ข้ามไปยังทูลบาร์
กันยายน 25, 2020

วิเคราะห์ราคาทองคำ 31 ม.ค.63(ภาคเช้า) by HGF

Spread the love

โดย  : บริษัท ฮั่วเซ่งเฮง โกลด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด(HGF)

กองทุน SPDR ถือครองทองคำเท่าเดิมเมื่อวาน 

คืนนี้สหรัฐจะประกาศดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนม.ค.

ทองคำคาดทรงตัวในระดับที่สูง

  • ราคาทองคำ Spot เมื่อวานปิดตลาดลดลง แต่ในระหว่างวันปรับขึ้นทำจุดสูงสุดที่ 1,585 ดอลลาร์ ทองคำยังได้รับแรงหนุนจากความกังวลเกี่ยวกับไวรัสโคโรนาที่แพร่ระบาดอย่างรวดเร็ว โดยรายงานล่าสุดระบุว่าเชื้อไวรัสโคโรนาได้แพร่ลุกลามไปยังทุกมณฑลของจีนแล้ว ขณะที่เงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลง ส่วนสหรัฐประกาศจีดีพีไตรมาส 4  ซึ่งเป็นประมาณการครั้งที่ 1 ขยายตัว 2.1% เท่ากับที่ตลาดคาดไว้และเท่ากับไตรมาส 3 ทำให้ไม่ได้มีผลกระทบต่อราคาทองคำ ทางด้านกองทุน SPDR ถือครองทองคำเท่าเดิมเมื่อวาน
  • คืนนี้สหรัฐจะประกาศดัชนีราคา PCE พื้นฐานเดือนธ.ค. ตลาดคาดจะเพิ่มขึ้น 0.1% เมื่อเทียบรายเดือน ดัชนี PMI เขตชิคาโกเดือนม.ค.ตลาดคาดจะทรงตัวที่ระดับ 48.9 และดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนม.ค.ของมหาวิทยาลัยมิชิแกน ตลาดคาดจะทรงตัวที่ระดับ 99.1
  • แนวโน้มราคาทองคำคาดเคลื่อนไหวในกรอบ   1,565-1,580 ดอลลาร์ การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนายังเป็นปัจจัยหนุนต่อราคาทองคำในช่วงนี้ โดยทองคำมีแนวต้านที่ 1,580 ดอลลาร์ ถ้าผ่านขึ้นไปได้จะมีแนวต้านถัดไปที่ 1,590 ดอลลาร์ ขณะที่มีแนวรับที่ 1,565 ดอลลาร์ และ 1,560 ดอลลาร์

ราคาทองคำตลาดโลก

Close chg. Support Resistance
1,573.90 -3.1 1,565/1,560 1,580/1,590

ราคาทองคำแท่ง 96.5%

Close chg. Support Resistance
23,250 +200 23,050/23,000 23,250/23,350

โกลด์ฟิวเจอร์ส

Close chg Support Resistance
23,540 +60 23,200/23,140 23,420/23,550

การเข้าซื้อเก็งกำไรระยะสั้น แนะนำเมื่อราคาทองคำ Spot ปรับลงมาที่ 1,565 ดอลลาร์ (GF 23,200 บาท) โดยมีจุดขายตัดขาดทุนที่ 1,560 ดอลลาร์ (GF 23,140 บาท)

การลงทุนในทองแท่ง สำหรับนักลงทุนที่ซื้อไว้แนะนำขายทำกำไรบางส่วน

โกลด์ออนไลน์ฟิวเจอร์

Close chg Support Resistance
1,586.80 -0.30 1,569/1,564 1,584/1,594

การเข้าซื้อเก็งกำไรระยะสั้น แนะนำเมื่อราคา GOH19 ปรับลงมาที่ 1,569 ดอลลาร์ โดยมีจุดขายตัดขาดทุนที่ 1,564 ดอลลาร์

ค่าเงินบาท

ทิศทางเงินบาทในวันนี้คาดจะเริ่มทรงตัว หลังจากอ่อนค่าลงอย่างรวดเร็วในสัปดาห์นี้    โดย USD Futures เดือนมี.ค.63 คาดจะมีแนวต้านที่ 31.20 บาท/ดอลลาร์ ขณะที่มีแนวรับที่ 31.0 บาท/ดอลลาร์

