พฤษภาคม 13, 2021

วิเคราะห์ราคาทองคำ 4 พ.ย.63(ภาคเช้า) by YLG

Spread the love

โดย  : บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (YLG)

คำแนะนำ :

เน้นทำกำไรระยะสั้นจากการแกว่งตัว จุดเสี่ยงเข้าซื้อมีแนวรับบริเวณ 1,880-1,863 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และหากราคาขยับขึ้นควรแบ่งขายทำกำไรบางส่วนหากราคาทองคำไม่ผ่านโซน 1,916-1,934 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หากรับความเสี่ยงได้น้อยแนะนำชะลอการลงทุนออกไปก่อนทราบผลการเลือกตั้งสหรัฐ

แนวรับ : 1,880 1,863 1,847  แนวต้าน : 1,916 1,934 1,955

จจัยพื้นฐาน :

ราคาทองคำวานนี้ปิดปรับตัวเพิ่มขึ้น 12.14 ดอลลาร์ต่อออนซ์  โดยราคาทองคำได้รับแรงหนุนจากการคาดการณ์ว่าผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐอาจเป็นสถานการณ์ “Blue Wave” หรือ  สถานการณ์ที่นายไบเดนสามารถเอาชนะประธานาธิบดีทรัมป์ และพรรคเดโมแครตได้ครองเสียงข้างมากทั้งในวุฒิสภาและสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐ  ซึ่งจะทำให้มีการผลักดันการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจสหรัฐขนาดใหญ่  จึงเป็นปัจจัยกดดันสกุลเงินดอลลาร์  พร้อมกับกระตุ้นแรงซื้อทองคำในฐานะสินทรัพย์ที่ช่วยป้องกันความเสี่ยงจากเงินเฟ้อและการอ่อนค่าของสกุลเงิน  นอกจากนี้  ราคาทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยยังได้รับแรงหนุนจากความวิตกว่าการเกิดสถานการณ์ Contested Election คือ การเลือกตั้งที่มีการโต้แย้ง ซึ่งหมายถึงการที่มีฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดไม่ยอมรับผลการเลือกตั้ง  หรือ หากเกิดการร้องเรียนเรื่องความถูกต้องชอบธรรมของการนับคะแนนบัตรเลือกตั้งทางไปรษณีย์  จนต้องพึ่งกระบวนการทางกฎหมายในการชี้ขาดผู้ชนะ นั่นทำให้ต้องใช้เวลาเป็นสัปดาห์ หรือ เป็นเดือน กว่าจะทราบผลการเลือกตั้ง  สถานการณ์ดังกล่าวหนุนให้ราคาทองคำทะยานขึ้นแตะระดับสูงสุดบริเวณ 1,910.58 ดอลลาร์ต่อออนซ์  ขณะที่เช้านี้ราคาทองคำแกว่งตัวผันผวน  โดยปรับตัวขึ้นก่อนทดสอบระดับสูงสุดบริเวณ 1,916.37 ดอลลาร์ต่อออนซ์  ก่อนที่จะมีแรงขายสลับออกมาหลังจากที่ผลการนับคะแนนเบื้องต้นบ่งชี้ว่าประธานาธิบดีทรัมป์มีแนวโน้มจะได้รับชัยชนะในหลายรัฐ  ส่งผชลให้ราคาทองคำร่วงลงแตะระดับต่ำสุดบริเวณ 1,880.64 ดอลลาร์ต่อออนซ์  สำหรับวันนี้  แนะนำเกาะติดผลการนับคะแนนการเลือกตั้งสหรัฐในรัฐ Swing State เป็นหลัก  รวมไปถึงติดตามการเปิดเผยตัวเลขการจ้างงานภาคเอกชนจาก ADP และดัชนี PMI ภาคบริการ

จจัยทางเทคนิค :

ระหว่างวันหากราคาทองคำไม่สามารถยืนเหนือ 1,916 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ มีโอกาสที่ราคาจะอ่อนตัวลงทดสอบแนวรับ แต่หากยืนเหนือบริเวณ 1,880-1,863 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ราคาจะมีการแกว่งตัวเพิ่มสูงขึ้น อย่างไรก็ตาม หากราคากลับขึ้นไปยืนเหนือแนวต้านแรกได้ ราคามีโอกาสที่ราคาจะขยับขึ้นทดสอบแนวต้านโซน 1,934 ดอลลาร์ต่อออนซ์(ระดับสูงสุดของเดือนต.ค.)

กลยุทธ์การลงทุน :

เน้นทำกำไรระยะสั้นโดยเสี่ยงเปิดสถานะซื้อ โดยใช้แนวรับบริเวณ 1,880-1,863 ดอลลาร์ต่อออนซ์ (ตัดขาดทุนหากหลุด 1,847 ดอลลาร์ต่อออนซ์) ขณะที่หากราคาดีดตัวขึ้นแนะนำทยอยแบ่งปิดสถานะทำกำไรเพื่อลดความเสี่ยงตั้งแต่ราคา 1,916-1,934 ดอลลาร์ต่อออนซ์

ข่าวสารประกอบการลงทุน :

