ข้ามไปยังทูลบาร์
กันยายน 22, 2020

วิเคราะห์ราคาทองคำ 5 มี.ค.63(ภาคเช้า) by HGF

Spread the love

โดย  : บริษัท ฮั่วเซ่งเฮง โกลด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด(HGF)

ทองคำลดลง จากดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นสหรัฐเพิ่มขึ้น 4.5%

คืนนี้สหรัฐจะประกาศยอดสั่งซื้อภาคโรงงานเดือนม.ค.   

ทองคำคาดเคลื่อนไหวในกรอบ 1,620-1,650 ดอลลาร์

  • ราคาทองคำ Spot เมื่อวานปรับลดลงเล็กน้อย ซึ่งทองคำได้รับปัจจัยหนุนจากธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ประกาศปรับลดอัตราดอกเบี้ย 0.50% จากระดับ 1.50-1.75% สู่ระดับ 1.00-1.25% ส่วนการเปิดเผยรายงาน Beige Book สะท้อนให้เห็นว่าการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 กระทบต่อเศรษฐกิจสหรัฐ ขณะที่การปรับขึ้นของดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นสหรัฐเพิ่มขึ้น 4.5% และการจ้างงานภาคเอกชน ADP ของสหรัฐเดือนก.พ.เพิ่มขึ้น 183,000 ตำแหน่ง สูงกว่าตลาดคาดจะเพิ่มขึ้น 170,000 ตำแหน่ง ทำให้มีแรงเทขายทองคำออกมา ทางด้านกองทุน SPDR ถือครองทองคำเท่าเดิม
  • คืนนี้สหรัฐจะประกาศจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ ตลาดคาดจะลดลง 4,000 ราย สู่ระดับ 215,000 ราย ยอดสั่งซื้อภาคโรงงานเดือนม.ค.ตลาดคาดจะลดลง 0.2% แย่ลงหลังจากที่เดือนธ.ค.เพิ่มขึ้น 1.8% นอกจากนี้ติดตามการประชุมกลุ่มโอเปค
  • แนวโน้มราคาทองคำคาดเคลื่อนไหวในกรอบ 1,620-1,650  ดอลลาร์  โดยทองคำมีแนวต้านที่ 1,650 ดอลลาร์ ถ้าผ่านขึ้นไปได้จะมีแนวต้านที่ 1,660 ดอลลาร์ ขณะที่มีแนวรับที่ 1,620 ดอลลาร์ และ 1,600 ดอลลาร์

ราคาทองตลาดโลก

Close chg. Support Resistance
1,636.50 -4.0 1,620/1,600 1,650/1,660

ราคาทองแท่ง 96.5%

Close chg. Support Resistance
24,300 +450 24,100/23,800 24,500/24,600

โกลด์ฟิวเจอร์ส

Close chg Support Resistance
24,520 +70 24,250/23,950 24,650/24,780

แนะนำซื้อขายตามกรอบราคาทอง Spot ระหว่าง 1,620-1,650 ดอลลาร์ (GF 24,250-24,650 บาท)

โกลด์ออนไลน์ฟิวเจอร์

Close chg Support Resistance
1,642.50 +1.50 1,623/1,603 1,653/1,663

แนะนำซื้อขายตามกรอบราคา GOH20 1,623-1,653 ดอลลาร์

ค่าเงินบาท

ทิศทางเงินบาทในวันนี้คาดเริ่มอ่อนค่าลง หลังจากแข็งค่าขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเงินดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ จากการจ้างงานภาคเอกชน ADP เดือนก.พ. ของสหรัฐเพิ่มขึ้นสูงกว่าตลาดคาด โดย USD Futures เดือนมี.ค.63 คาดจะมีแนวต้านที่ 31.50 บาท/ดอลลาร์ ขณะที่มีแนวรับที่ 31.25 บาท/ดอลลาร์

News

ตลาดการเงินต่างประเทศ : ดอลล์แข็งเทียบค่าเงินหลัก รับข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐสดใส

          ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนที่ผ่านมา (4 มี.ค.) ขานรับข้อมูลเศรษฐกิจที่สดใสของสหรัฐ ซึ่งรวมถึงตัวเลขจ้างงานภาคเอกชนที่พุ่งขึ้นเกินคาดในเดือนก.พ. ขณะที่นักลงทุนจับตาความเคลื่อนไหวของธนาคารกลางต่างๆ หลังจากธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ประกาศลดอัตราดอกเบี้ยฉุกเฉิน 0.5% เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา

