ข้ามไปยังทูลบาร์
กันยายน 23, 2020

วิเคราะห์ราคาทองคำ 4 มี.ค.63(ภาคเช้า) by HGF

Spread the love

โดย  : บริษัท ฮั่วเซ่งเฮง โกลด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด(HGF)

ทองคำฟื้นตัวขึ้นแรง จากเฟดลดอัตราดอกเบี้ย 0.50%

คืนนี้ติดตามรายงาน Beige Book การจ้างงาน ADP ของสหรัฐ   

ทองคำคาดเคลื่อนไหว Sideways up

  • ราคาทองคำ Spot เมื่อวานปรับขึ้นแรงในช่วงกลางคืน ซึ่งทองคำได้รับปัจจัยหนุนจากธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ประกาศปรับลดอัตราดอกเบี้ย 0.50% จากระดับ 1.50-1.75% สู่ระดับ 1.00-1.25% ก่อนการประชุมวันที่ 17-18 มี.ค. เพื่อลดผลกระทบต่อเศรษฐกิจจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 และถือเป็นการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนอกรอบการประชุมครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนธ.ค.2551 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่เกิดวิกฤตการเงิน ส่วนกองทุน SPDR ซื้อทองคำ 3.51 ตัน
  • คืนนี้ติดตามการเปิดเผยรายงาน Beige Book เป็นรายงานสรุปภาวะเศรษฐกิจของเฟด 12 เขตในช่วง 1-2 เดือนที่ผ่านมาที่เฟดจะนำมาใช้เป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจนโยบายการเงินในการประชุมวันที่ 17-18 มี.ค. และการจ้างงานภาคเอกชน ADP ของสหรัฐเดือนก.พ. ซึ่งตลาดคาดจะเพิ่มขึ้น 170,000 ตำแหน่ง หลังจากที่เดือนม.ค.เพิ่มขึ้น 291,000 ตำแหน่ง
  • แนวโน้มราคาทองคำคาดเคลื่อนไหว Sideways up โดยทองคำมีแนวต้านที่ 1,650 ดอลลาร์ ถ้าผ่านขึ้นไปได้จะมีแนวต้านที่ 1,660 ดอลลาร์ ขณะที่มีแนวรับที่ 1,620 ดอลลาร์ และ 1,600 ดอลลาร์

ราคาทองตลาดโลก

Close chg. Support Resistance
1,640.50 +51.9 1,620/1,600 1,650/1,660

ราคาทองแท่ง 96.5%

Close chg. Support Resistance
23,850 -50 24,100/23,800 24,500/24,650

โกลด์ฟิวเจอร์ส

Close chg Support Resistance
24,360 +350 24,250/23,950 24,690/24,840

สำหรับนักลงทุนที่ซื้อไว้แนะนำขายทำกำไรที่ราคาทอง Spot 1,650 ดอลลาร์ (GF 24,690 บาท) และ 1,660 ดอลลาร์ (GF 24,840 บาท)

โกลด์ออนไลน์ฟิวเจอร์

Close chg Support Resistance
1,630.50 +31.20 1,620/1,600 1,650/1,660

สำหรับนักลงทุนที่ซื้อไว้แนะนำขายทำกำไรที่ราคา GOH20 1,650 ดอลลาร์ และ 1,660 ดอลลาร์  

ค่าเงินบาท

ทิศทางเงินบาทในวันนี้คาดจะแข็งค่าขึ้น จากที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ประกาศปรับลดอัตราดอกเบี้ย 0.50% จากระดับ 1.50-1.75% สู่ระดับ 1.00-1.25% โดย USD Futures เดือนมี.ค.63 คาดจะมีแนวต้านที่ 31.60 บาท/ดอลลาร์ ขณะที่มีแนวรับที่ 31.40 บาท/ดอลลาร์

News

ตลาดการเงินต่างประเทศ : ดอลล์อ่อนเทียบสกุลเงินหลัก หลังเฟดหั่นดอกเบี้ยฉุกเฉิน 0.50%

          ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนที่ผ่านมา (3 มี.ค.) ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ประกาศลดอัตราดอกเบี้ยฉุกเฉินลง 0.50% เมื่อวานนี้ โดยมีเป้าหมายที่จะลดผลกระทบของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (โควิด-19) ขณะที่นักลงทุนจับตาข้อมูลเศรษฐกิจที่สำคัญของสหรัฐในสัปดาห์นี้ ซึ่งรวมถึงตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรประจำเดือนก.พ.