News

ตลาดการเงินต่างประเทศ :ดอลล์อ่อนเทียบเยน,ฟรังก์สวิส นลท.แห่ซื้อสกุลเงินปลอดภัยหลังวิตกไวรัสระบาด

          ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนที่ผ่านมา (30 ม.ค.) เนื่องจากนักลงทุนได้พากันเข้าซื้อเยนและฟรังก์สวิสซึ่งเป็นสกุลเงินปลอดภัย ท่ามกลางความวิตกเกี่ยวกับการระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ที่เริ่มขึ้นในจีนและกำลังแพร่กระจายไปทั่วโลก

ตลาดโลหะมีค่าต่างประเทศ :ทองปิดพุ่ง $13.20 นลท.ซื้อสินทรัพย์ปลอดภัยหลังไวรัสโคโรนาระบาดรวดเร็ว

          สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดบวกเมื่อคืนที่ผ่านมา (30 ม.ค.) โดยได้แรงหนุนจากคำสั่งซื้อสินทรัพย์ปลอดภัย ท่ามกลางความวิตกกังวลเกี่ยวกับไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ที่แพร่ระบาดอย่างรวดเร็ว โดยรายงานล่าสุดระบุว่า เชื้อไวรัสโคโรนาได้แพร่ลุกลามไปยังทุกมณฑลของจีนแล้ว สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนก.พ.  เพิ่มขึ้น 13.20 ดอลลาร์ หรือ 0.84% ปิดที่ 1,589.20 ดอลลาร์/ออนซ์    สัญญาโลหะเงินส่งมอบเดือนมี.ค. เพิ่มขึ้น 50.50 เซนต์ หรือ 2.89% ปิดที่ 17.992 ดอลลาร์/ออนซ์

ตลาดน้ำมันดิบต่างประเทศ : น้ำมัน WTI ปิดร่วง $1.19 วิตกไวรัสโคโรนาระบาดฉุดเศรษฐกิจโลก

          สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดร่วงลงกว่า 2% เมื่อคืนที่ผ่านมา (30 ม.ค.) เนื่องจากนักลงทุนกังวลว่าการแพร่ระบาดอย่างรวดเร็วของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่อาจส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกและความต้องการใช้น้ำมัน โดยรายงานล่าสุดระบุว่า พบการแพร่เชื้อไวรัสโคโรนาจากคนสู่คนเป็นครั้งแรกในสหรัฐ สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนมี.ค. ร่วงลง 1.19 ดอลลาร์ หรือ 2.2% ปิดที่ 52.14 ดอลลาร์/บาร์เรล   สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ส่งมอบเดือนมี.ค. ลดลง 1.52 ดอลลาร์ หรือ 12.5% ปิดที่ 58.29 ดอลลาร์/บาร์เรล

ตลาดหุ้นต่างประเทศ : ดาวโจนส์ปิดบวก 124.99 จุด รับความหวัง WHO ผนึกกำลังต้านไวรัสโคโรนา

          ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดบวกเมื่อคืนที่ผ่านมา (30 ม.ค.) โดยได้แรงหนุนจากคำสั่งซื้อในช่วงท้ายตลาด หลังจากองค์การอนามัยโลก (WHO) ประกาศให้ไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่เป็นภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุขของโลก เพื่อเปิดทางสู่ความร่วมมือในการยับยั้งการแพร่ระบาดของไวรัสดังกล่าว นอกจากนี้ ตลาดยังได้แรงหนุนจากผลประกอบการที่แข็งแกร่งของบริษัทจดทะเบียนบางแห่ง ซึ่งรวมถึงไมโครซอฟท์ และโคคา โคล่า ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 28,859.44 จุด เพิ่มขึ้น 124.99 จุด หรือ +0.43% ขณะที่ดัชนี S&P500 ปิดที่ 3,283.66 จุด เพิ่มขึ้น 10.26 จุด หรือ +0.31% ส่วนดัชนี Nasdaq ปิดที่ 9,298.93 จุด เพิ่มขึ้น 23.77 จุด หรือ +0.26%

ที่ปรึกษาการค้า “ทรัมป์” ยืนกรานเก็บภาษีสินค้าจีนต่อไป แม้ไวรัสโคโรนาเริ่มกระทบเศรษฐกิจจีน

