ข้ามไปยังทูลบาร์
กันยายน 20, 2020

วิเคราะห์ราคาทองคำ 5 ก.พ.63(ภาคบ่าย) by YLG

Spread the love

โดย  : บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (YLG)

แนวรับ : 1,546 1,535 1,524

แนวต้าน : 1,567 1,576 1,589

ข่าวสารสำคัญเพื่อประกอบการลงทุน (เพิ่มเติมช่วงเย็น)

สรุป  กระบวนการสรรหาตัวแทนพรรคพรรคเดโมแครต เพื่อเป็นตัวแทนชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐ เริ่มต้นขึ้น แต่ผลการหยั่งเสียงในรัฐไอโอวา ก็ชี้ให้เห็นว่าพรรคเดโมแครตมีความแตกแยกสูง ซึ่งเพิ่มโอกาสที่ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งพรรคริพับลิกัน จะได้กลับมาเป็นประธานาธิบดีสหรัฐต่ออีกสมัย  ประเด็นดังกล่าวหนุนดอลลาร์ให้แข็งค่า จนสร้างแรงกดดันต่อราคาทองคำ  ขณะที่นักลงทุนรอดู วุฒิสภาสหรัฐมีกำหนดลงมติเวลา 04.00 น.ตามเวลาไทยในวันพฤหัสบดีที่ 6 ก.พ.ว่าจะถอดถอน ปธน.ทรัมป์ แห่งสหรัฐออกจากตำแหน่งหรือไม่ ทั้งนี้ วุฒิสภา ซึ่งครองเสี่ยงข้างมากโดยพรรครีพับลิกันต้องมีสมาชิกวุฒิสภาพรรครีพับลิกันอย่างน้อย 20 คนจะต้องลงมติขับเขาออกจากตำแหน่ง แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่มีใครส่งสัญญาณการเคลื่อนไหวในลักษณะดังกล่าว ทำให้ราคาทองคำขาดปัจจัยหนุน ขณะที่สถานการณ์ทางการเมืองของสหรัฐจะถูกใช้เป็นปัจจัยขับเคลื่อนราคาทองคำในระยะถัดไป อย่างไรก็ตาม หากไม่มีปัจจัยใหม่ที่โดดเด่นมากพอ ราคาทองคำอาจยังคงเคลื่อนไหวในกรอบ แนะนำนักลงทุนทยอยขายทองคำเพื่อทำกำไรออกมาเมื่อราคาขยับขึ้น ทดสอบแนวต้าน 1,562-1,567 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และในระยะสั้นหากราคาทองคำมีการปรับตัวลดลงมาไม่หลุดแนวรับ สามารถเข้าซื้อเก็งกำไร โดยประเมินแนวรับไว้ที่ 1,550-1,546 ดอลลาร์ต่อออนซ์ เพราะหากราคาทองคำไม่หลุดแนวรับยังมีโอกาสเกิดแรงซื้อเก็งกำไรระยะสั้นเข้ามาอีกครั้ง

ปัจจัยทางเทคนิค

แนวโน้ม Gold Spot: ราคาฟื้นตัวขึ้นช่วงสั้นหลังจากทิ้งตัวลงแรงวานนี้ แต่ไม่สามารถทรงตัวอยู่บนโซน 1,562-1,567 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ ทำให้ยังมีโอกาสอ่อนตัวลงทดสอบแนวรับ 1,550-1,546 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่หากว่าราคาขยับต่ำกว่าแนวรับแรก มีแนวโน้มที่ราคาอาจอ่อนตัวลงมาถึงบริเวณ 1,535 ดอลลาร์ต่อออนซ์

กลยุทธ์ Gold Futures:

Long Position แนะนำให้ปิดสถานะบ้างหากราคาไม่สามารถผ่านแนวต้าน 1,562-1,567 ดอลลาร์ต่อออนซ์ไปได้ แต่หากราคาทองคำสามารถผ่านไปได้ นักลงทุนอาจชะลอการปิดสถานะไปบริเวณแนวต้านถัดไปที่ 1,576 ดอลลาร์ต่อออนซ์ 

