ข้ามไปยังทูลบาร์
กันยายน 23, 2020

วิเคราะห์ราคาทองคำ 4 มี.ค.63(ภาคบ่าย) by YLG

Spread the love

โดย  : บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (YLG)

แนวรับ : 1,635 1,624 1,612

แนวต้าน : 1,663 1,677 1,689

ข่าวสารสำคัญเพื่อประกอบการลงทุน (เพิ่มเติมช่วงเย็น)

สรุป  เกิดกระแสคาดการณ์ว่า ธนาคารกลางอังกฤษ (BOE) จะดำเนินการฉุกเฉินเพื่อลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายในสัปดาห์นี้ เช่นเดียวกับธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) โดยตลาดการเงินคาดถึงการปรับลดลง 0.25% ก่อน BOE จะประชุมกันในวันที่  26 มี.ค. เพื่อลดผลกระทบทางเศรษฐกิจของไวรัสโควิด-19 ขณะที่การเจรจาการค้าของอังกฤษกับสหภาพยุโรปยังคงเผชิญอุปสรรค ประเด็นดังกล่าวกดดันสกุลเงินปอนด์ให้อ่อนค่าลง จนส่งผลลบต่อราคาทองคำ ขณะที่ดาวโจนส์ฟิวเจอร์ พุ่งกว่า 400 จุด หรือ 1.67% แตะที่ 26,311 จุด ช่วงบ่ายนี้ หลัง “โจ ไบเดน” จ่อคว้าชัยศึกซูเปอร์ทิวส์เดย์ สำหรับการเลือกผู้สมัครที่จะเป็นตัวแทนพรรคเดโมแครตเข้าชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐในเดือนพ.ย.ปีนี้ อย่างไรก็ดี  แม้ว่าราคาทองคำจะมีแรงขายทำกำไรสลับเข้ามา แต่ราคายังคงเคลื่อนไหวในระดับสูง ทำให้ประเมินว่าราคาทองคำยังมีโอกาสดีดตัวในระยะสั้นเพื่อทดสอบแนวต้าน 1,656-1,663 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หากราคามีการปรับตัวลงมาสร้างฐานในบริเวณ 1,635-1,624 ดอลลาร์ต่อออนซ์และทรงตัวรักษาระดับไว้ได้ นักลงทุนสามารถหาจังหวะซื้อเพื่อรอทำกำไรเมื่อราคาดีดตัวขึ้น

ปัจจัยทางเทคนิค

แนวโน้ม Gold Spot : ราคาทองคำพยายามเหนือโซน 1,635 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หากสามารถยืนได้อย่างแข็งแกร่ง มีโอกาสปรับตัวขึ้นทดสอบแนวต้าน 1,656-1,663 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่หากยังไม่สามารถกลับขึ้นไปยืนได้ จะเห็นการย่อตัวของราคาลงมาบริเวณแนวรับถัดไป 1,624 ดอลลาร์ต่อออนซ์

กลยุทธ์ Gold Futures :

Long Position  ดูบริเวณโซน 1,635 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หากราคาสามารถยืนได้ต่อเนื่อง แนะนำให้รอไปปิดสถานะบริเวณแนวต้าน 1,656-1,663 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่หากราคาไม่สามารถยืนเหนือโซนแนวรับดังกล่าวได้ อาจปิดสถานะซื้อบางส่วนเพื่อลดความเสี่ยง

Short Position  ให้ปิดสถานะทำกำไร เมื่อราคาทองคำย่อตัวลงสู่แนวรับช่วง 1,635-1,624 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่ราคายืนไม่อยู่ ให้ชะลอการปิดสถานะไปที่แนวรับ 1,612 ดอลลาร์ต่อออนซ์