          นายปีเตอร์ นาวาร์โร ที่ปรึกษาด้านการค้าของทำเนียบขาว คัดค้านแนวคิดที่จะให้สหรัฐยกเลิกการเก็บภาษีสินค้านำเข้าจากจีน แม้ว่าการระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่เริ่มที่จะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจจีนก็ตาม นายนาวาร์โรกล่าวว่า แนวคิดดังกล่าวมาจากตลาดวอลล์สตรีท ซึ่งผมคิดว่าก่อนอื่น เราต้องคิดว่าเหตุใดเราจึงเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจีน ก็เพราะจีนมีการปฏิบัติด้านการค้าที่ไม่เป็นธรรมอย่างมาก โดยจีนใช้รัฐวิสาหกิจเพื่อกดดันให้บริษัทและคนงานของสหรัฐออกจากธุรกิจ นอกจากนี้ การเก็บภาษีสินค้านำเข้าจากจีนยังช่วยรับประกันว่า เราจะสามารถกลับมาทำข้อตกลงการค้าเฟสที่สองได้  ทั้งนี้ นายนาวาร์โรแสดงความเห็นดังกล่าว หลังจากที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ลงนามบังคับใช้ข้อตกลงการค้าเสรีอเมริกาเหนือฉบับใหม่

ผู้เชี่ยวชาญคาด WHO จัดไวรัสโคโรนาเป็นภาวะฉุกเฉินโลก เหตุแพร่เชื้อได้แม้ไม่แสดงอาการ

          ผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงทางชีวภาพจากออสเตรเลีย คาดการณ์ว่า องค์การอนามัยโลก (WHO) น่าจะระบุให้การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ เป็นภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุขของโลก เนื่องจากไวรัสดังกล่าวแพร่กระจายได้แม้ผู้ติดเชื้อไม่แสดงอาการของโรค ศาสตราจารย์ ไรนา แม็กอินไทร์ จากมหาวิทยาลัยนิวเซาท์เวลส์ของออสเตรเลีย เปิดเผยว่า การที่ไวรัสดังกล่าวแพร่กระจายได้แม้ผู้ติดเชื้อไม่แสดงอาการของโรคนั้น ทำให้การควบคุมโรคเป็นเรื่องยากขึ้น นอกจากนี้ ยังพบผู้ติดเชื้อดังกล่าวในภูมิภาคอื่นๆด้วย ซึ่งอาจทำให้ WHO มีความกังวลมากพอที่จะประกาศภาวะฉุกเฉิน ความคิดเห็นดังกล่าวมีขึ้นก่อนที่ WHO จะจัดการประชุมคณะกรรมการฉุกเฉินในวันนี้ เพื่อประเมินสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ และเพื่อที่จะตัดสินใจว่า ไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่นี้ เป็นภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุขของโลกหรือไม่ นายแพทย์ทีโดรส อัดฮานอม กีบรีเยซุส ผู้อำนวยการใหญ่องค์การอนามัยโลก กล่าวว่า “WHO กำลังเฝ้าระวังการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ตลอด 24 ชั่วโมง และเราจะมีการแถลงข่าวหลังการประชุมคณะกรรมการฉุกเฉินในวันนี้ โดยการแพร่ระบาดดังกล่าวได้ทำให้นานาประเทศ ผู้เชี่ยวชาญ บริษัท และชุมชนต่างๆดำเนินการเพื่อรับมือกับสถานการณ์ ขณะที่ทั่วโลกกำลังร่วมมือกันในการสกัดการแพร่ระบาด และถอดบทเรียนจากการแพร่ระบาดในอดีต” ทั้งนี้ หากที่ประชุม WHO ในวันนี้ลงมติว่า ไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่เป็นภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุขของโลก ก็จะเปิดทางให้ WHO สามารถร่วมงานกับรัฐบาลทั่วโลกได้อย่างเต็มที่ เพื่อรับมือกับวิกฤตการณ์ในครั้งนี้

จีนยืนยันยอดผู้เสียชีวิตจากไวรัสโคโรนาพุ่งขึ้นเป็น 170 ราย, ยอดติดเชื้อเพิ่มเป็น 7,711 ราย           คณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติของจีน (NHC) ยืนยันว่า ณ วันพุธที่ 29 ม.ค. จำนวนผู้เสียชีวิตจากโรคปอดอักเสบที่เกิดจากการติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ในจีน เพิ่มขึ้นเป็น 170 ราย ขณะที่จำนวนผู้ติดเชื้อไวรัสดังกล่าวอยู่ที่ 7,711  ราย