ข้ามไปยังทูลบาร์
กันยายน 19, 2020

วิเคราะห์ราคาทองคำ 5 มี.ค.63(ภาคเช้า) by YLG

Spread the love

โดย  : บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (YLG)

คำแนะนำ :

เน้นการเก็งกำไรระยะสั้นจากการแกว่งตัว หากราคาขยับขึ้นทดสอบแนวต้าน 1,656-1,663 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่ไม่สามารถผ่านได้ แนะนำแบ่งขายทองคำออกขายบางส่วน เพื่อรอเข้าซื้อบริเวณแนวรับ 1,635-1,624 ดอลลาร์ต่อออนซ์

แนวรับ : 1,635 1,624 1,612 แนวต้าน : 1,663 1,677 1,689

จจัยพื้นฐาน :

ราคาทองคำวานนี้ปิดทรงตัวแทบไม่เปลี่ยนแปลง  แม้ราคาทองคำจะเผชิญกับปัจจัยกดดัน 2 ประการ  ได้แก่  (1.) ดัชนีดาวโจนส์ที่ปิดพุ่งขึ้น 1,173.45 จุด หรือ +4.53% ขานรับชัยชนะของนาย Joe Biden ในศึกการเลือกตั้งขั้นต้นของพรรคเดโมแครต(Super Tuesday) เหนือคู่แข่งอย่างนาย Bernie Sanders ซึ่งมีแนวโน้มใช้นโยบายทางเศรษฐกิจแบบสุดโต่ง  ประเด็นดังกล่าวกดดันทองคำที่อยู่ในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย  (2.) การแข็งค่าของสกุลเงินดอลลาร์  ขานรับการเปิดเผยการจ้างงานภาคเอกชนจาก ADP ที่พุ่งเกินคาดแตะ 183,000 ตำแหน่งในเดือนก.พ. ส่วนดัชนี PMI ภาคบริการจาก ISM ปรับตัวขึ้นเกินคาดสู่ระดับ 57.3 ในเดือนก.พ. สถานการณ์ดังกล่าวกดดันราคาทองคำเพิ่มเติม  ส่งผลให้ราคาร่วงลงมาแตะระดับต่ำสุดบริเวณ 1,531.65 ดอลลาร์ต่อออนซ์ในระหว่างวัน  อย่างไรก็ดี  ราคาทองคำสามารถฟื้นตัวขึ้นได้  ท่ามกลางความวิตกเกี่ยวกับสถานการณ์การระบาดของไวรัส Covid-19 นอกจีน  ประกอบกับนักลงทุนคาดการณ์ว่าธนาคารกลางทั่วโลกโดยเฉพาะธนาคารกลางสหรัฐ(เฟด)มีแนวโน้มผ่อนคลายนโยบายการเงินเพิ่มเติมเพื่อสกัดผลกระทบที่เกิดจาก Covid-19 ทำให้เกิดแรงซื้อเข้ามาพยุงราคาทองคำเอาไว้  สำหรับวันนี้ติดตามการเปิดเผยประสิทธิภาพการผลิตและต้นทุนแรงงานต่อหน่วย, จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงาน และยอดสั่งซื้อภาคโรงงาน

จจัยทางเทคนิค :

แม้ราคาจะเคลื่อนไหวมีการเคลื่อนไหวในระดับสูงแต่แรงซื้อค่อนข้างจำกัด แต่หากระยะสั้นมีแรงดีดกลับและพยายามจะดีดตัวขึ้นไปทดสอบแนวต้านระดับ 1,656-1,663 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หากไม่สามารถยืนเหนือระดับดังกล่าวได้อาจจะเกิดแรงขายสลับออกมาอีกครั้ง โดยประเมินแนวรับบริเวณ 1,635-1,624 ดอลลาร์ต่อออนซ์

กลยุทธ์การลงทุน :

เข้าซื้อเพื่อเก็งกำไรระยะสั้น เมื่อราคาอ่อนตัวลงรอดูบริเวณ 1,635-1,624 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หากไม่หลุดสามารถเข้าซื้อเก็งกำไรระยะสั้นได้ (ตัดขาดทุนหากไม่สามารถยืนเหนือ 1,624 ดอลลาร์ต่อออนซ์) แบ่งขายทำกำไรเมื่อราคาดีดตัวหรือบริเวณแนวต้าน 1,656-1,663 ดอลลาร์ต่อออนซ์

ข่าวสารประกอบการลงทุน :

