พุธ. ธ.ค. 11th, 2019

วิเคราะห์ราคาทองคำ 4 ธ.ค.62(ภาคเช้า) by YLG

โดย  : บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (YLG)

คำแนะนำ :

ราคาทองคำยังคงพยายามกลับขึ้นไปทดสอบแนวต้าน 1,482 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่ถ้าไม่สามารถปรับขึ้นได้ จะเกิดแรงขายทำกำไรออกมาเพิ่ม แนะนำลดการถือครองสถานะลงทุนลงเพื่อควบคุมความเสี่ยงจากการหยุดระหว่างสัปดาห์ของ TFEX หรือ หากราคาอ่อนตัวลงจึงพิจารณาเข้าซื้อเพื่อทำกำไรระยะสั้น

แนวรับ : 1,452 1,445 1,437  แนวต้าน : 1,471 1,479 1,487

จจัยพื้นฐาน :

ราคาทองคำวานนี้ปิดปรับตัวเพิ่มขึ้น  14.42 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ทองคำทะยานขึ้นโดยได้รับแรงหนุนจากความวิตกว่าสงครามการค้าระหว่างจีนและสหรัฐอาจไม่ยุติลงในเร็ววันนี้  หลังจากการเจรจาการค้าหยุดชะงักลงนับตั้งแต่สหรัฐออกกฏหมายเพื่อสนับสนุนกลุ่มผู้ประท้วงในฮ่องกง  ตอกย้ำความวิตกดังกล่าวด้วยคำกล่าวของประธานาธิบดีทรัมป์ ที่ออกมาส่งสัญญาณว่า “การบรรลุข้อตกลงการค้าอาจล่าช้าออกไปจนถึงปีหน้า”  นอกจากนี้สหรัฐยังเปิดศึกทางภาษีรอบด้าน  ด้วยการเรียกเก็บภาษีนำเข้าเหล็กและอลูมิเนียมจากบราซิลและอาร์เจนตินา  พร้อมขู่จะเก็บภาษีสินค้านำเข้าจากฝรั่งเศสเพิ่มขึ้นเป็น 100% เพื่อตอบโต้ฝรั่งเศสที่วางแผนเก็บภาษีดิจิทัลจากบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ของสหรัฐ  สถานการณ์ดังกล่าวกดดันการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยง  พร้อมกับกดดันดอลลาร์ให้อ่อนค่าจึงเป็นปัจจัยกระตุ้นแรงซื้อทองคำ  ขณะที่เช้านี้  สภาผู้แทนราษฎรของสหรัฐมีมติ “ผ่าน”ร่างกฏหมายที่มีวัตถุประสงค์เพื่อให้มีการกำหนดมาตรการลงโทษเจ้าหน้าที่จีนที่เกี่ยวข้องกับการละเมิดสิทธิของชาวอุยกูร์ในซินเจียง  ซึ่งอาจทำให้ความสัมพันธ์ระหว่าง 2 ประเทศยิ่งย่ำแย่ลงไปอีกจึงเป็นปัจจัยที่ช่วยสร้างแรงหนุนให้ราคาทองคำต่อเนื่องในวันนี้  สำหรับวันนี้ติดตามการเปิดเผยตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐ  อาทิ  การจ้างงานภาคเอกชนจาก ADP, ดัชนี PMI ภาคบริการจากมาร์กิตและ ISM

จจัยทางเทคนิค :

ความแข็งแกร่งของราคาทองคำเพิ่มขึ้น แต่เมื่อราคาปรับตัวขึ้นแรงอาจมีแรงขายทำกำไรช่วงสั้นสลับออกมาบ้าง  ทำให้การลงทุนอาจต้องเป็นไปในลักษณะเข้าซื้อเมื่อราคาอ่อนตัวลง หรือ หากราคาทองคำไม่สามารถยืน 1,482 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ ให้แบ่งทองคำออกขายเพื่อทำกำไรบางส่วน แต่หากผ่านได้ให้ชะลอการขายออกไป

กลยุทธ์การลงทุน :

เน้นเก็งกำไรฝั่งซื้อระยะสั้น โดยเปิดสถานะซื้อในบริเวณ 1,470-1,461 ดอลลาร์ต่อออนซ์ เพื่อเล่นสั้นหากราคาทองคำยืนเหนือแนวรับได้ และหากราคาดีดตัวขึ้นแต่ไม่สามารถผ่าน 1,482 ดอลลาร์ต่อออนซ์ไปได้ อาจใช้วิธีการเดิมคือลดพอร์ตการลงทุน

ข่าวสารประกอบการลงทุน :