 Open New รอจังหวะเข้าซื้อเมื่อราคาย่อตัวลงมาบริเวณแนวรับ 1,635-1,624 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และขายทำกำไรหากราคาไม่สามารถยืนเหนือโซน 1,656-1,663 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ แต่หากสามารถขึ้นไปยืนได้ให้ไปขายทำกำไรที่แนวต้านถัดไปและนักลงทุนควรตั้งจุดทำกำไรและตัดขาดทุนไว้ เพื่อควบคุมความเสี่ยงเนื่องจากช่วงที่ผ่านมาราคาแกว่งตัวผันผวน

ข่าวสารประกอบการลงทุน

  • (+) โรงพยาบาลอิตาลีใกล้ถึงจุดวิกฤติขณะทางการเพิ่มงบประมาณพยุงศก.จากไวรัสโคโรนา  อิตาลีเพิ่มมาตรการกระตุ้นทางการเงินเพื่อพยุงเศรษฐกิจที่ได้รับผลกระทบจากไวรัสโคโรนาในสัปดาห์นี้ ขณะที่จำนวนผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนาที่ได้รับการยืนยันปรับขึ้นอย่างต่อเนื่อง และโรงพยาบาลในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดจำเป็นต้องหันไปขอความช่วยเหลือจากภาคเอกชน  มีผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2,502 คนและเสียชีวิต 79 คนในอิตาลี โรงพยาบาลในแคว้นลอมบาร์ดี ซึ่งเป็นศูนย์กลางการระบาดในอิตาลีโดยมีผู้ติดเชื้อ1,254 และเสียชีวิต 38 คน และเมือง 10 แห่งที่อยู่ภายใต้การปิดเมือง เผชิญความลำบากในการรับมือกับไวรัสและเรียกร้องให้ภาคสุขภาพเอกชนช่วยเหลือ  หนังสือพิมพ์ La Repubblica รายงานเมื่อวานนี้ว่า โรงพยาบาลเอกชนในแคว้นดังกล่าวได้รับคำขอ “ยืมเตียง” ในหน่วยดูแลผู้ป่วยหนักแก่ระบบสาธารณสุข โดยสร้าง “แผนกเล็กๆ” สำหรับผู้ป่วยที่ติดเชื้อไวรัสโคโรนา นักวิทยาไวรัสรายหนึ่งในมิลานอธิบายว่า โรงพยาบาลของลอมบาร์ดีใกล้ถึงจุดแตกหักใน “วิกฤติรุนแรง” และรับผู้ป่วย “มากเกินไป”
  • (+) ตลาดคาดเฟดจะดำเนินการมากขึ้นแม้หลังลดดอกเบี้ย 0.50%  การลดดอกเบี้ยพิเศษของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) เมื่อวานนี้มีแนวโน้มเป็นเพียงความพยายามครั้งแรกจากหลายครั้งเพื่อยับยั้งความกังวลเกี่ยวกับความเสี่ยงของไวรัสโคโรนาที่มีต่อการเติบโตของเศรษฐกิจโลกและตลาดการเงินต่างๆ  ไม่นานหลังการประกาศลดดอกเบี้ย 0.50% ของธนาคารกลางสหรัฐ นักลงทุนในตลาดเริ่มคาดการณ์ถึงการดำเนินการขั้นต่อไป ตลาดวอลล์สตรีทคาดการณ์ในวงกว้างว่า เฟดจะดำเนินการลดดอกเบี้ยอีกครั้งในช่วงไม่กี่สัปดาห์ตามมาด้วยการผ่อนคลายทางการเงินมากขึ้นในเดือนเม.ย.  อันที่จริงแล้ว หากปฏิกิริยาจากการดำเนินการของเมื่อวานนี้เป็นการบ่งชี้ใดๆ เฟดจะต้องดำเนินการมากขึ้นอย่างมากเพื่อระงับความกังวลที่สูงขึ้นเกี่ยวกับความเสี่ยงจากไวรัสต่อการขยายตัวที่ยาวนานที่สุดในประวัติศาสตร์สหรัฐ
