ข้ามไปยังทูลบาร์
กันยายน 27, 2020

วิเคราะห์ราคาทองคำ 31 มี.ค.63 (ภาคบ่าย) by YLG

Spread the love

โดย  : บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (YLG)

แนวรับ : 1,608 1,594 1,585

แนวต้าน : 1,630 1,646 1,661

ข่าวสารสำคัญเพื่อประกอบการลงทุน (เพิ่มเติมช่วงเย็น)

สรุป  แม้ว่าดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตอย่างเป็นทางการของจีนแสดงว่า กิจกรรมภาคการผลิตขยายตัวอย่างไม่คาดคิดในเดือนมี.ค. และ ธนาคารกลางจีนลดอัตราดอกเบี้ย reverse repo อย่างไม่คาดคิดในอัตรามากที่สุดในรอบเกือบ 5 ปี เพื่อลดแรงกดดันในเศรษฐกิจ แต่ข้อมูลดังกล่าวไม่ได้สร้างความหวังว่าจะมีแรงซื้อทองคำจากทางฝั่งจีนเพิ่มขึ้น เนื่องจากยังคาดว่าเศรษฐกิจจีนจะหดตัวอย่างหนักในไตรมาสแรกและเศรษฐกิจที่สำคัญอื่นๆจะได้รับผลกระทบอย่างมากเช่นกัน  นอกจากนี้ ผลสำรวจออนไลน์ โดย Challenger, Gray & Christmas บ่งชี้ว่า บริษัทเกือบ 50% ระบุว่า ทางบริษัทของสหรัฐอาจจะปลดพนักงานใน 3 เดือนข้างหน้าจากการระบาดของโควิด-19 ขณะที่บริษัทกว่า 1 ใน 3 (37%) ระบุว่า ทางบริษัทระงับการจ้างงานแล้ว ความกังวลต่อภาวะเศรษฐกิจโลกถดถอย จากการระบาดของไวรัสโควิด-19 จะยังคงมีอิทธิพลอย่างมากส่งผลให้นักลงทุนเพิ่มความระมัดระวังในการซื้อขายสินทรัพย์ต่างๆ รวมทั้งทองคำ โดยแนะนำนักลงทุนเปิดสถานะขายเมื่อราคามีการปรับตัวขึ้นไม่ผ่านแนวต้านบริเวณ 1,630-1,646 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่หากราคาผ่านโซน 1,646 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ได้ให้ตัดขาดทุน ขณะที่ราคาขยับลงทดสอบแนวรับ 1,608-1,594 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ถ้าสามารถยืนได้แนะนำซื้อคืนเพื่อทำกำไร

ปัจจัยทางเทคนิค

แนวโน้ม Gold Spot: ราคาทองคำยังไม่สามารถยืนเหนือโซน 1,630 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ ทำให้อาจเกิดการอ่อนตัวลงของราคา โดยประเมินแนวรับบริเวณที่ 1,608-1,594 ดอลลาร์ต่อออนซ์หากสามารถยืนเหนือโซนแนวรับดังกล่าวได้ก็จะเห็นการดีดตัวขึ้น โดยยังมีโอกาสที่จะราคาทดสอบแนวต้านอีกครั้ง

กลยุทธ์ Gold Futures:

Long Position แนะนำให้ทยอยปิดสถานะทำกำไรตามบริเวณแนวต้าน 1,630-1,646 ดอลลาร์ต่อออนซ์แล้วรอจังหวะเข้าซื้อคืนหากราคาย่อตัวลงมาและไม่หลุดแนวรับ 1,608-1,594 ดอลลาร์ต่อออนซ์

Short Position  สามารถถือต่อได้หากราคาหลุดแนวรับ 1,594 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่หากราคาสามารถกลับขึ้นไปยืนเหนือโซน 1,646ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ แนะนำให้ทยอยปิดลดสถานะขายลง

Open New รอดูบริเวณ 1,630-1,646 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หากไม่ผ่าน สามารถเปิดสถานะขายเก็งกำไรระยะสั้น เพื่อรอเข้าซื้อคืนทำกำไรเมื่อราคาอ่อนตัวลงบริเวณแนวรับ 1,608-1,594 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่หากราคาทะลุกรอบด้านใดด้านหนึ่งควรปรับสถานะการลงทุนเพื่อป้องกันความผันผวนของราคา

