วิเคราะห์ราคาทองคำ 6 ก.ย.62(ภาคเช้า) by YLG

โดย  : บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (YLG)

คำแนะนำ

ซื้อขายด้วยความระมัดระวัง โดยอาจเสี่ยงซื้อหากราคาทองคำมีการปรับตัวลดลงมาไม่หลุดแนวรับ 1,511-1,506 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยหากราคาทองคำไม่หลุดแนวรับราคาทองคำจะพยายามปรับตัวขึ้นทดสอบแนวต้าน

แนวรับ : 1,506 1,492 1,479  แนวต้าน : 1,528 1,535 1,547

จจัยพื้นฐาน :

ราคาทองคำวานนี้ปิดปรับตัวลดลง 33.60 ดอลลาร์ต่อออนซ์  หรือ -2.2%  โดยได้รับแรงกดดันอย่างหนักจากข่าว  “จีน-สหรัฐเตรียมจะจัดการเจรจาการค้ารอบต่อไปที่กรุงวอชิงตันในช่วงต้นเดือนต.ค.นี้”  ส่วนนายหู สีจิน บรรณาธิการของโกลบอล ไทมส์  ซึ่งเป็นแหล่งข่าวคนสำคัญทวีตว่า  “มีความเป็นไปได้มากขึ้นที่การเจรจาครั้งนี้จะมีความคืบหน้าครั้งสำคัญ”  นั่นทำให้นักลงทุนกลับมาเปิดรับความเสี่ยง(Risk-On)อีกครั้ง  เป็นผลให้ดัชนีดาวโจนส์ปิดพุ่งขึ้น 372.68 จุด หรือ +1.41%,  S&P500 ปิด +1.30% และ Nasdaq ปิด +1.75%  จนก่อให้เกิดแรงขายทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย  นอกจากนี้ทองคำยังได้รับแรงกดดันเพิ่มจากการเปิดเผยตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐที่ดีเกินคาด  อาทิ  ดัชนี PMI ภาคบริการจาก ISM ที่ฟื้นตัวจากระดับต่ำสุดในรอบเกือบ 3 ปีแตะระดับ 56.4 ในเดือนส.ค. และการจ้างงานของภาคเอกชนสหรัฐจาก ADP ที่พุ่งขึ้นเกินคาดที่ 195,000 ตำแหน่งในเดือนส.ค.  สถานการณ์ดังกล่าวก่อให้เกิดแรงขายจนทำให้ทองคำปรับตัวลงภายในวันเดียวมากสุดในรอบกว่า 2 ปีครึ่ง  ด้านกองทุน SPDR ลดการถือครองทองคำ -6.15 ตัน  สำหรับวันนี้จับตาการเปิดเผยตัวเลขการจ้างงานนอกภาคการเกษตร, อัตราการว่างงาน และรายได้เฉลี่ยต่อชั่วโมงแรงงาน  รวมถึงจับตาสัญญาณการดำเนินนโยบายการเงินของเฟดจากสุนทรพจน์นาย Jerome Powell ประธานเฟด

จจัยทางเทคนิค :

หากราคาทองคำไม่สามารถยืนเหนือโซน 1,511-1,506 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ อาจทำให้เกิดการอ่อนตัวลงต่อของราคา แต่หากสามารถยืนเหนือโซนแนวรับดังกล่าวได้ก็จะเห็นการดีดตัวขึ้น โดยยังมีโอกาสที่จะราคาทดสอบแนวต้านบริเวณ 1,528 ดอลลาร์ต่อออนซ์

กลยุทธ์การลงทุน :

ดูบริเวณ 1,511-1,506 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หากไม่หลุดเสี่ยงเข้าซื้อเก็งกำไรระยะสั้น เพื่อขายทำกำไรเมื่อราคาดีดตัวหรือบริเวณแนวต้าน 1,528 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่หากราคาหลุดแนวดังกล่าวให้รอดูบริเวณแนวรับถัดไปที่ 1,492 ดอลลาร์ต่อออนซ์

ข่าวสารประกอบการลงทุน :