Short Position  สามารถถือต่อได้หากราคาหลุดแนวรับ 1,546 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่หากราคาสามารถขึ้นไปยืนเหนือแนวต้าน 1,576ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ แนะนำให้ปิดสถานะขายลง

Open New แนะนำให้เก็งกำไรระยะสั้นโดยหาจังหวะเปิดสถานะซื้อหากราคาอ่อนตัวลงไม่หลุดโซนบริเวณแนวรับ 1,550-1,546 ดอลลาร์ต่อออนซ์ (ตัดขาดทุนหากราคาหลุดแนวรับ 1,535 ดอลลาร์ต่อออนซ์ )และให้ปิดสถานะทำกำไรเมื่อราคาดีดตัวขึ้น 1,562-1,567 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หากผ่านได้ชะลอการขายออกไปที่บริเวณแนวต้าน 1,576 ดอลลาร์ต่อออนซ์ 

ข่าวสารประกอบการลงทุน

  • (+) กนง.มีมติเอกฉันท์ลดดอกเบี้ยนโยบาย 0.25% หวังบรรเทาผลกระทบไวรัส-ภัยแล้ง-งบปี 63 ล่าช้า คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) มีมติเป็นเอกฉันท์ให้ปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง 0.25% เหลือ 1.00% เนื่องจาก กนง.เห็นว่าเสถียรภาพการเงินเปราะบางมากขึ้น จำเป็นต้องประสานมาตรการการเงินการคลัง โดยแนวโน้มเศรษฐกิจไทยอาจขยายตัวต่ำกว่าประมาณการ จึงเห็นว่านโยบายผ่อนคลายทางการเงินจะช่วยลดผลกระทบจากปัจจัยลบต่าง ๆ ทั้งการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ ภัยแล้ง และความล่าช้าของ พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2563
  • (-) จีนเตรียมมาตรการมากขึ้นเพื่อสร้างเสถียรภาพศก.ขณะผลกระทบไวรัสกว้างขึ้น  แหล่งข่าวด้านนโยบายระบุว่า เจ้าหน้าที่กำหนดนโยบายจีนกำลังเตรียมมาตรการต่างๆเพื่อสนับสนุนเศรษฐกิจที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของไวรัสโคโรนาซึ่งคาดว่าจะส่งผลกระทบเชิงลบต่อการเติบโตของเศรษฐกิจไตรมาสแรก  แหล่งข่าวระบุว่า รัฐบาลจีนกำลังถกเถียงว่า จะลดเป้าหมายการเติบโตทางเศรษฐกิจปี 2020 ที่วางแผนไว้ที่ประมาณ 6% หรือไม่ ซึ่งนักเศรษฐศาสตร์ภาคเอกชนจำนวนมากเห็นเช่นกันว่าสูงเกินกว่าที่จีนจะบรรลุเป้าหมายได้  ในขณะที่ยอดผู้เสียชีวิตจากไวรัสโคโรนาเพิ่มขึ้นเกือบ 500 คน และความเสี่ยงต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจสูงขึ้น ธนาคารกลางจีนมีแนวโน้มลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ loan prime rate (LPR) ในวันที่ 20 ก.พ. และลดสัดส่วนการกันเงินสำรอง (RRR) ของธนาคารในช่วงไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า  แหล่งข่าววงในด้านนโยบายระบุว่า “ปัจจุบัน นโยบายการเงินกำลังอยู่ในเชิงผ่อนคลาย แต่ธนาคารกลางจีนจะดำเนินการทีละขั้นและจับตาสถานการณ์ไวรัส”
