เมษายน 14, 2021

วิเคราะห์ราคาทองคำ 5 พ.ย.63(ภาคเช้า) by HGF

Spread the love


โดย  : 
บริษัท ฮั่วเซ่งเฮง โกลด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด(HGF)

ทองคำลดลงเนื่องจากคะแนนของผู้ชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐสูสี

วันนี้ติดตามผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐการประชุมเฟด

ราคาทองคำคาดผันผวนตามผลการนับคะแนนประธานาธิบดีสหรัฐ

  • ราคาทองคำ Spotเมื่อวานปรับลดลง หลังจากเพิ่มขึ้นติดต่อกัน 3 วัน   เนื่องจากคะแนนของผู้ชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐเป็นไปอย่างสูสี และอาจจะยังไม่ได้ข้อสรุปในเร็ววันนี้ จากที่ต้องรอผลการนับคะแนนหลายรัฐซึ่งเป็นรัฐที่มีคะแนนจากคณะผู้เลือกตั้งจำนวนมากทำให้นักลงทุนลดคาดการณ์แนวโน้มการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจขนาดใหญ่ของสหรัฐ ทางด้านกองทุน SPDRGold Trust ขายทองคำ 3.5 ตันเมื่อวาน
  • ประชุมธนาคารกลางสหรัฐจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ของสหรัฐตลาดคาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 740,000 ราย
  • แนวโน้มราคาทองคำคาดผันผวนตามผลการนับคะแนนประธานาธิบดีสหรัฐถึงแม้ว่าคะแนนล่าสุดโจ ไบเดนมีโอกาสได้เป็นประธานาธิบดีสหรัฐคนที่ 46 ก็ตามโดยมีแนวต้านที่ 1,920ดอลลาร์ และ 1,930 ดอลลาร์ขณะที่มีแนวรับที่ 1,880 ดอลลาร์ และ 1,870 ดอลลาร์

ราคาทองตลาดโลก

Closechg.SupportResistance
1,903.20-5.11,880/1,8701,920/1,930

ราคาทองแท่ง 96.5%

Closechg.SupportResistance
27,90027,650/27,55028,150/28,300

โกลด์ฟิวเจอร์ส

ClosechgSupportResistance
27,990-7027,780/27,66028,280/28,400

สำหรับนักลงทุนที่ซื้อไว้แนะนำถือต่อไป (Let Profit Run) การเปิดสถานะซื้อแนะนำที่ราคาทอง Spot1,880 ดอลลาร์  (GF 27,780 บาท) โดยมีจุดขายตัดขาดทุนที่1,870 ดอลลาร์  (GF 27,660บาท)

การลงทุนในทองแท่งแนะนำทยอยซื้อสะสมที่ราคาทองคำ Spot 1,860-1,880 ดอลลาร์

โกลด์ออนไลน์ฟิวเจอร์

ClosechgSupportResistance
1,903.80+6.801,885/1,8751,925/1,935

สำหรับนักลงทุนที่ซื้อไว้แนะนำถือต่อไป (Let Profit Run) การเปิดสถานะซื้อแนะนำที่ราคาGOZ201,885 ดอลลาร์ โดยมีจุดขายตัดขาดทุนที่ 1,875 ดอลลาร์

เงินบาท

ทิศทางเงินบาทในวันนี้คาดเริ่มทรงตัวทั้งนี้เงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ หลังจากสหรัฐประกาศการจ้างงานภาคเอกชน ADP เดือนต.ค.เพิ่มขึ้น 365,000 ตำแหน่งต่ำกว่าตลาดคาดจะเพิ่มขึ้น 650,000 ตำแหน่งซึ่งUSD Futures เดือนธ.ค.63คาดจะมีแนวรับที่ 31.0 บาท/ดอลลาร์ ขณะที่มีแนวต้านที่ 31.20 บาท/ดอลลาร์

News

ตลาดการเงินต่างประเทศ: ดอลล์อ่อนเทียบสกุลเงินหลักกังวลข้อมูลศก.สหรัฐซบเซา

ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนที่ผ่านมา (4 พ.ย.) เนื่องจากนักลงทุนกังวลต่อรายงานข้อมูลเศรษฐกิจที่ซบเซาของสหรัฐซึ่งรวมถึงตัวเลขจ้างงานภาคเอกชนที่ชะลอตัวลงในเดือนต.ค.  ดัชนีดอลลาร์ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงินลดลง 0.16% แตะที่ 93.4043

