ข้ามไปยังทูลบาร์
กันยายน 23, 2020

วิเคราะห์ราคาทองคำ 6 ก.พ.63(ภาคเช้า) by YLG

Spread the love

โดย  : บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (YLG)

คำแนะนำ :

เน้นเก็งกำไรระยะสั้น หากราคาขยับขึ้นเสี่ยงเปิดสถานะขายทำกำไรระยะสั้นหากราคาไม่ผ่านโซน 1,562-1,567 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หากผ่านได้ให้รอไปขายบริเวณต้านสำคัญในโซน 1,576 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ทั้งนี้ ประเมินแนวรับระยะสั้นบริเวณ 1,548-1,546 ดอลลาร์ต่อออนซ์

แนวรับ : 1,546 1,535 1,524  แนวต้าน : 1,567 1,576 1,589

จจัยพื้นฐาน :

ราคาทองคำวานนี้ปิดปรับตัวเพิ่มขึ้น 3.00 ดอลลาร์ต่อออนซ์  แม้ในระหว่างวันราคาทองคำจะร่วงลงไปแตะระดับต่ำสุดในรอบ 2 สัปดาห์บริเวณ 1,547.30  ดอลลาร์ต่อออนซ์  ท่ามกลางแรงกดดันจากการแข็งค่าของสกุลเงินดอลลาร์  และการทะยานขึ้นของสินทรัพย์เสี่ยงทั่วโลก  โดยเฉพาะตลาดหุ้นสหรัฐที่ทะยานขึ้นต่อเป็นวันทำการที่ 3  ทั้งนี้  ดัชนีดาวโจนส์ปิดพุ่ง 483.22 จุด ส่วนดัชนี S&P500 และ Nasdaq ปิดทำนิวไฮ  ขานรับการเปิดเผยตัวเลขเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งของสหรัฐ  อาทิ  ตัวเลขขาดดุลการค้าที่ลดลง 1.7% สู่ระดับ 6.168 แสนล้านดอลลาร์ในปีที่แล้วและเป็นการลดลงเป็นครั้งแรกในรอบ 6 ปี, ดัชนี PMI ภาคบริการจาก ISM ปรับตัวขึ้นเกินคาดสู่ระดับ 55.5 ในเดือนม.ค. รวมไปถึงการจ้างงานของภาคเอกชนสหรัฐจาก ADP ที่เพิ่มขึ้นเกินคาดแตะระดับสูงสุดในรอบเกือบ 5 ปี  อย่างไรก็ดี  แรงซื้อคืน (short covering) และแรงซื้อเก็งกำไร (bargain hunting)ช่วยหนุนให้ราคาทองคำฟื้นตัวขึ้นมาปิดตลาดในแดนบวกในที่สุด  ขณะที่เช้ามืดของวันนี้ตามเวลาไทย  วุฒิสภาสหรัฐได้ลงมติ “คัดค้าน” การถอดถอนประธานาธิบดีทรัมป์ออกจากตำแหน่ง  แต่เพราะเป็นไปตามสิ่งที่ตลาดคาดการณ์เอาไว้ล่วงหน้า  ข่าวนี้จึงไม่ได้ส่งผลต่อการเคลื่อนไหวของสินทรัพย์ต่างๆแต่อย่างใด  สำหรับวันนี้ติดตามการเปิดเผยจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานของสหรัฐ

จจัยทางเทคนิค :

ราคาทองคำเกิดแรงซื้อดีดตัวขึ้นหลังจากที่อ่อนตัวลงมาใกล้  1,548-1,546 ดอลลาร์ต่อออนซ์   โดยราคาพยายามเคลื่อนไหวแกว่งตัวในกรอบเพื่อสร้างฐานราคา เบื้องต้นมีแนวต้านระยะสั้นที่ 1,562-1,567 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หากสามารถผ่านไปได้ ประเมินว่าจะเกิดแรงซื้อดันมาเข้าใกล้แนวต้านสำคัญโซน 1,576 ดอลลาร์ต่อออนซ์อีกครั้ง

กลยุทธ์การลงทุน :

เน้นเก็งกำไรตามกรอบ ราคาทองคำมีจุดเสี่ยงเปิดสถานะขายระยะสั้นในบริเวณ 1,567-1,576 ดอลลาร์ต่อออนซ์ (ตัดขาดทุนหากยืน1,576 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้) แต่หากราคาอ่อนตัวลงไปก่อนให้พิจารณาบริเวณ 1,548-1,546 ดอลลาร์ต่อออนซ์เป็นจุดเข้าซื้อ แต่หากหลุด 1,535 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แนะนำให้ชะลอการเข้าซื้อเพื่อรอดูการตั้งฐานของราคา

ข่าวสารประกอบการลงทุน :