  • (-) “คอมเมิร์ซแบงก์”คาดอีซีบีอาจลดดอกเบี้ยตามเฟด  ข้อมูลจากคอมเมิร์ซแบงก์ที่เผยแพร่โดยสำนักข่าวบลูมเบิร์กเมื่อวานนี้ระบุว่า ธนาคารกลางยุโรป (ECB) มีแนวโน้มจะดำเนินการตามการเคลื่อนไหวของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) และจะตัดสินใจลดดอกเบี้ย  นายจอร์จ แครเมอร์ หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของคอมเมิร์ซแบงก์ระบุว่า คอมเมิร์ซแบงก์คาดการณ์ว่า เจ้าหน้าที่ธนาคารกลางยุโรปจะลดอัตราดอกเบี้ยเงินฝาก 0.10% และขยายการซื้อพันธบัตรรายเดือน 2 หมื่นล้านยูโร ส่วนใหญ่เป็นผลจากความตกต่ำโดยรวมในแนวโน้มเศรษฐกิจ ท่ามกลางการระบาดของไวรัสโคโรนา  นอกจากนั้น “ธนาคารกลางยุโรปมีแนวโน้มที่จะรวมการลดดอกเบี้ยกับการเพิ่มการช่วยเหลือต่างๆเพื่อลดภาระสำหรับธนาคาร”
  • (-) ดาวโจนส์ฟิวเจอร์พุ่งกว่า 400 จุดช่วงบ่ายนี้ หลัง “โจ ไบเดน” จ่อคว้าชัยศึกซูเปอร์ทิวส์เดย์  ดัชนีดาวโจนส์ฟิวเจอร์พุ่งขึ้นกว่า 400 จุดในช่วงบ่ายวันนี้ หลังจากมีรายงานว่า นายโจ ไบเดน มีแนวโน้มที่จะได้รับชัยชนะในศึก “ซูเปอร์ ทิวส์เดย์” หรือการเลือกตั้งแบบไพรมารี เพื่อเลือกผู้สมัครที่จะเป็นตัวแทนพรรคเดโมแครตเข้าชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐในเดือนพ.ย.ปีนี้  ทั้งนี้ ณ เวลา 14.48 น.ตามเวลาไทย ดัชนีดาวโจนส์ฟิวเจอร์พุ่งขึ้น 431 จุด หรือ 1.67% แตะที่ 26,311 จุด  นักลงทุนขานรับรายงานที่ว่า นายไบเดนมีแนวโน้มที่จะได้รับชัยชนะในศึกซูเปอร์ ทิวส์เดย์ มากกว่านายเบอร์นี แซนเดอร์ส  ผลการนับคะแนนเบื้องต้นในรัฐต่างๆจำนวน 14 รัฐพบว่า ขณะนี้นายไบเดนได้รับชัยชนะไปแล้ว 8 รัฐ ขณะที่นายแซนเดอร์สชนะเพียง 4 รัฐ
  • (-) ตลาดหุ้นยุโรปเปิดบวกเล็กน้อย ขณะนลท.ยังคงจับตาโควิด-19  ตลาดหุ้นยุโรปขยับขึ้นเล็กน้อยในช่วงเปิดตลาดวันนี้ ขณะที่นักลงทุนยังคงติดตามสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (โควิด-19) รวมทั้งสถานการณ์ภายหลังจากที่ธนาคารกลางสหรัฐได้ตัดสินใจปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงก่อนหน้าการประชุมนโยบายการเงินที่กำหนดจัดขึ้นในวันที่ 16-17 มี.ค.นี้  ดัชนี Stoxx Europe 600 บวก 0.02% หลังเปิดตลาดไม่นาน  ดัชนี CAC-40 ตลาดหุ้นฝรั่งเศสเปิดวันนี้ที่ 5,400.43 จุด เพิ่มขึ้น 7.26 จุด, +0.13% ดัชนี DAX ตลาดหุ้นเยอรมันเปิดที่ 11,992.59 จุด เพิ่มขึ้น 7.20 จุด, +0.06%