ตลาดโลหะมีค่าต่างประเทศ : ทองปิดลบ $1.4 เหตุนลท.ขายสินทรัพย์ปลอดภัยหลังดาวโจนส์พุ่งแรง

          สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดลบเมื่อคืนที่ผ่านมา (4 มี.ค.) หลังจากตลาดหุ้นสหรัฐทะยานขึ้นอย่างแข็งแกร่ง ซึ่งส่งผลให้นักลงทุนเทขายทองคำในฐานะสินทรัพย์ที่ปลอดภัย และเข้าซื้อสินทรัพย์เสี่ยงที่ให้ผลตอบแทนสูงกว่า นอกจากนี้ การแข็งค่าของสกุลเงินดอลลาร์ยังทำให้สัญญาทองคำมีความน่าดึงดูดน้อยลงด้วย สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนเม.ย. ลดลง 1.4 ดอลลาร์ หรือ 0.09% ปิดที่ 1,643 ดอลลาร์/ออนซ์                  

สัญญาโลหะเงินส่งมอบเดือนพ.ค. เพิ่มขึ้น 5.8 เซนต์ หรือ 0.34% ปิดที่ 17.246 ดอลลาร์/ออนซ์

ตลาดน้ำมันดิบต่างประเทศ : น้ำมัน WTI ปิดลบ 40 เซนต์ หลังสต็อกน้ำมันดิบสหรัฐพุ่งต่อเนื่อง

          สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดลบเมื่อคืนที่ผ่านมา (4 มี.ค.) โดยได้รับปัจจัยลบจากรายงานที่ว่า สต็อกน้ำมันดิบของสหรัฐปรับตัวเพิ่มขึ้นติดต่อกันเป็นสัปดาห์ที่ 6 รวมทั้งข่าวที่ว่า รัสเซียอาจจะไม่เห็นด้วยกับการปรับลดกำลังการผลิต ในการประชุมกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) และพันธมิตร วันที่ 5-6 มี.ค.นี้ที่กรุงเวียนนา สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนเม.ย. ลดลง 40 เซนต์ หรือ 0.9% ปิดที่ 46.78 ดอลลาร์/บาร์เรล  สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ส่งมอบเดือนพ.ค. ลดลง 73 เซนต์ หรือ 1.4% ปิดที่ 51.13 ดอลลาร์/บาร์เรล

ตลาดหุ้นต่างประเทศ : ดาวโจนส์ปิดพุ่ง 1,173.45 จุด รับข่าว”ไบเดน”จ่อคว้าชัยศึกซูเปอร์ทิวส์เดย์          ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดทะยานขึ้นกว่า 1,100 จุดเมื่อคืนที่ผ่านมา (4 มี.ค.) หลังจากมีรายงานว่า นายโจ ไบเดน อดีตรองประธานาธิบดีสหรัฐ มีแนวโน้มที่จะได้รับชัยชนะในศึก”ซูเปอร์ ทิวส์เดย์” ซึ่งเป็นการเลือกตั้งแบบไพรมารีของพรรคเดโมแครต เพื่อเลือกผู้ที่จะเป็นตัวแทนพรรคเข้าชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐในเดือนพ.ย.นี้ โดยนักลงทุนขานรับข่าวดังกล่าวเนื่องจากชื่นชอบนโยบายสายกลางของนายไบเดน ซึ่งแตกต่างจากคู่แข่งอย่างนายเบอร์นี แซนเดอร์ส วุฒิสมาชิกรัฐเวอร์มอนต์ ที่มีแนวโน้มใช้นโยบายทางเศรษฐกิจที่สุดโต่ง ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 27,090.86 จุด พุ่งขึ้น 1,173.45 จุด หรือ +4.53% ขณะที่ดัชนี S&P500 ปิดที่ 3,130.12 จุด เพิ่มขึ้น 126.75 จุด หรือ +4.22% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ ปิดที่ 9,018.09 จุด เพิ่มขึ้น 334.00 จุด หรือ +3.85%