  • (-) วุฒิสภาสหรัฐลงมติคัดค้านการถอดถอน”ทรัมป์”ตามคาด, ประกาศให้”ทรัมป์”พ้นมลทินทุกข้อกล่าวหา  วุฒิสภาสหรัฐลงมติคัดค้านการถอดถอนประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ออกจากตำแหน่ง พร้อมกับประกาศให้ปธน.ทรัมป์พ้นผิดทั้ง 2 ข้อกล่าวหา ซึ่งได้แก่ การใช้อำนาจในทางมิชอบ และขัดขวางกระบวนการสอบสวนของสภาคองเกรส โดยการลงมติดังกล่าวมีขึ้นหลังจากสมาชิกวุฒิสภาได้ทำการอภิปรายญัตติถอดถอนดังกล่าวในวันพุธตามเวลาสหรัฐ  ทั้งนี้ วุฒิสภามีมติด้วยคะแนนเสียง 52 ต่อ 48 ปฏิเสธข้อกล่าวหาการใช้อำนาจในทางมิชอบ และลงมติด้วยคะแนนเสียง 53 ต่อ 47 ปฏิเสธข้อกล่าวหาขัดขวางกระบวนการสอบสวนของสภาคองเกรส พร้อมประกาศให้ปธน.ทรัมป์พ้นผิดใน 2 ข้อกล่าวหาดังกล่าว
  • (-) สหรัฐเผยขาดดุลการค้าลดลงในปีที่แล้ว ครั้งแรกในรอบ 6 ปี  กระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยว่า ตัวเลขขาดดุลการค้าของสหรัฐลดลงในปีที่แล้ว เป็นครั้งแรกในรอบ 6 ปี โดยได้อานิสงส์จากการทำสงครามการค้าระหว่างสหรัฐและจีน ซึ่งทำให้ตัวเลขการนำเข้าของสหรัฐลดลง ขณะที่ตัวเลขการส่งออกก็ลดลงเช่นกัน เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2559  ทั้งนี้ ตัวเลขขาดดุลการค้าของสหรัฐลดลง 1.7% สู่ระดับ 6.168 แสนล้านดอลลาร์ในปีที่แล้ว โดยลดลงเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2556 และคิดเป็นสัดส่วน 2.9% ของตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ของสหรัฐ เมื่อเทียบกับระดับ 3.0% ในปี 2561  ตัวเลขการนำเข้าสินค้าลดลง 1.7% ในปีที่แล้ว ซึ่งเป็นการปรับตัวลงครั้งแรกในรอบ 3 ปี ขณะที่การส่งออกลดลง 1.3%
  • (-) ISM เผยดัชนีภาคบริการสหรัฐสูงสุดรอบ 5 เดือนในม.ค.  ผลสำรวจของสถาบันจัดการด้านอุปทานของสหรัฐ (ISM) พบว่า ดัชนีภาคบริการของสหรัฐปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 55.5 ในเดือนม.ค. ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนส.ค.ปีที่แล้ว จากระดับ 54.9 ในเดือนธ.ค. และสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 55.0
  • (-) ADP เผยการจ้างงานภาคเอกชนสหรัฐพุ่งสูงสุดรอบเกือบ 5 ปีในเดือนม.ค.  ออโตเมติก ดาต้า โพรเซสซิ่ง อิงค์ (ADP) และมูดี้ส์ อนาลิติกส์ เปิดเผยว่า การจ้างงานของภาคเอกชนสหรัฐพุ่งขึ้น 291,000 ตำแหน่งในเดือนม.ค. ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนพ.ค.2558 และสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 150,000 ตำแหน่ง จากระดับ 199,000 ตำแหน่งในเดือนธ.ค.
  • (-) ดาวโจนส์ปิดพุ่ง 483.22 จุด รับข่าวพบยาต้านไวรัสโคโรนา,ข้อมูลศก.สหรัฐสดใส  ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นติดต่อกันเป็นวันที่ 3 เมื่อคืนนี้ (5 ก.พ.) ขณะที่ดัชนี S&P500 และ Nasdaq ปิดทำนิวไฮ ขานรับข้อมูลเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งของสหรัฐ ซึ่งรวมถึงตัวเลขจ้างงานภาคเอกชนของสหรัฐที่พุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบเกือบ 5 ปี นอกจากนี้ ตลาดยังได้แรงหนุนจากรายงานข่าวที่ว่า นักวิทยาศาสตร์ของจีนและอังกฤษสามารถคิดค้นยาและวัคซีนต้านเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ ซึ่งข่าวดังกล่าวช่วยให้นักลงทุนคลายความกังวลเกี่ยวกับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสดังกล่าว  ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 29,290.85 จุด พุ่งขึ้น 483.22 จุด หรือ +1.68% ขณะที่ดัชนี S&P500 ปิดที่ 3,334.69 จุด เพิ่มขึ้น 37.10 จุด หรือ +1.13% ส่วนดัชนี Nasdaq ปิดที่ 9,508.68 จุด เพิ่มขึ้น 40.71 จุด หรือ +0.43%
  • (-) ดอลล์แข็งเทียบสกุลเงินหลัก ขานรับข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐสดใส  ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (5 ก.พ.) ขานรับข้อมูลเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งของสหรัฐ ซึ่งรวมถึงตัวเลขจ้างงานภาคเอกชนที่พุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบเกือบ 5 ปี  ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับเงินเยน ที่ระดับ 109.83 เยน จากระดับ 109.49 เยน และแข็งค่าเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิส ที่ระดับ 0.9738 ฟรังก์ จากระดับ 0.9696 ฟรังก์ นอกจากนี้ ดอลลาร์สหรัฐยังแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์แคนาดา ที่ระดับ 1.3293 ดอลลาร์แคนาดา จากระดับ 1.3283 ดอลลาร์แคนาดา  ยูโรอ่อนค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.0996 ดอลลาร์ จากระดับ 1.1042 ดอลลาร์ ขณะที่เงินปอนด์อ่อนค่าลงแตะที่ระดับ 1.2990 ดอลลาร์ จากระดับ 1.3037 ดอลลาร์