  • (+) “ทรัมป์”ส่งสัญญาณเจรจาการค้าสหรัฐ-จีนลากยาวถึงศึกเลือกตั้งปธน.ปลายปีหน้า  ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ส่งสัญญาณเมื่อวานนี้ว่า การบรรลุข้อตกลงการค้าระหว่างสหรัฐและจีนอาจล่าช้าออกไปจนกว่าจะมีการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐในเดือนพ.ย.ปีหน้า  ทั้งนี้ ปธน.ทรัมป์กล่าวว่า อาจจะเป็นการดีกว่าที่จะรอจนกระทั่งหลังการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐในปีหน้าสำหรับการบรรลุข้อตกลงการค้ากับจีน   ต่อข้อถามที่ว่า เขามีเส้นตายสำหรับการบรรลุข้อตกลงการค้าหรือไม่ ปธน.ทรัมป์กล่าวว่า “ผมไม่มีเส้นตาย บางทีผมคิดว่ามันเป็นการดีกว่าที่จะรอจนกว่าหลังการเลือกตั้ง”
  • (+) “ทรัมป์”เผยอาจใช้กำลังทหารโจมตีเกาหลีเหนือ หากมีความจำเป็น  ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์กล่าวในวันนี้ว่า สหรัฐอาจใช้กำลังทหารโจมตีเกาหลีเหนือ หากมีความจำเป็น  “ขณะนี้เรามีกำลังทหารที่ทรงอำนาจมากที่สุดเท่าที่เราเคยมี และเราเป็นชาติที่มีอำนาจมากที่สุดในโลก แต่ผมหวังว่าเราจะไม่ต้องใช้กำลังทหาร แต่ถ้าจำเป็น เราก็จะใช้มัน” ปธน.ทรัมป์กล่าว  อย่างไรก็ดี ปธน.ทรัมป์ย้ำว่า เขายังคงมีความสัมพันธ์ที่ดีกับนายคิม จอง อึน ผู้นำเกาหลีเหนือ ซึ่งเป็นการบ่งชี้ว่า สหรัฐจะยังไม่ใช้ทางเลือกด้านการทหารต่อเกาหลีเหนือ และยังคงเปิดช่องทางสำหรับการเจรจา
  • (+) รมว.พาณิชย์สหรัฐชี้การรอทำข้อตกลงการค้าหลังเลือกตั้งปีหน้า ช่วยลดอำนาจต่อรองของจีน  นายวิลเบอร์ รอสส์ รมว.พาณิชย์สหรัฐ ระบุว่า การที่สหรัฐใช้วิธีรอเวลาการทำข้อตกลงการค้ากับจีนหลังการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐในเดือนพ.ย.ปีหน้า จะทำให้จีนขาดอำนาจต่อรองกับสหรัฐ  “สิ่งนี้จะทำให้จีนขาดสิ่งที่พวกเขาคิดว่าจะทำให้มีอำนาจต่อรองมากขึ้น” นายรอสส์กล่าว
  • (+) ฝรั่งเศสลั่นพร้อมตอบโต้ หากสหรัฐเพิ่มการรีดภาษีต่อสินค้าแดนน้ำหอม  นายบรูโน เลอ แมร์ รัฐมนตรีคลังฝรั่งเศส กล่าวว่า การที่สหรัฐขู่เรียกเก็บภาษีเพิ่มเติมต่อสินค้านำเข้าจากฝรั่งเศสถือเป็นเรื่องที่ยอมรับไม่ได้ และสหภาพยุโรป (EU) พร้อมที่จะทำการตอบโต้สหรัฐ
  • (+) ดาวโจนส์ปิดร่วง 280.23 จุด หลัง”ทรัมป์”ส่งสัญญาณเจรจาการค้าจีนยืดเยื้อถึงปลายปีหน้า  ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดร่วงลงติดต่อกันเป็นวันที่ 3 เมื่อคืนนี้ (3 ธ.ค.) หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ส่งสัญญาณว่า การบรรลุข้อตกลงการค้าระหว่างสหรัฐและจีนอาจล่าช้าออกไปจนกว่าจะมีการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐในเดือนพ.ย.ปีหน้า ซึ่งการส่งสัญญาณดังกล่าวทำให้นักลงทุนกังวลว่า การเจรจาการค้าอาจยืดเยื้อและส่งผลกระทบต่อแนวโน้มเศรษฐกิจทั่วโลก  ดัชนีดาวโจนส์ปิดที่ 27,502.81 จุด ร่วงลง 280.23 จุด หรือ -1.01% ขณะที่ดัชนี S&P500 ปิดที่ 3,093.20 จุด ลดลง 20.67 จุด หรือ -0.66% ส่วนดัชนี Nasdaq ปิดที่ 8,520.64 จุด ลดลง 47.34 จุด หรือ -0.55%
  • (+) ดอลล์อ่อนเทียบสกุลเงินหลัก เหตุวิตกเจรจาการค้าสหรัฐ-จีนยืดเยื้อ  ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (3 ธ.ค.) ท่ามกลางความวิตกกังวลเกี่ยวกับการเจรจาการค้าที่มีแนวโน้มยืดเยื้อ หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ส่งสัญญาณว่า การบรรลุข้อตกลงการค้าระหว่างสหรัฐและจีนอาจล่าช้าออกไปจนกว่าจะมีการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐในเดือนพ.ย.ปีหน้า  ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับเงินเยน ที่ระดับ 108.57 เยน จากระดับ 108.96 เยน และอ่อนค่าเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิส ที่ระดับ 0.9867 ฟรังก์ จากระดับ 0.9914 ฟรังก์ แต่หากเทียบกับดอลลาร์แคนาดา ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้นแตะที่ระดับ 1.3300 ดอลลาร์สหรัฐ จากระดับ 1.3297 ดอลลาร์สหรัฐ  ยูโรแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.1081 ดอลลาร์ จากระดับ 1.1076 ดอลลาร์ ขณะที่เงินปอนด์แข็งค่าขึ้นแตะที่ระดับ 1.2992 ดอลลาร์ จากระดับ 1.2942 ดอลลาร์
  • (-) ISM เผยดัชนีภาวะธุรกิจนิวยอร์กพุ่งสูงสุดรอบ 7 เดือนในพ.ย.  สถาบันจัดการด้านอุปทานของสหรัฐ (ISM) เปิดเผยว่า กิจกรรมภาคธุรกิจในนครนิวยอร์กปรับตัวขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 7 เดือนในเดือนพ.ย. โดยเป็นการปรับตัวขึ้นเป็นเดือนที่ 2 ติดต่อกัน  รายงานของ ISM ระบุว่า ดัชนีภาวะธุรกิจนิวยอร์กดีดตัวสู่ระดับ 50.4 ในเดือนพ.ย. จากระดับ 47.7 ในเดือนต.ค.