มีนาคม 4, 2021

วิเคราะห์ราคาทองคำ 4 พ.ย.63(ภาคเช้า) by Gcap

Spread the love

โดย : บริษัท จีแคป จำกัด

แนวโน้มช่วงเช้า
ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (3 พ.ย.) เนื่องจากนักลงทุนเทขายดอลลาร์ในฐานะสินทรัพย์ที่ปลอดภัย หลังมีการคาดการณ์ว่า นายโจ ไบเดน ผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐจากพรรคเดโมแครต จะคว้าชัยชนะในการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐ ซึ่งจะนำไปสู่การออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจครั้งใหญ่ นักวิเคราะห์มองว่าหากกระแส “Blue Wave” มาตามคาด ซึ่งจะทำให้นายไบเดนคว้าชัยชนะก้าวขึ้นเป็นประธานาธิบดีสหรัฐคนใหม่ และทำให้พรรคเดโมแครตครองเสียงข้างมากอย่างเบ็ดเสร็จในสภาคองเกรส โดยสามารถกวาดที่นั่งในวุฒิสภาและสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐ ก็จะส่งผลให้พรรคเดโมแครตสามารถขับเคลื่อนมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจสหรัฐได้อย่างราบรื่น หลังจากที่ถูกขัดขวางในสมัยของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์
มุมมองทองคำภาคเช้า ทองคำตลาดนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 1 สัปดาห์มื่อคืนนี้ (3 พ.ย.)
โดยได้แรงหนุนจากการอ่อนค่าของสกุลเงินดอลลาร์ ขานรับการคาดการณ์ที่ว่า นายโจ ไบเดน ผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐจากพรรคเดโมแครต จะคว้าชัยชนะในการเลือกตั้งครั้งนี้ และพรรคเดโมแครตจะสามารถครองเสียงข้างมากทั้งในวุฒิสภาและสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐ ซึ่งจะเปิดทางให้คณะบริหารของนายไบเดนสามารถออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจครั้งใหญ่ สำหรับข้อมูลเศรษฐกิจของสหรัฐที่จะเปิดเผยในสัปดาห์นี้ ได้แก่ การจ้างงานนอกภาคการเกษตร ADP ดุลการค้าดัชนีฝ่ายจัดซื้อภาคการบริการ ดัชนีฝ่ายจัดซื้อภาคการบริการ ISM ดัชนีแนวโน้มการเลิกจ้างงานจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการการว่างงาน ผลผลิตนอกภาคการเกษตร แถลงการณ์ FOMC การจ้างงานนอกภาคการเกษตร อัตราการว่างงาน รายได้เฉลี่ยต่อชั่วโมงการทำงาน สินค้าคงคลังภาคค้าส่ง เป็นต้น
สรุปภาวะแลกเปลี่ยนเงินตรา
ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (3 พ.ย.) เนื่องจากนักลงทุนเทขายดอลลาร์ในฐานะสินทรัพย์ที่ปลอดภัย หลังมีการคาดการณ์ว่า นายโจ ไบเดน ผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐจากพรรคเดโมแครต จะคว้าชัยชนะในการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐ ซึ่งจะนำไปสู่การออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจครั้งใหญ่ นักวิเคราะห์มองว่า หากกระแส “Blue Wave” มาตามคาดซึ่งจะทำให้นายไบเดนคว้าชัยชนะก้าวขึ้นเป็นประธานาธิบดีสหรัฐคนใหม่และทำให้พรรคเดโมแครตครองเสียงข้างมากอย่างเบ็ดเสร็จในสภาคองเกรส โดยสามารถกวาดที่นั่งในวุฒิสภาและสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐก็จะส่งผลให้พรรคเดโมแครตสามารถขับเคลื่อนมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจสหรัฐได้อย่างราบรื่นหลังจากที่ถูกขัดขวางในสมัยของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์