  • (-) ดาวโจนส์ปิดพุ่ง 372.68 จุด รับข่าวสหรัฐ-จีนเจรจาการค้า,ข้อมูลศก.สหรัฐแข็งแกร่ง  ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นเมื่อคืนนี้ (5 ก.ย.) ขานรับรายงานข่าวที่ว่า สหรัฐและจีนยืนยันที่จะจัดการประชุมเพื่อเจรจาการค้ารอบใหม่ในเดือนหน้า นอกจากนี้ ตลาดยังได้รับหนุนจากข้อมูลเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งของสหรัฐ ซึ่งรวมถึงตัวเลขจ้างงานภาคเอกชนที่พุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 4 เดือน  ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 26,728.15 จุด พุ่งขึ้น 372.68 จุด หรือ +1.41% ขณะที่ดัชนี S&P500 ปิดที่ 2,976.00 จุด เพิ่มขึ้น 38.22 จุด หรือ +1.30% ส่วนดัชนี Nasdaq ปิดที่ 8,116.83 จุด เพิ่มขึ้น 139.95 จุด หรือ +1.75%
  • (-) ADP เผยการจ้างงานภาคเอกชนสหรัฐพุ่งเกือบ 200,000 ตำแหน่ง สูงสุดรอบ 4 เดือน  ออโตเมติก ดาต้า โพรเซสซิ่ง อิงค์ (ADP) และมูดี้ส์ อนาลิติกส์ เปิดเผยว่า การจ้างงานของภาคเอกชนสหรัฐพุ่งขึ้น 195,000 ตำแหน่งในเดือนส.ค. ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นมากที่สุดนับตั้งแต่เดือนเม.ย. หลังจากเพิ่มขึ้น 128,000 ตำแหน่งในเดือนก.ค.  นักวิเคราะห์คาดการณ์ก่อนหน้านี้ว่าการจ้างงานของภาคเอกชนจะเพิ่มขึ้นเพียง 140,000 ตำแหน่งในเดือนส.ค.
  • (-) ISM เผยดัชนีภาคบริการสหรัฐดีดตัวมากกว่าคาดในเดือนส.ค. สวนทาง”มาร์กิต”  ผลสำรวจของสถาบันจัดการด้านอุปทานของสหรัฐ (ISM) พบว่า ดัชนีภาคบริการของสหรัฐดีดตัวแตะระดับ 56.4 ในเดือนส.ค. จากระดับ 53.7 ในเดือนก.ค. ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนส.ค.2559  นักวิเคราะห์คาดการณ์ก่อนหน้านี้ว่า ดัชนีภาคบริการของสหรัฐจะปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 54.0 ในเดือนส.ค.
  • (-) แหล่งข่าววงในชี้สหรัฐ-จีนเจรจาการค้ารอบนี้คืบหน้าครั้งสำคัญ  แหล่งข่าววงในของจีนที่ใกล้ชิดกับการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐและจีน ระบุว่า การเจรจาการค้าระหว่างทั้งสองฝ่ายในครั้งนี้ จะแตกต่างจากการเจรจา 12 รอบในช่วง 18 เดือนที่ผ่านมา ซึ่งมักจบลงด้วยการประกาศทำสงครามการค้าระหว่างกัน  นายหู สีจิน บรรณาธิการของหนังสือพิมพ์ โกลบอล ไทมส์ของจีน ทวีตข้อความระบุว่า “จีนและสหรัฐได้ประกาศการเจรจาการค้ารอบใหม่ และจะดำเนินการเพื่อให้มีความคืบหน้าครั้งใหญ่ โดยส่วนตัวแล้ว ผมคิดว่า สหรัฐ ซึ่งได้รับผลกระทบจากการทำสงครามการค้า ไม่หวังที่จะฝืนความตั้งใจของจีนอีกต่อไป โดยมีความเป็นไปได้มากขึ้นที่การเจรจาของทั้งสองฝ่ายจะมีความคืบหน้าครั้งสำคัญ”  ทั้งนี้ นักลงทุนจำนวนมากในตลาดหุ้นวอลล์สตรีทต่างก็ติดตามทวิตเตอร์ของนายหูเพื่อรับทราบความคืบหน้าเกี่ยวกับการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐและจีน  ขณะเดียวกัน Taoran Notes ซึ่งเป็นบล็อคในสื่อโซเชียลมีเดีย WeChat ของจีน ระบุว่า มีแนวโน้มอย่างมากที่จะมีพัฒนาการครั้งใหม่ในการเจรจาการค้ารอบนี้  Taoran Notes ได้อ้างอิงแถลงการณ์ของกระทรวงพาณิชย์จีน ที่ระบุว่า เจ้าหน้าที่ของทั้งสองฝ่ายจะทำการปรึกษาหารือกันในกลางเดือนนี้เพื่อเตรียมการสำหรับ”ความคืบหน้าที่มีความหมาย”ในการเจรจาระดับรัฐมนตรีในเดือนต.ค.  Taoran Notes ระบุว่า กระทรวงพาณิชย์จีนไม่เคยออกแถลงการณ์โดยใช้คำว่า “ความคืบหน้าที่มีความหมาย” นับตั้งแต่การเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐและจีนประสบความล้มเหลวในเดือนพ.ค.  \
  • (+/-) เงินปอนด์แข็งค่า รับความหวังอังกฤษไม่เผชิญ “no-deal Brexit”  เงินปอนด์ยังคงแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (5 ก.ย.) โดยได้แรงหนุนจากการคาดการณ์ที่ว่า อังกฤษจะไม่เผชิญกับการแยกตัวออกจากสหภาพยุโรปบบไม่มีการทำข้อตกลง หรือ “no-deal Brexit” ขณะที่สกุลเงินดอลลาร์แข็งค่าเมื่อเทียบกับเงินเยนและฟรังก์สวิส ขานรับข่าวจีนและสหรัฐได้ตกลงที่จะจัดการประชุมเพื่อเจรจาการค้ารอบใหม่ในเดือนหน้า รวมทั้งข้อมูลเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งของสหรัฐ  เงินปอนด์แข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.2323 ดอลลาร์ จากระดับ 1.2212 ดอลลาร์ ขณะที่ยูโรแข็งค่าขึ้นแตะที่ระดับ 1.1036 ดอลลาร์ จากระดับ 1.1032 ดอลลาร์ ส่วนดอลลาร์ออสเตรเลียแข็งค่าขึ้นสู่ระดับ 0.6816 ดอลลาร์สหรัฐ จากระดับ 0.6798 ดอลลาร์สหรัฐ  ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับเงินเยน ที่ระดับ 106.95 เยน จากระดับ 106.40 เยน และแข็งค่าเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิสที่ระดับ 0.9868 ฟรังก์ จากระดับ 0.9802 ฟรังก์