ตลาดโลหะมีค่าต่างประเทศ : ทองปิดพุ่ง $49.6 หลังเฟดสร้างเซอร์ไพรส์หั่นดอกเบี้ย 0.50%

          สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดทะยานขึ้นกว่า 3% เมื่อคืนที่ผ่านมา (3 มี.ค.) หลังจากธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) สร้างความประหลาดใจให้กับตลาด ด้วยการประกาศลดอัตราดอกเบี้ย 0.50% เมื่อวานนี้ เพื่อลดผลกระทบทางเศรษฐกิจที่เกิดจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (โควิด-19) สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนเม.ย. พุ่งขึ้น 49.6 ดอลลาร์ หรือ 3.11% ปิดที่ 1,644.4 ดอลลาร์/ออนซ์            สัญญาโลหะเงินส่งมอบเดือนพ.ค. เพิ่มขึ้น 44.9 เซนต์ หรือ 2.68% ปิดที่ 17.188 ดอลลาร์/ออนซ์

ตลาดน้ำมันดิบต่างประเทศ : น้ำมัน WTI ปิดบวก 43 เซนต์ รับคาดการณ์โอเปกลดการผลิตสัปดาห์นี้

          สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดบวกเมื่อคืนที่ผ่านมา (3 มี.ค.) โดยได้แรงหนุนจากการคาดการณ์ที่ว่า กลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) และพันธมิตรจะปรับลดกำลังการผลิตเพิ่มขึ้นอีก 1 ล้านบาร์เรล/วันในการประชุมสัปดาห์นี้ ขณะที่นักลงทุนจับตารายงานสต็อกน้ำมันดิบของสหรัฐซึ่งมีกำหนดเปิดเผยในวันนี้ สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนเม.ย. เพิ่มขึ้น 43 เซนต์ หรือ 0.9% ปิดที่ 47.18 ดอลลาร์/บาร์เรล  สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ส่งมอบเดือนพ.ค. ลดลง 4 เซนต์ หรือ 0.08% ปิดที่ 51.86 ดอลลาร์/บาร์เรล

ตลาดหุ้นต่างประเทศ : ดาวโจนส์ปิดร่วง 785.91 จุด วิตกเฟดหั่นดอกเบี้ยฉุกเฉินบ่งชี้ผลกระทบโควิด-19 หนัก

          ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดร่วงลงกว่า 700 จุดเมื่อคืนที่ผ่านมา (3 มี.ค.) เนื่องจากนักลงทุนกังวลว่า การที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ประกาศลดอัตราดอกเบี้ยฉุกเฉินลง 0.50% เมื่อวานนี้ อาจสะท้อนให้เห็นว่าผลกระทบของไวรัสโควิด-19 มีความรุนแรงกว่าที่คาดการณ์ไว้ จนทำให้เฟดตัดสินใจปรับลดดอกเบี้ยก่อนที่การประชุมตามกำหนดการจะมีขึ้นในวันที่ 17-18 มี.ค.นี้ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 25,917.41 จุด ร่วงลง 785.91 จุด หรือ -2.94% ขณะที่ดัชนี S&P500 ปิดที่ 3,003.37 จุด ลดลง 86.86 จุด หรือ -2.81% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 8,684.09 จุด ลดลง 268.08 จุด หรือ -2.99% คณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงิน (FOMC) ของเฟด ประกาศปรับลดอัตราดอกเบี้ย 0.50% จากระดับ 1.50-1.75% สู่ระดับ 1.00-1.25% เมื่อวานนี้ ซึ่งเป็นการปรับลดอัตราดอกเบี้ยฉุกเฉิน ก่อนที่การประชุมตามกำหนดการของเฟดจะมีขึ้นในวันที่ 17-18 มี.ค. และถือเป็นการปรับลดดอกเบี้ยนอกรอบการประชุมเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนธ.ค.2551 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่เกิดวิกฤตการเงิน