ข้ามไปยังทูลบาร์
กันยายน 23, 2020

วิเคราะห์ราคาทองคำ 5 พ.ค.63(ภาคเช้า) by HGF

Spread the love

โดย  : บริษัท ฮั่วเซ่งเฮง โกลด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด(HGF)

กองทุน SPDR ซื้อทองคำต่อเนื่องเป็นสัปดาห์ที่ 6

สัปดาห์นี้ติดตามการจ้างงานของสหรัฐเดือนเม.ย.

ราคาทองคำคาดเคลื่อนไหวกรอบ 1,690-1,720 ดอลลาร์

  • สัปดาห์ที่ผ่านมาทองคำ Spot เคลื่อนไหวในกรอบ 1,669-1,728 ดอลลาร์ โดยมีปัจจัยลบจากรายงานความคืบหน้าเกี่ยวกับยารักษาโควิด-19 และตลาดหุ้นสหรัฐปรับขึ้นแรง ขณะที่ทองคำยังได้รับปัจจัยหนุนจากธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ยืนยันจะตรึงอัตราดอกเบี้ยต่ำที่ระดับ 0-0.25% จนกว่าเศรษฐกิจสหรัฐจะฟื้นตัวขึ้น      จีดีพีไตรมาส 1 ของสหรัฐหดตัวลง 4.8%  แย่กว่าตลาด และกองทุน SPDR ซื้อทองคำต่อเนื่องเป็นสัปดาห์ที่ 6 โดยซื้อทองคำ 19.59 ตันในสัปดาห์ที่ผ่านมา
  • สัปดาห์นี้ติดตามมาตรการผ่อนคลายล็อกดาวน์ของประเทศต่างๆ สถานการณ์การค้าระหว่างสหรัฐและจีน และการจ้างงานของสหรัฐเดือนเม.ย. ซึ่งตลาดคาดการจ้างงานภาคเอกชนของ ADP เดือนเม.ย. จะลดลง 20 ล้านตำแหน่ง ส่วนการจ้างงานนอกภาคเกษตรเดือนเม.ย.ตลาดคาดจะลดลง 21 ล้านตำแหน่ง สะท้อนให้เห็นว่าตลาดแรงงานของสหรัฐได้รับผลกระทบอย่างหนักจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19
  • ราคาทองคำคาดเคลื่อนไหวในกรอบ 1,690-1,720 ดอลลาร์ ซึ่งทองคำมีประเด็นบวกจากสหรัฐขู่จะเรียกเก็บภาษีจีนเพื่อตอบโต้กรณีที่จีนเป็นต้นตอการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 โดยทองคำมีแนวต้าน 1,720 ดอลลาร์ และ 1,730 ดอลลาร์ ขณะที่มีแนวรับ 1,690 ดอลลาร์ และ 1,670 ดอลลาร์

ราคาทองตลาดโลก

Closechg.SupportResistance
1,701.70+3.481,690/1,6701,720/1,730

ราคาทองแท่ง 96.5%

Closechg.SupportResistance
26,150+5025,750/25,55026,200/26,350

โกลด์ฟิวเจอร์ส

ClosechgSupportResistance
26,140-32025,970/25,73026,420/26,570

แนะนำซื้อเก็งกำไรที่ราคาทอง Spot 1,690 ดอลลาร์        (GF 25,970 บาท) โดยมีจุดขายตัดขาดทุนที่ 1,680 ดอลลาร์ (GF 25,730 บาท)

โกลด์ออนไลน์ฟิวเจอร์

ClosechgSupportResistance
1,690.0-31.201,693/1,6731,723/1,733

แนะนำซื้อเก็งกำไรที่ราคา GOM20 1,693 ดอลลาร์ โดยมีจุดขายตัดขาดทุนที่ 1,683 ดอลลาร์

ค่าเงินบาท

ทิศทางเงินบาทในวันนี้คาดจะอ่อนค่าลง เนื่องจากเงินดอลลาร์สหรัฐเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ แข็งค่าขึ้น ซึ่งมีแรงซื้อเงินดอลลาร์ในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย จากสหรัฐประกาศจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์เพิ่มขึ้นสูงสุดเป็นประวัติการณ์ และเม็ดเงินจากต่างประเทศที่ไหลออกจากตลาดหุ้นไทยอย่างต่อเนื่อง โดย USD Futures เดือนมิ.ย.63 คาดจะมีแนวต้านที่ 33.15 บาท/ดอลลาร์ ขณะที่มีแนวรับที่ 32.90 บาท/ดอลลาร์