  • (-) คองเกรสไฟเขียวตั้งกองทุนฉุกเฉินวงเงินกว่า 7 พันล้านดอลล์สกัดโควิด-19 ระบาด  แกนนำในสภาคองเกรสประกาศจัดตั้งกองทุนฉุกเฉินวงเงิน 7.767 พันล้านดอลลาร์ในการสกัดการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19  “สิ่งนี้ไม่เกี่ยวกับประเด็นการเมือง แต่เป็นงานของเราในการปกป้องชาวอเมริกันจากการแพร่ระบาดของโรคติดต่อครั้งใหญ่” นายริชาร์ด เชลบี ประธานคณะกรรมการจัดสรรงบประมาณประจำวุฒิสภา กล่าว 
  • (-) IMF ประกาศทุ่ม 5 หมื่นล้านดอลล์สกัดโควิด-19 ลุกลาม  กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ประกาศให้สินเชื่อวงเงิน 5 หมื่นล้านดอลลาร์แก่ประเทศต่างๆ ในการต่อสู้กับการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19  นางคริสตาลินา จอร์จีวา ผู้อำนวยการ IMF กล่าวว่า เม็ดเงินดังกล่าวจะสามารถเบิกจ่ายได้ในทันที เพื่อให้ความช่วยเหลือต่อประเทศในตลาดเกิดใหม่ และประเทศยากจน โดยเงินช่วยเหลือดังกล่าวจะปลอดดอกเบี้ย และประเทศที่ขอรับความช่วยเหลือไม่จำเป็นต้องเคยมีโครงการกับ IMF เพื่อให้มีสิทธิได้รับความช่วยเหลือในครั้งนี้
  • (-) “ไบเดน”ช็อกโลก จ่อคว่ำ”แซนเดอร์ส”คว้าชัยศึก”ซูเปอร์ ทิวส์เดย์”    สำนักข่าว NBC รายงานว่า ผลการนับคะแนนล่าสุด ปรากฎว่า นายโจ ไบเดน อดีตรองประธานาธิบดีสหรัฐ กำลังมีคะแนนนำนายเบอร์นี่ แซนเดอร์ส วุฒิสมาชิกรัฐเวอร์มอนต์ ในศึก”ซูเปอร์ ทิวส์เดย์” ซึ่งเป็นการเลือกตั้งแบบไพรมารีของพรรคเดโมแครตใน 14 รัฐทั่วสหรัฐ เพื่อสรรหาผู้ที่จะเป็นตัวแทนพรรคเข้าชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐในวันที่ 3 พ.ย. ขณะนี้ นายไบเดนสามารถรวบรวมคะแนนเสียงของคณะผู้เลือกตั้งได้ถึง 453 เสียง จากการคว้าชัยชนะในรัฐเท็กซัส, นอร์ท แคโรไลนา และเวอร์จิเนีย ขณะที่นายแซนเดอร์สได้คะแนนเสียง 373 เสียง จากการคว้าชัยชนะในรัฐเวอร์มอนต์, โคโลราโด และยูทาห์
  • (-) ISM เผยดัชนีภาคบริการสหรัฐสูงสุดรอบ 1 ปีในเดือนก.พ.  ผลสำรวจของสถาบันจัดการด้านอุปทานของสหรัฐ (ISM) พบว่า ดัชนีภาคบริการของสหรัฐปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 57.3 ในเดือนก.พ. ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนก.พ.ปีที่แล้ว จากระดับ 55.5 ในเดือนม.ค. และสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 54.9
  • (-) ADP เผยการจ้างงานภาคเอกชนสหรัฐพุ่งเกินคาดในเดือนก.พ.  ออโตเมติก ดาต้า โพรเซสซิ่ง อิงค์ (ADP) และมูดี้ส์ อนาลิติกส์ เปิดเผยว่า การจ้างงานของภาคเอกชนสหรัฐพุ่งขึ้น 183,000 ตำแหน่งในเดือนก.พ. สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 155,000 ตำแหน่ง
  • (-) ดาวโจนส์ปิดพุ่ง 1,173.45 จุด รับข่าว”ไบเดน”จ่อคว้าชัยศึกซูเปอร์ทิวส์เดย์  ดัชนีดาวโจนส์ปิดทะยานขึ้นกว่า 1,100 จุดเมื่อคืนนี้ (4 มี.ค.) หลังจากมีรายงานว่า นายโจ ไบเดน อดีตรองประธานาธิบดีสหรัฐ มีแนวโน้มที่จะได้รับชัยชนะในศึก”ซูเปอร์ ทิวส์เดย์” ซึ่งเป็นการเลือกตั้งแบบไพรมารีของพรรคเดโมแครต เพื่อเลือกผู้ที่จะเป็นตัวแทนพรรคเข้าชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐในเดือนพ.ย.นี้ โดยนักลงทุนขานรับข่าวดังกล่าวเนื่องจากชื่นชอบนโยบายสายกลางของนายไบเดน ซึ่งแตกต่างจากคู่แข่งอย่างนายเบอร์นี แซนเดอร์ส วุฒิสมาชิกรัฐเวอร์มอนต์ ที่มีแนวโน้มใช้นโยบายทางเศรษฐกิจที่สุดโต่ง  ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 27,090.86 จุด พุ่งขึ้น 1,173.45 จุด หรือ +4.53% ขณะที่ดัชนี S&P500 ปิดที่ 3,130.12 จุด เพิ่มขึ้น 126.75 จุด หรือ +4.22% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ ปิดที่ 9,018.09 จุด เพิ่มขึ้น 334.00 จุด หรือ +3.85%
  • (-) ดอลล์แข็งเทียบค่าเงินหลัก รับข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐสดใส  ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (4 มี.ค.) ขานรับข้อมูลเศรษฐกิจที่สดใสของสหรัฐ ซึ่งรวมถึงตัวเลขจ้างงานภาคเอกชนที่พุ่งขึ้นเกินคาดในเดือนก.พ. ขณะที่นักลงทุนจับตาความเคลื่อนไหวของธนาคารกลางต่างๆ หลังจากธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ประกาศลดอัตราดอกเบี้ยฉุกเฉิน 0.5% เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา  ดอลลาร์แข็งค่าเมื่อเทียบกับเงินเยน ที่ระดับ 107.34 เยน จากระดับ 107.23 เยน แต่ดอลลาร์อ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิส ที่ระดับ 0.9560 ฟรังก์ จากระดับ 0.9570 ฟรังก์  ยูโรอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์ ที่ระดับ 1.1139 ดอลลาร์ จากระดับ 1.1175 ดอลลาร์ ขณะที่เงินปอนด์แข็งค่าขึ้นแตะที่ระดับ 1.2868 ดอลลาร์ จากระดับ 1.2811 ดอลลาร์