ตลาดโลหะมีค่าต่างประเทศ:ทองปิดร่วง $14.2 กังวลแผนกระตุ้นเศรษฐกิจไม่แน่นอน

สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดร่วงหลุดจากระดับ 1,900 ดอลลาร์เมื่อคืนที่ผ่านมา (4 พ.ย.) เนื่องจากนักลงทุนลดคาดการณ์แนวโน้มการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจขนาดใหญ่ของสหรัฐหลังจากที่การแข่งขันชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐเป็นไปอย่างสูสีและคาดว่าจะยังไม่ได้ข้อสรุปในเร็ววันนี้สัญญาทองคำตลาดCOMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนธ.ค. ร่วงลง 14.2 ดอลลาร์หรือ 0.74% ปิดที่ 1,896.2 ดอลลาร์/ออนซ์สัญญาโลหะเงินส่งมอบเดือนธ.ค. ลดลง 44.1 เซนต์หรือ 1.81% ปิดที่ 23.893 ดอลลาร์/ออนซ์

ตลาดน้ำมันดิบต่างประเทศ:น้ำมันWTI ปิดพุ่ง $1.49 รับสต็อกน้ำมันดิบลดลงมากกว่าคาด

สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นเมื่อคืนที่ผ่านมา (4 พ.ย.) ขานรับรายงานสต็อกน้ำมันดิบของสหรัฐที่ปรับตัวลดลงมากกว่าคาดในสัปดาห์ที่แล้วซึ่งช่วยให้นักลงทุนคลายความกังวลเกี่ยวกับภาวะน้ำมันล้นตลาดสัญญาน้ำมันดิบWTI ส่งมอบเดือนธ.ค. พุ่งขึ้น 1.49 ดอลลาร์หรือ 4% ปิดที่ 39.15 ดอลลาร์/บาร์เรลสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) ส่งมอบเดือนม.ค. เพิ่มขึ้น 1.52 ดอลลาร์หรือ 3.8% ปิดที่ 41.23 ดอลลาร์/บาร์เรล

ตลาดหุ้นต่างประเทศ:ดาวโจนส์ปิดพุ่ง 367.63 จุดนักลงทุนยังรอผลเลือกตั้ง

ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นเมื่อคืนที่ผ่านมา (4 พ.ย.) ขณะที่นักลงทุนยังคงรอผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐด้านนักวิเคราะห์ประเมินสถานการณ์ล่าสุดว่าผลการเลือกตั้งอาจจะออกมาในลักษณะ “Gridlock” หรือไม่มีพรรคใดพรรคหนึ่งครองอำนาจเบ็ดเสร็จในสภาคองเกรสซึ่งจะทำให้นโยบายสำคัญต่างๆที่ริเริ่มไว้ในช่วงก่อนการเลือกตั้งยังคงไม่เปลี่ยนแปลงซึ่งรวมถึงนโยบายการลดภาษีดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 27,847.66 จุดเพิ่มขึ้น 367.63 จุดหรือ +1.34% ขณะที่ดัชนีS&P500 ปิดที่ 3,443.44 จุดเพิ่มขึ้น 74.28 จุดหรือ +2.20% ส่วนดัชนีNasdaq ปิดที่ 11,590.78 จุดเพิ่มขึ้น 430.21 จุดหรือ +3.85%

