ข้ามไปยังทูลบาร์
กันยายน 19, 2020

วิเคราะห์ราคาทองคำ 5 ก.พ.63(ภาคเช้า) by YLG

Spread the love

โดย  : บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (YLG)

คำแนะนำ :

ราคาอาจฟื้นตัวขึ้นช่วงสั้นโดยมีแนวโน้มที่จะทดสอบแนวต้าน 1,562-1,567 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่หากยังไม่สามารถผ่านได้ให้แบ่งทองคำออกขายทำกำไร อย่างไรก็ตามหากไม่ผ่าน ประเมินแนวรับที่ 1,546-1,535 ดอลลาร์ต่อออนซ์

แนวรับ : 1,546 1,535 1,524  แนวต้าน : 1,567 1,576 1,589

จจัยพื้นฐาน :

ราคาทองคำวานนี้ปิดปรับตัวลดลง 22.99  ดอลลาร์ต่อออนซ์  หลังนักลงทุนเริ่มคลายความวิตกเกี่ยวกับการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา  ขณะที่ธนาคารกลางจีน (PBOC) อัดฉีดเงินเพิ่ม 4 แสนล้านหยวนเข้าสู่ระบบการเงินในวันอังคาร และมีแนวโน้มจะลดต้นทุนการกู้ยืม (LPR) และอัตราส่วนเงินกันสำรองขั้นต่ำสำหรับธนาคารพาณิชย์ (RRR) ในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้านี้เพื่อสกัดผลกระทบไวรัสโคโรนา  สถานการณ์ดังกล่าวหนุนดัชนีดาวโจนส์ให้ทะยานขึ้นกว่า 400 จุด  พร้อมกับกระตุ้นแรงขายสินทรัพย์ปลอดภัยในวงกว้างทั้งเยน, ฟรังก์สวิส, พันธบัตรรัฐบาลรวมไปถึงทองคำ  ประกอบกับยอดซื้อภาคโรงงานของสหรัฐเพิ่มเกินคาดถึง 1.8% ในเดือนธ.ค.จึงเป็นปัจจัยหนุนดอลลาร์ให้แข็งค่าจนกดดันทองคำเพิ่ม  ปัจจัยที่กล่าวมากดดันให้ทองคำร่วงลงแรงจนหลุดแนวรับสำคัญและมาแตะระดับต่ำสุดบริเวณ 1,548.90 ดอลลาร์ต่อออนซ์  ด้านกองทุน SPDR ถือครองทองคำเพิ่ม +9.37 ตัน  สำหรับเช้าวันนี้ติดตามการเคลื่อนไหวของสินทรัพย์ต่างๆจากการแถลงนโยบายประจำปี (State of the Union) ต่อคองเกรส  ของประธานาธิบดีทรัมป์ที่เริมต้นขึ้นในเวลา 09.00 น.ตามเวลาไทย และจับตาผลการประชุมกนง.ในช่วงบ่ายวันนี้  คาดกนง. “ลด” ดอกเบี้ย 0.25% ขณะที่ผลการประชุมกนง.และมุมมองต่อเศรษฐกิจไทย  จะส่งผลต่อการเคลื่อนไหวของค่าเงินบาท  นอกจากนี้ยังต้องติดตามการเปิดเผยตัวเลขการจ้างงานภาคเอกชนจาก ADP, ดุลการค้า และดัชนี PMI ภาคการบริการของสหรัฐ

จจัยทางเทคนิค :

หลังจากราคาลงแรงแต่ก็มีแรงซื้อทำกำไรสลับออกมา ขณะที่ความผันผวนของราคาอาจเพิ่มสูงขึ้นหลังจากราคาทิ้งตัวลงแรงจนแนวโน้มเชิงบวกลดลง ซึ่งหากราคาทองคำไม่สามารถยืนเหนือแนวต้าน 1,562-1,567 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ จะมีผลให้ราคาปรับตัวลงอีกครั้ง โดยมีโอกาสเกิดแรงขายกลับลงมา ซึ่งจะมีแนวรับในโซน 1,546-1,535 ดอลลาร์ต่อออนซ์

กลยุทธ์การลงทุน :

เน้นเก็งกำไรตามกรอบ โดยอาจพิจารณาบริเวณ 1,548-1,546 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หากยืนได้อาจเสี่ยงซื้อเล่นสั้น โดยมีเป้าหมายทำกำไรที่ 1,562-1,567 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่หากหลุดแนวรับแรก อาจรอเปิดสถานะซื้อใหม่อีกครั้งเมื่อราคาอ่อนตัวลงมาใกล้บริเวณ 1,535 ดอลลาร์ต่อออนซ์

ข่าวสารประกอบการลงทุน :

