ่อนค่าลง โดย USD Futures คาดจะมีแนวต้านที่ 30.30 และ 30.34 บาท/ดอลลาร์ ขณะที่มีแนวรับที่ 30.24 บาท/ดอลลาร์

News

ตลาดการเงินต่างประเทศ : เงินปอนด์แข็ง รับกระแสคาดพรรคอนุรักษ์นิยมชนะเลือกตั้งอังกฤษ

          เงินปอนด์แข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนที่ผ่านมา (5 ธ.ค.) โดยได้แรงหนุนจากกระแสคาดการณ์ที่ว่า พรรคอนุรักษ์นิยมจะคว้าชัยชนะในการเลือกตั้งอังกฤษวันที่ 12 ธ.ค.นี้ ขณะที่นักลงทุนจับตาตัวเลขจ้างงานนอกภาคการเกษตรประจำเดือนพ.ย.ของสหรัฐซึ่งมีกำหนดเปิดเผยในคืนนี้ เงินปอนด์ดีดตัวขึ้นหลังจากมีการเปิดเผยผลการสำรวจของ Kantar ซึ่งระบุว่า กระแสความนิยมต่อพรรคอนุรักษ์นิยมของนายบอริส จอห์นสัน นายกรัฐมนตรีอังกฤษ ยังคงนำหน้าพรรคแรงงาน ก่อนการเลือกตั้งทั่วไปของอังกฤษจะมีขึ้นในวันที่ 12 ธ.ค. ทั้งนี้ กระแสความนิยมของพรรคอนุรักษ์นิยมเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 44% ขณะที่พรรคแรงงานทรงตัวที่ระดับ 32%

ตลาดโลหะมีค่าต่างประเทศ : ทองปิดบวก $2.90 รับแรงซื้อสินทรัพย์ปลอดภัย,เงินดอลล์อ่อนหนุนตลาด

          สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดบวกเมื่อคืนที่ผ่านมา (5 ธ.ค.) เนื่องจากการอ่อนค่าของสกุลเงินดอลลาร์ได้เพิ่มความน่าดึงดูดให้กับทองคำ นอกจากนี้ การที่ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นสหรัฐปรับตัวในกรอบแคบๆ ยังเป็นอีกปัจจัยที่ทำให้นักลงทุนเริ่มกลับเข้าซื้อทองคำในฐานะสินทรัพย์ที่ปลอดภัย สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนก.พ. เพิ่มขึ้น 2.90 ดอลลาร์ หรือ 0.2% ปิดที่ระดับ 1,483.10 ดอลลาร์/ออนซ์  สัญญาโลหะเงินส่งมอบเดือนมี.ค. เพิ่มขึ้น 14.3 เซนต์ หรือ 0.85% ปิดที่ 17.059 ดอลลาร์/ออนซ์

ตลาดน้ำมันดิบต่างประเทศ : น้ำมัน WTI ปิดทรงตัว ขณะนักลงทุนรอผลการประชุมโอเปก

          สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดทรงตัวเมื่อคืนนี้ (5 ธ.ค.) ขณะที่นักลงทุนรอผลการประชุมกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) และประเทศพันธมิตร หรือโอเปกพลัส โดยมีการคาดการณ์กันว่าที่กลุ่มโอเปกจะปรับลดกำลังการผลิตน้ำมันมากขึ้น เพื่อพยุงราคาน้ำมัน และป้องกันภาวะอุปทานล้นตลาดในปีหน้า สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนม.ค. ปิดทรงตัวที่ระดับ 58.43 ดอลลาร์/บาร์เรล สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ส่งมอบเดือนก.พ. เพิ่มขึ้น 39 เซนต์ หรือ 0.6% ปิดที่ 63.39 ดอลลาร์/บาร์เรล

ตลาดหุ้นต่างประเทศ : ดาวโจนส์ปิดบวก 28.01 จุด นักลงทุนจับตาสถานการณ์การค้าสหรัฐ-จีน

          ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดบวกเล็กน้อยเมื่อคืนที่ผ่านมา (5 ธ.ค.) ขณะที่นักลงทุนจับตาด้วยความคาดหวังว่าสหรัฐและจีนจะสามารถบรรลุข้อตกลงการค้าเฟสแรกได้ก่อนที่มาตรการภาษีรอบใหม่ของสหรัฐจะมีผลบังคับใช้ตามกำหนดในวันที่ 15 ธ.ค.นี้ นอกจากนี้ นักลงทุนยังจับตาตัวเลขจ้างงานนอกภาคการเกษตรประจำเดือนพ.ย.ของสหรัฐซึ่งมีกำหนดเปิดเผยในคืนนี้ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 27,677.79 จุด เพิ่มขึ้น 28.01 จุด หรือ +0.10% ขณะที่ดัชนี S&P500 ปิดที่ 3,117.43 จุด เพิ่มขึ้น 4.67 จุด หรือ +0.15% ส่วนดัชนี Nasdaq ปิดที่ 8,570.70 จุด เพิ่มขึ้น 4.03 จุด หรือ +0.05%

รัฐสภาญี่ปุ่นอนุมัติข้อตกลงการค้ากับสหรัฐ เล็งลดภาษีนำเข้าสินค้าเกษตร,อุตสาหกรรม

          รัฐสภาญี่ปุ่นอนุมัติข้อตกลงการค้ากับสหรัฐในวันนี้ ซึ่งจะลดภาษีนำเข้าสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรม เพื่อปูทางสำหรับการบังคับใช้ข้อตกลงดังกล่าวตั้งแต่ต้นปีหน้า วุฒิสภาญี่ปุ่นได้อนุมัติข้อตกลงดังกล่าวซึ่งได้รับความเห็นชอบร่วมกันระหว่างนายชินโซ อาเบะ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น และประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์แห่งสหรัฐ หลังจากสภาผู้แทนราษฎรญี่ปุ่นอนุมัติข้อตกลงดังกล่าวในเดือนที่ผ่านมา ขณะที่ทำเนียบขาวระบุว่า ไม่จำเป็นต้องปรึกษาหารือกับสภาคองเกรส ซึ่งหมายความว่า กระบวนการภายในประเทศในสหรัฐและญี่ปุ่นได้เสร็จสิ้นลงแล้ว ปธน.ทรัมป์ได้ผลักดันข้อตกลงดังกล่าว เพื่อหาทางลดยอดขาดดุลการค้ามหาศาลกับญี่ปุ่น และเพื่อบรรเทาผลกระทบของเกษตรกรอเมริกันที่เสียเปรียบคู่แข่งขันในต่างประเทศ หลังจากเขาตัดสินใจถอนสหรัฐออกจากข้อตกลงหุ้นส่วนยุทธศาสตร์เศรษฐกิจภาคพื้นแปซิฟิก (TPP) ทั้งนี้ ญี่ปุ่นจะปรับลดหรือยกเลิกภาษีนำเข้าสินค้าเกษตรสหรัฐวงเงิน 7.2 พันล้านดอลลาร์ รวมถึงการปรับลดภาษีอย่างค่อยเป็นค่อยไปสำหรับเนื้อวัวของสหรัฐจากระดับ 38.5% ลงสู่ระดับ 9%  ผลิตภัณฑ์อื่นๆ ของสหรัฐรวมถึงเนื้อสุกร, ไวน์ และชีสนั้น จะสามารถเข้าสู่ตลาดญี่ปุ่นได้มากขึ้น ซึ่งจะทำให้สหรัฐมีความสามารถในการแข่งขันเท่าเทียมกับประเทศอื่นๆ ในข้อตกลง TPP อาทิ ออสเตรเลียและแคนาดา ส่วนทางสหรัฐนั้นก็จะยกเลิก หรือลดภาษีนำเข้าสินค้าอุตสาหกรรมของญี่ปุ่น อาทิ อุปกรณ์การผลิต และชิ้นส่วนเครื่องปรับอากาศ สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า ข้อตกลงดังกล่าวไม่ได้ยกเลิกการเก็บภาษีนำเข้า 2.5% จากรถยนต์ของญี่ปุ่น ซึ่งเป็นสิ่งที่ญี่ปุ่นต้องการ โดยสหรัฐได้เคยยินยอมยกเลิกภาษีดังกล่าวภายใต้ข้อตกลง TPP ก่อนที่จะถอนตัวออกจากข้อตกลงดังกล่าว และสหรัฐระบุว่า จะมีการเจรจากันต่อไปเกี่ยวกับประเด็นการเก็บภาษีนำเข้ารถยนต์ญี่ปุ่น