“ซาราห์แมคไบรด์” คว้าชัยเป็นวุฒิสมาชิกข้ามเพศคนแรกในสหรัฐ

ซาราห์แมคไบรด์นักการเมืองสังกัดพรรคเดโมแครตวัย 30 ปีคว้าชัยชนะในการเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภารัฐเดลาแวร์ส่งผลให้เธอกลายเป็นสตรีข้ามเพศคนแรกที่ได้รับเลือกให้นั่งเก้าอี้สมาชิกวุฒิสภาสหรัฐแมคไบรด์ทวีตข้อความหลังจากรู้ผลเลือกตั้งว่า “ดิฉันหวังว่าค่ำคืนนี้จะพิสูจน์ให้เด็กที่อยู่ในกลุ่มเพศทางเลือก (LGBTQ) เห็นว่าประชาธิปไตยของเรานั้นกว้างใหญ่เพียงพอสำหรับพวกเขาด้วยเช่นกัน” พร้อมทั้งระบุว่า “ขณะที่เดลาแวร์ยังคงเผชิญกับวิกฤตโควิด-19 มันถึงเวลาแล้วที่เราต้องดำเนินนโยบายเพื่อสร้างความแตกต่างสำหรับครอบครัวผู้ใช้แรงงาน”  ทั้งนี้แมคไบรด์ชนะสตีฟวอชิงตันจากพรรครีพับลิกันได้อย่างขาดลอยและกลายเป็นตัวแทนวุฒิสภาเขตที่ 1 ของรัฐเดลาแวร์ซึ่งครอบคลุมเมืองเบลล์ฟอนต์, เคลย์มอนต์และบางส่วนของวิลมิงตันซึ่งเป็นเมืองใหญ่ที่สุดของรัฐในระหว่างการประกาศลงสมัครเมื่อปีที่ผ่านมาแมคไบรด์กล่าวว่า “ดิฉันอุทิศชีวิตเพื่อต่อสู้ให้ผู้คนได้มีเกียรติ, ความสงบสุขและความยุติธรรมในการดำเนินชีวิตและก้าวไปข้างหน้า”   ทั้งนี้แมคไบรด์ซึ่งเป็นอดีตโฆษกของกลุ่มรณรงค์สิทธิมนุษยชนของLGBTQ ได้เคยกลายเป็นข่าวโด่งดังในปี 2555 เมื่อเธอก้าวลงจากตำแหน่งประธานนักศึกษาของมหาวิทยาลัยอเมริกันและเปิดเผยตัวเองว่าเป็นคนข้ามเพศในหนังสือพิมพ์ของมหาวิทยาลัย

ทรัมป์แถลงอ้างชัยชนะลั่นถูกโกงเตรียมฟ้องศาลสูง

โดนัลด์ทรัมป์ผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐสมัยที่สองในนามพรรครีพับลิกันได้จัดแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนที่ห้องโถงฝั่งตะวันออกของทำเนียบขาวในช่วงบ่ายวันนี้ตามเวลาไทยโดยทรัมป์กล่าวขอบคุณครอบครัวของตนเองและขอบคุณชาวอเมริกันที่สนับสนุนเขาซึ่งทำให้เขาได้รับชัยชนะในหลายรัฐอย่างคาดไม่ถึงโดยเฉพาะอย่างยิ่งบรรดารัฐสมรภูมิ   “ในการเลือกตั้งครั้งนี้มีชาวอเมริกันออกมาใช้สิทธิมากเป็นประวัติการณ์เราชนะในรัฐฟลอริดาด้วยคะแนนสูงมากเรายังชนะในเท็กซัสและโอไฮโออีกทั้งยังชัดเจนด้วยว่าเราชนะในจอร์เจียและเรากำลังจะชนะในเพนซิลเวเนียเรามีค่ำคืนที่ยิ่งใหญ่” ทรัมป์กล่าวขณะเดียวกันทรัมป์ยังอ้างด้วยว่าตนเองถูกโกงคะแนนเสียงโดยกล่าวว่า “เป็นเรื่องน่าเศร้าใจที่มีคนกลุ่มหนึ่งพยายามหลอกลวงประชาชนที่ลงคะแนนให้ผมและเราจะไม่ยอมให้เรื่องนี้เกิดขึ้น”   “เราเตรียมฉลองชัยชนะครั้งใหญ่เรากำลังชนะในทุกสิ่งแต่ก็มีเหตุที่ทำให้ทุกอย่างต้องหยุดชะงักเรากำลังจะไปที่ศาลสูงสุดเราต้องการให้การโหวตทั้งหมดยุติลงเราไม่ต้องการให้พวกเขาไปที่คูหาเลือกตั้งในเวลาตีสี่และลงคะแนนเสียงในเวลานั้น”     ทั้งนี้ยังไม่เป็นที่ชัดเจนว่า “การไปศาลสูงสุด” ในความหมายของทรัมป์คืออะไรเนื่องจากศาลสูงสุดของสหรัฐไม่ใช่สถานที่แรกที่จะทำการตัดสินคดีความแต่จะพิจารณาทบทวนการตัดสินของศาลชั้นต้น”นี่เป็นการโกงชาวอเมริกันนี่เป็นสิ่งที่สร้างความอับอายให้กับประเทศของเรามันเป็นช่วงเวลาที่น่าเศร้าสำหรับผม” ทรัมป์กล่าวรายงานล่าสุดระบุว่าโจไบเดนคู่ชิงตำแหน่งประธานาธิบดีจากพรรคเดโมแครตได้รับชัยชนะในรัฐแอริโซนาซึ่งนับเป็นรัฐแรกที่ไบเดนช่วงชิงจากทรัมป์มาได้โดยทรัมป์คว้าชัยที่รัฐนี้ในการเลือกตั้งเมื่อ 4 ปีที่แล้ว