News

ตลาดการเงินต่างประเทศ : ดอลล์แข็งเทียบค่าเงินหลัก นลท.รุกซื้อสกุลเงินปลอดภัยหลังสหรัฐขู่รีดภาษีจีน

          ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนที่ผ่านมา (4 พ.ค.) เนื่องจากนักลงทุนหลีกเลี่ยงความเสี่ยงด้วยการเข้าซื้อดอลลาร์ซึ่งเป็นสกุลเงินที่ปลอดภัยและมีสภาพคล่องสูง ท่ามกลางความวิตกกังวลเกี่ยวกับความตึงเครียดด้านการค้าครั้งใหม่ระหว่างสหรัฐและจีน หลังจากสหรัฐขู่เก็บภาษีจีนเพื่อตอบโต้กรณีที่จีนเป็นต้นตอการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19

ตลาดโลหะมีค่าต่างประเทศ : ทองปิดพุ่ง $12.4 เหตุวิตกข้อพิพาทการค้าหนุนคำสั่งซื้อสินทรัพย์ปลอดภัย

          สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นเมื่อคืนที่ผ่านมา (4 พ.ค.) เนื่องจากความวิตกกังวลเกี่ยวกับความตึงเครียดด้านการค้ารอบใหม่ระหว่างสหรัฐและจีนได้กระตุ้นให้นักลงทุนเข้าซื้อทองคำในฐานะสินทรัพย์ที่ปลอดภัย  สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนมิ.ย. เพิ่มขึ้น 12.4 ดอลลาร์ หรือ 0.73% ปิดที่ 1,713.3 ดอลลาร์/ออนซ์          สัญญาโลหะเงินส่งมอบเดือนก.ค. ลดลง 14.2 เซนต์ หรือ 0.95% ปิดที่ 14.796 ดอลลาร์/ออนซ์

ตลาดน้ำมันดิบต่างประเทศ : น้ำมัน WTI ปิดบวก 61 เซนต์ รับโอเปกพลัสเริ่มลดการผลิต

          สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดดีดตัวขึ้นเหนือระดับ 20 ดอลลาร์/บาร์เรลเมื่อคืนที่ผ่านมา (4 พ.ค.) ขานรับกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) และชาติพันธมิตร หรือโอเปกพลัส ที่เริ่มปรับลดการผลิตเพื่อรับมือกับภาวะน้ำมันล้นตลาดซึ่งเกิดจากผลกระทบของวิกฤตโควิด-19 นอกจากนี้ สัญญาน้ำมันดิบยังได้แรงหนุนจากการที่บริษัทพลังงานของสหรัฐได้ลดจำนวนแท่นขุดเจาะน้ำมันลงเป็นสัปดาห์ที่ 7 ติดต่อกัน  สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนมิ.ย. เพิ่มขึ้น 61 เซนต์ หรือ 3.1% ปิดที่ 20.39 ดอลลาร์/บาร์เรล สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ส่งมอบเดือนก.ค. เพิ่มขึ้น 76 เซนต์ หรือ 2.9% ปิดที่ 27.20 ดอลลาร์/บาร์เรล

ตลาดหุ้นต่างประเทศ : ดาวโจนส์ปิดบวก 26.07 จุด รับแรงซื้อหุ้นเทคโนฯ,พลังงาน

          ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดบวกเมื่อคืนที่ผ่านมา (4 พ.ค.) โดยได้แรงหนุนจากคำสั่งซื้อหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและกลุ่มพลังงานที่นักลงทุนส่งเข้ามาในช่วงท้ายของการซื้อขาย ซึ่งได้ช่วยสกัดปัจจัยลบจากความตึงเครียดด้านการค้าครั้งใหม่ระหว่างสหรัฐและจีน ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 23,749.76 จุด เพิ่มขึ้น 26.07 จุด หรือ +0.11% ขณะที่ดัชนี S&P500 ปิดที่ 2,842.74 จุด เพิ่มขึ้น 12.03 จุด หรือ +0.42% ส่วนดัชนี Nasdaq ปิดที่ 8,710.71 จุด เพิ่มขึ้น 105.77 จุด หรือ +1.23%