สภาผู้แทนฯสหรัฐเผยผลการไต่สวนกรณีถอดถอน”ทรัมป์” ชี้ปธน.สหรัฐใช้อำนาจเพื่อหวังผลทางการเมือง

          คณะกรรมาธิการสภาผู้แทนราษฎรได้เปิดเผยรายงานสรุปการไต่สวนเพื่อถอดถอนประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เมื่อวานนี้ โดยระบุว่า ปธน.ทรัมป์ได้ใช้อำนาจเพื่อเปิดทางยูเครนเข้ามาแทรกแซงการเลือกตั้ง เพื่อเพิ่มโอกาสให้ตนเองมีโอกาสชนะการเลือกตั้งในปี 2563 การเปิดเผยรายงานดังกล่าวเป็นความตั้งใจของสภาผู้แทนราษฎรที่ต้องการถอดถอนปธน.ทรัมป์ อย่างไรก็ตาม โอกาสที่ปธน.ทรัมป์จะถูกถอดออกจากตำแหน่งยังคงมีน้อยมาก เนื่องจากการถอดถอนผู้นำสหรัฐยังต้องการเสียงจากวุฒิสภาซึ่งพรรครีพับลิกันครองเสียงข้างมาก ในขณะที่สภาผู้แทนราษฎรมีพรรคเดโมแครตครองเสียงข้างมาก อนึ่ง สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐได้ประกาศเริ่มกระบวนการไต่สวนเพื่อถอดถอนปธน.ทรัมป์อย่างเป็นทางการเมื่อเดือนต.ค.ที่ผ่านมา หลังจากมีรายงานว่า ปธน.ทรัมป์ได้สนทนาทางโทรศัพท์กับนายโวโลดิมีร์ เซเลนสกี ประธานาธิบดียูเครน เพื่อกดดันให้มีการสอบสวนนายโจ ไบเดน ผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐ เพื่อแลกกับความช่วยเหลือทางการทหาร รายงานดังกล่าวยังสรุปด้วยว่า ปธน.ทรัมป์ได้กดดันยูเครนให้เปิดการสอบสวนนายโจ ไบเดน และนายฮันเตอร์ ไบเดน ผู้เป็นบุตรชาย ซึ่งเป็นสมาชิกคณะกรรมการบริหารบริษัทพลังงานแห่งหนึ่งในยูเครน ในคดีคอร์รัปชัน เพื่อแลกกับความช่วยเหลือทางการทหาร รวมถึงการพบปะกับปธน.ทรัมป์ที่ทำเนียบขาว

“ทรัมป์” ชี้สหรัฐอาจเปิดปฏิบัติการทางทหารกับเกาหลีเหนือหากจำเป็น

          ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐได้ออกมาส่งสัญญาณว่า สหรัฐอาจใช้ปฏิบัติการทางการทหารกับเกาหลีเหนือหากจำเป็น หลังจากที่เกาหลีเหนือออกมาเตือนว่า เส้นตายของการเจรจาต่อรองเพื่อยกเลิกการใช้อาวุธนิวเคลียร์ระหว่างสองประเทศจะสิ้นสุดในปีนี้  ความเคลื่อนไหวดังกล่าวมีขึ้น หลังจากที่การเจรจาของทั้งสองฝ่ายหยุดชะงักลง เนื่องจากความคิดเห็นที่ไม่สอดคล้องกัน          อย่างไรก็ตาม ปธน.ทรัมป์ได้เน้นย้ำถึงความสนิทสนมของตนเองและนายคิม จอง อึน ผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือ โดยกล่าวว่า เขาหวังว่านายคิมจะยอมปฏิบัติตามความตั้งใจของปธน.ทรัมป์ที่ต้องการให้เกาหลีเหนือยกเลิกโครงการอาวุธนิวเคลียร์ “ในปัจจุบันสหรัฐมีกองกำลังทหารที่ทรงพลังที่สุดในโลก เราหวังว่า เราคงไม่จำเป็นต้องใช้ปฏิบัติการทางทหาร แต่ถ้าจำเป็น เราก็พร้อมจะเดินหน้า” ปธน.ทรัมป์กล่าว