หวั่นโควิดเลวร้ายสุดภายในม.ค.ปีหน้าไม่สนทรัมป์หรือไบเดนคว้าชัย

สื่อต่างประเทศรายงานว่าไม่ว่าผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐครั้งนี้จะออกมาว่าใครเป็นผู้ชนะก็ตามแต่ประธานาธิบดีโดนัลด์ทรัมป์ก็จะยังคงต้องบริหารประเทศต่อไปอย่างน้อยจนถึงเดือนม.ค.ซึ่งอาจจะเป็นช่วงเวลาที่เลวร้ายที่สุดของการแพร่ระบาดโรคโควิด-19 ในสหรัฐทั้งนี้ปธน.ทรัมป์จะยังคงมีอำนาจควบคุมด้านสาธารณสุขของสหรัฐไปจนถึงวันที่ 20 ม.ค.ปีหน้าซึ่งเป็นวันที่ประธานาธิบดีคนใหม่เข้ารับตำแหน่งขณะที่จำนวนผู้ติดเชื้อรายวันเพิ่มขึ้นใกล้แตะ 100,000 คนและผู้เสียชีวิตยังคงเพิ่มขึ้นเนื่องจากโรงพยาบาลไม่สามารถรองรับผู้ป่วยได้แล้วแม้เขาจะย้ำกับประชาชนว่าสถานการณ์ในประเทศกำลังเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้นแล้วก็ตามปธน.ทรัมป์ปฏิเสธที่จะรับฟังเจ้าหน้าที่ในคณะทำงานเฉพาะกิจด้านการควบคุมโรคโควิด-19 ของทำเนียบขาวทั้งนายอเล็กซ์เอ็ม. อซาร์เลขาฝ่ายงานสาธารณสุข, ดร.โรเบิร์ตอาร์. เรดฟีลด์ผู้อำนวยการศูนย์ควบคุมและป้องกันโรค, ดร. สตีเฟนเอ็ม. ฮาห์นคณะกรรมการองค์การอาหารและยารวมถึงดร.เจโรมอดัมส์ศัลยแพทย์ทั่วไปนอกจากนี้เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมาปธน.ทรัมป์ยังพูดเป็นนัยด้วยว่าเขาอาจปลดนายแพทย์แอนโทนีฟอซีออกจากการเป็นแพทย์ใหญ่ของคณะทำงานเฉพาะกิจด้านการควบคุมโรคโควิด-19 ของทำเนียบขาวหลังเสร็จสิ้นการเลือกตั้งด้วยทางด้านนักระบาดวิทยาและผู้เชี่ยวชาญด้านโรคติดต่อพากันแสดงความกังวลอย่างยิ่งกับเรื่องนี้     “ถึงแม้ไบเดนจะชนะแต่รัฐบาลของทรัมป์ก็จะยังคงอยู่ในตำแหน่งอีกหลายเดือนซึ่งการระบาดจะไปถึงจุดที่เลวร้ายที่สุด” ดร.คาร์ลอสเดลริโอผู้เชี่ยวชาญด้านโรคติดต่อแห่งมหาวิทยาลัยเอมอรีกล่าวถึงกรณีที่ไบเดนชนะเลือกตั้ง   “ทรัมป์จะไม่รับผิดชอบเขาจะไม่พยายามอย่างที่เขาเคยบอกเป็นนัยๆว่าผมไม่สนเรื่องนี้หรอกแล้วก็ปล่อยให้บรรดาผู้ว่าการรัฐจัดการกันเอง”