  • (-) เซี่ยงไฮ้คอมโพสิตปิดพุ่ง 1.25% สอดคล้องภูมิภาค  ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตตลาดหุ้นจีนปิดตลาดวันนี้พุ่งสูงขึ้น เนื่องจากนักลงทุนคลายกังวลเกี่ยวกับเศรษฐกิจภายหลังจากที่ธนาคารกลางจีนได้อัดฉีดสภาพคล่องเข้าสู่ระบบเมื่อวานนี้  สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตพุ่ง 34.80 จุด หรือ 1.25% ปิดที่ 2,818.09 จุด  ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคบริการของจีน ซึ่งมาร์กิตจัดทำร่วมกับไฉซิน อยู่ที่ระดับ 51.8 ในเดือนม.ค. ซึ่งชะลอลงจากระดับ 52.5 ในเดือนธ.ค. อย่างไรก็ดี ดัชนี PMI ที่เคลื่อนไหวเหนือระดับ 50 บ่งชี้ว่า ภาคบริการของจีนยังคงมีการขยายตัว ขณะที่ดัชนีที่เคลื่อนไหวต่ำกว่า 50 บ่งชี้ถึงภาวะหดตัวในภาคบริการ  คณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติของจีน (NHC) แถลงวันนี้ ณ วันอังคารที่ 4 ก.พ. มีผู้เสียชีวิตจากโรคปอดอักเสบที่เกิดจากการติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ในจีนเพิ่มขึ้นอีก 65 ราย ส่งผลให้ยอดรวมผู้เสียชีวิตในจีนเพิ่มขึ้นเป็น 490 ราย ส่วนจำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มอีก 3,887 ราย ส่งผลให้ยอดรวมผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นเป็น 24,324 ราย
  • (-) ฮั่งเส็งปิดบวก 110.76 จุด ขานรับจีนออกมาตรการสกัดผลกระทบไวรัสโคโรนา  ดัชนีฮั่งเส็งตลาดหุ้นฮ่องกงปิดวันนี้ปรับตัวเพิ่มขึ้น เนื่องจากนักลงทุนคลายความวิตกกังวลเกี่ยวกับผลกระทบของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ หลังจากธนาคารกลางจีนได้อัดฉีดเงิน 4 แสนล้านหยวนเข้าสู่ระบบการเงินผ่านทางข้อตกลง reverse repo เมื่อวานนี้ นอกเหนือจากที่ได้อัดฉีดสภาพคล่องไป 1.2 ล้านล้านหยวนเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา โดยมีเป้าหมายที่จะเสริมสภาพคล่องในระบบให้เพียงพอในช่วงเวลาที่จีนกำลังเร่งป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา  ดัชนีฮั่งเส็งเพิ่มขึ้น 110.76 จุด หรือ +0.42% ปิดวันนี้ที่ 26,786.74 จุด   สำหรับสถานการณ์ไวรัสโคโรนาในฮ่องกงนั้น ศูนย์ป้องกันด้านสาธารณสุขของฮ่องกง (CHP) เปิดเผยในวันนี้ว่า เจ้าหน้าที่ของ CHP กำลังทำการตรวจสอบผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 3 ราย ซึ่งถูกระบุว่าเป็นการติดเชื้อภายในท้องถิ่น  ทั้งนี้ การพบผู้ติดเชื้อ 3 รายใหม่ดังกล่าวทำให้ยอดรวมผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนาในฮ่องกงเพิ่มเป็น 18 ราย
  • (+/-) “โกลด์แมน”คาดไวรัสโคโรนากระทบเศรษฐกิจโลกปี 2020 เล็กน้อย  โกลด์แมน แซคส์ระบุว่า การเติบโตของเศรษฐกิจโลกในปี 2020 จะได้รับผลกระทบเล็กน้อยจากการระบาดของไวรัสโคโรนา ขณะที่ตั้งสมมติฐานถึงการรับมือในเชิงรุกจากทางการในจีนและประเทศอื่นๆที่จะทำให้อัตราการติดเชื้อรายใหม่ลดลงอย่างมากภายในสิ้นไตรมาสแรก  โกลด์แมน แซคส์ระบุว่า การเติบโตของจีดีพีโลกเฉลี่ยรายปีในปี 2020 จะได้รับการปรับลดลง 0.1% -0.2%