  • (-) แหล่งข่าวเผยแบงก์ชาติจีนเตรียมหั่นดบ.,ลดสัดส่วน RRR สกัดผลกระทบไวรัสโคโรนา  แหล่งข่าวระบุว่า ธนาคารกลางจีนกำลังเตรียมออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพื่อลดผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่  แหล่งข่าวเปิดเผยว่า ธนาคารกลางจีนมีแนวโน้มที่จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้สำหรับลูกค้าชั้นดี (LPR) ในวันที่ 20 ก.พ. และจะปรับลดสัดส่วนการกันสำรองของสถาบันการเงิน (RRR) ในช่วงไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า  ทั้งนี้ ธนาคารกลางจีนได้อัดฉีดเงิน 4 แสนล้านหยวนเข้าสู่ระบบการเงินในวันนี้ นอกเหนือจากที่ได้อัดฉีด 1.2 ล้านล้านหยวนผ่านทางข้อตกลง reverse repo เมื่อวานนี้
  • (-) สหรัฐเผยยอดสั่งซื้อภาคโรงงานพุ่งขึ้นมากสุดรอบกว่า 1 ปีในธ.ค.  กระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยว่า คำสั่งซื้อภาคโรงงานของสหรัฐพุ่งขึ้น 1.8% ในเดือนธ.ค. ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นมากที่สุดนับตั้งแต่เดือนส.ค.2561 ขณะที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 1.2% หลังจากร่วงลง 1.2% ในเดือนพ.ย.
  • (-) ดาวโจนส์ปิดพุ่ง 407.82 จุด ขานรับจีนออกมาตรการสกัดผลกระทบไวรัสโคโรนา  ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นกว่า 400 จุดเมื่อคืนนี้ (4 ก.พ.) ขณะที่ดัชนี Nasdaq ปิดทำนิวไฮ เนื่องจากนักลงทุนคลายความกังวลเกี่ยวกับผลกระทบของไวรัสโคโรนาที่กำลังแพร่ระบาด หลังจากธนาคารกลางอัดฉีดสภาพคล่องติดต่อกัน 2 วันเพื่อรักษาเสถียรภาพในตลาดการเงิน ขณะเดียวกันมีรายงานว่า ธนาคารกลางจีนจะเข้าแทรกแซงตลาดเพิ่มเติมเพื่อฟื้นฟูความเชื่อมั่นของนักลงทุน ซึ่งรวมถึงการปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้สำหรับลูกค้าชั้นดี (LPR) และปรับลดสัดส่วนการกันสำรองของสถาบันการเงิน (RRR)  ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 28,807.63 จุด พุ่งขึ้น 407.82 จุด หรือ +1.44% ขณะที่ดัชนี S&P500 ปิดที่ 3,297.59 จุด เพิ่มขึ้น 48.67 จุด หรือ +1.50% ส่วนดัชนี Nasdaq ปิดที่ 9,467.97 จุด เพิ่มขึ้น 194.57 จุด หรือ +2.10%
  • (-) ดอลล์แข็งเทียบสกุลเงินหลัก รับข้อมูลศก.สหรัฐสดใส  สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (4 ก.พ.) โดยได้แรงหนุนจากข้อมูลเศรษฐกิจที่สดใสของสหรัฐ และจากการที่นักลงทุนคลายความกังวลเกี่ยวกับผลกระทบของไวรัสโคโรนา หลังจากธนาคารกลางออกมาตรการเพื่อรักษาเสถียรภาพในตลาดการเงิน  ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับเงินเยน ที่ระดับ 109.49 เยน จากระดับ 108.68 เยน และแข็งค่าเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิส ที่ระดับ 0.9696 ฟรังก์ จากระดับ 0.9660 ฟรังก์ แต่หากเทียบกับดอลลาร์แคนาดา ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงแตะที่ระดับ 1.3283 ดอลลาร์แคนาดา จากระดับ 1.3295 ดอลลาร์แคนาดา  ยูโรอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์ ที่ระดับ 1.1042 ดอลลาร์ จากระดับ 1.1063 ดอลลาร์ ขณะที่เงินปอนด์แข็งค่าขึ้นแตะที่ระดับ 1.3037 ดอลลาร์ จากระดับ 1.2997 ดอลลาร์ ส่วนดอลลาร์ออสเตรเลียแข็งค่าขึ้นสู่ระดับ 0.6736 ดอลลาร์สหรัฐ จากระดับ 0.6688 ดอลลาร์สหรัฐ  ดอลลาร์สหรัฐได้รับแรงหนุนจากการที่นักลงทุนคลายความวิตกกังวลเกี่ยวกับผลกระทบของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ หลังจากธนาคารกลางจีนได้อัดฉีดเงิน 4 แสนล้านหยวนเข้าสู่ระบบการเงินผ่านทางข้อตกลง reverse repo เมื่อวานนี้ นอกเหนือจากที่ได้อัดฉีด 1.2 ล้านล้านหยวนเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา โดยมีเป้าหมายที่จะเสริมสภาพคล่องในระบบให้เพียงพอในช่วงเวลาที่จีนกำลังเร่งป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา
  • (+/-) ที่ปรึกษาทำเนียบขาวคาดการระบาดของไวรัสโคโรนาชะลอการส่งออกของสหรัฐ  นายแลร์รี่ คุดโลว์ หัวหน้าที่ปรึกษาฝ่ายเศรษฐกิจประจำทำเนียบขาว กล่าวว่า การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่จะชะลอการพุ่งขึ้นของการส่งออกจากสหรัฐที่คาดว่าจะได้อานิสงส์จากการทำข้อตกลงการค้าเฟสแรกกับจีน  “เป็นความจริงที่ว่า การส่งออกที่จะเกิดจากการทำข้อตกลงการค้าเฟสแรกจะล่าช้าออกไป อันเนื่องจากการแพร่ระบาดของไวรัสในจีน” นายคุดโลว์กล่าว  อย่างไรก็ดี นายคุดโลว์ยังคงคาดการณ์ว่า สหรัฐจะได้รับผลกระทบไม่มากนักจากการระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่  “โลกเราไม่ได้มีแค่มณฑลอู่ฮั่น” เขากล่าว