  • (+) ดอลล์อ่อน นลท.ขายสินทรัพย์ปลอดภัยหลังโพลชี้ไบเดนชนะเลือกตั้ง  ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (3 พ.ย.) เนื่องจากนักลงทุนเทขายดอลลาร์ในฐานะสินทรัพย์ที่ปลอดภัย หลังมีการคาดการณ์ว่า นายโจ ไบเดน ผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐจากพรรคเดโมแครต จะคว้าชัยชนะในการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐ ซึ่งจะนำไปสู่การออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจครั้งใหญ่  ดัชนีดอลลาร์ ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน ลดลง 0.61% แตะที่ 93.5534  ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับเงินเยน ที่ระดับ 104.59 เยน จากระดับ 104.83 เยน และอ่อนค่าเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิส ที่ระดับ 0.9124 ฟรังก์ จากระดับ 0.9201 ฟรังก์ นอกจากนี้ ดอลลาร์สหรัฐยังอ่อนค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์แคนาดา ที่ระดับ 1.3168 ดอลลาร์แคนาดา จากระดับ 1.3226 ดอลลาร์แคนาดา  ยูโรแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.1704 ดอลลาร์ จากระดับ 1.1629 ดอลลาร์ ขณะที่เงินปอนด์แข็งค่าขึ้นแตะที่ระดับ 1.3025 ดอลลาร์ จากระดับ 1.2899 ดอลลาร์ ส่วนดอลลาร์ออสเตรเลียแข็งค่าขึ้นสู่ระดับ 0.7142 ดอลลาร์สหรัฐ จากระดับ 0.7047 ดอลลาร์สหรัฐ
  • (+) “โจ ไบเดน”ชนะในแมสซาชูเซตส์, โรดไอร์แลนด์, คอนเนตติคัท, นิวเจอร์ซีย์, เดลาแวร์, แมรีย์แลนด์, วอชิงตันดีซี  สำนักข่าว AP ระบุว่า นายโจ ไบเดน ผู้ท้าชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐจากพรรคเดโมแครต ชนะการเลือกตั้งในรัฐแมสซาชูเซตส์, โรดไอร์แลนด์, คอนเนตติคัท, นิวเจอร์ซีย์, เดลาแวร์, แมรีย์แลนด์ และกรุงวอชิงตันดีซีในศึกเลือกตั้งประธานาธิบดีปี 2020 ของอเมริกา  รัฐดังกล่าวมีคะแนนจากคณะผู้เลือกตั้ง 49 เสียง ทำให้นายไบเดนขาดคะแนน 185 เสียงจาก 270 เสียงที่กำหนดไว้สำหรับกุมอำนาจในทำเนียบขาว โดยนำประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐ 30 เสียง
  • (-) ทรัมป์ประเดิมคว้าชัยในรัฐอินเดียนา ขณะอีกหลายรัฐยังรอผลนับคะแนน  สำนักข่าวซีเอ็นเอ็นรายงานผลการนับคะแนนเบื้องต้นบ่งชี้ว่า โดนัลด์ ทรัมป์ ผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐจากพรรครีพับลิกัน ได้รับชัยชนะในรัฐอินเดียนา โดยคว้าคะแนนคณะผู้เลือกตั้ง (Electoral Vote) จำนวน 11 คะแนน
  • (+/-) เอ็กซิทโพลชี้เศรษฐกิจ,โควิด-19 เป็นข้อกังวลหลักสำหรับผู้ออกเสียงสหรัฐ  เอ็กซิทโพลของ Edison Research เมื่อวานนี้ระบุว่า ผู้ออกเสียงสหรัฐจำนวน 1 ใน 3  ระบุว่า เศรษฐกิจเป็นประเด็นสำคัญที่สุดสำหรับพวกเขาเมื่อตัดสินใจเลือกประธานาธิบดี ขณะที่ 2 ใน 10 ระบุถึงประเด็นโควิด-19  โควิด-19 ทำให้ประชาชนกว่า 9.4 ล้านคนในสหรัฐติดเชื้อในปีนี้และเสียชีวิตกว่า 230,000 คน  ในเอ็กซิทโพลทั่วประเทศ ผู้ออกเสียง 4 ใน 10 ระบุว่า พวกเขาคิดว่าความพยายามในการควบคุมโควิด-19 จะ “เลวร้ายอย่างยิ่ง” โดยในรัฐสมรภูมิ เช่น รัฐฟลอริดาและนอร์ธแคโรไลนา ผู้ออกเสียง 5 ใน 10 คน ระบุว่า การรับมือทั่วประเทศต่อโรคระบาด “ค่อนข้างแย่หรือแย่อย่างมาก”
  • (+/-) ดาวโจนส์ปิดพุ่ง 554.98 จุด รับคาดการณ์ไบเดนคว้าชัยเลือกตั้งปธน.สหรัฐ  ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นกว่า 500 จุดเมื่อคืนนี้ (3 พ.ย.) ขานรับการคาดการณ์ที่ว่า นายโจ ไบเดน ผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐจากพรรคเดโมแครต จะคว้าชัยชนะในการเลือกตั้งครั้งนี้ และพรรคเดโมแครตจะสามารถครองเสียงข้างมากทั้งในวุฒิสภาและสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐ ซึ่งจะเปิดทางให้คณะบริหารของนายไบเดนสามารถออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจครั้งใหญ่  ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 27,480.03 จุด เพิ่มขึ้น 554.98 จุด หรือ +2.06% ขณะที่ดัชนี S&P500 ปิดที่ 3,369.02 จุด เพิ่มขึ้น 58.78 จุด หรือ +1.78% ส่วนดัชนี Nasdaq ปิดที่ 11,160.57 จุด เพิ่มขึ้น 202.96 จุด หรือ +1.85%