ข่าวสารประกอบการลงทุน

  • (+) แบงก์ชาติจีนอัดฉีดเงิน 2 หมื่นล้านหยวนวันนี้ มุ่งรักษาสภาพคล่องในระบบให้เพียงพอ  ธนาคารกลางจีน (PBOC) อัดฉีดเงิน 2 หมื่นล้านหยวน (ประมาณ 2.82 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ) เข้าสู่ระบบการเงินในวันนี้ ผ่านทางข้อตกลง reverse repo ประเภทอายุ 7 วัน โดยให้อัตราดอกเบี้ย 2.2%  สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า ความเคลื่อนไหวดังกล่าวมีเป้าหมายที่จะรักษาสภาพคล่องในระบบธนาคารให้อยู่ในระดับที่เพียงพอและเหมาะสม  ทั้งนี้ reverse repo เป็นกระบวนการที่ธนาคารกลางเข้าซื้อหลักทรัพย์จากธนาคารพาณิชย์ด้วยข้อตกลงที่จะขายคืนในอนาคต  ส่วนเมื่อวานนี้ ธนาคารกลางจีนได้อัดฉีดเงิน 5 หมื่นล้านหยวนเข้าสู่ตลาด ผ่านทางข้อตกลง reverse repo ประเภทอายุ 7 วัน โดยได้ปรับลดอัตราดอกเบี้ยลง 0.20% สู่ระดับ 2.2% เพื่อให้ต้นทุนการกู้ยืมปรับตัวลดลงและช่วยบรรเทาผลกระทบทางเศรษฐกิจจากการแพร่ระบาดของโควิด-19
  • (+) จีนลดภาษีและค่าธรรมเนียมกว่า 4 แสนล้านหยวนช่วง 2 เดือนแรก หวังบรรเทาผลกระทบโควิด-19  สำนักงานกำกับดูแลด้านการจัดเก็บภาษีของจีนเปิดเผยว่า จีนได้ดำเนินการปรับลดภาษีและค่าธรรมเนียมในช่วง 2 เดือนแรกปีนี้ คิดเป็นมูลค่า 4.027 แสนล้านหยวน (ประมาณ 5.68 หมื่นล้านดอลลาร์)   นายหวัง เถาชู เจ้าหน้าที่สำนักงานจัดเก็บภาษีของจีน กล่าวว่า มาตรการพิเศษด้านภาษีและค่าธรรมเนียมมีขึ้นเพื่อบรรเทาผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 และช่วยให้โครงการด้านการพัฒนาเศรษฐกิจสามารถประหยัดเงินได้ถึง 1.589 แสนล้านหยวน  ทั้งนี้ นายหวังคาดว่าการปรับลดภาษีและค่าธรรมเนียมจะดำเนินการต่อไป เนื่องจากเป็นนโยบายที่มุ่งบรรเทาภาระของบริษัทขนาดเล็ก และธุรกิจส่วนตัว
  • (+) ผลสำรวจชี้บริษัท 49% พิจารณาปลดพนง.,37% ระงับการจ้างงานท่ามกลางโควิด-19 ระบาด  บริษัทเกือบ 50% ระบุว่า ทางบริษัทอาจจะปลดพนักงานใน 3 เดือนข้างหน้าจากการระบาดของโควิด-19 ขณะที่บริษัทกว่า 1 ใน 3 (37%) ระบุว่า ทางบริษัทระงับการจ้างงานแล้ว  นั่นมาจากผลสำรวจออนไลน์ต่อบริษัทกว่า 250 แห่ง ซึ่งมีความหลากหลายในด้านขนาดและภาคธุรกิจ ซึ่งดำเนินการระหว่างวันที่ 20-26 มี.ค.โดย Challenger, Gray & Christmas ซึ่งเป็นบริษัทจัดหางานเก่าแก่ที่สุดในสหรัฐ ซึ่งร่วมมือกับบริษัทต่างๆในบริการเปลี่ยนผ่านสำหรับพนักงาน  ในช่วงที่เริ่มทำการสำรวจ จำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่งทะลุ 18,000 คนในสหรัฐ บริษัทต่างๆแนะนำให้พนักงานทำงานจากที่บ้าน รัฐต่างๆ เช่น แคลิฟอร์เนีย, นิวเจอร์ซีย์, คอนเนตทิคัต และนิวยอร์กเริ่มสั่งให้ประชาชนเก็บตัวในบ้าน และธุรกิจที่ไม่จำเป็นทั้งหมดเริ่มปิดทำการ    บริษัท 49% ระบุว่า บริษัทอาจจะปลดพนักงานใน 3 เดือนข้างหน้า ขณะที่ 11% รายงานว่า บริษัทได้ปลดพนักงานถาวรและอีก 7%ปลดพนักงานชั่วคราว 
  • (-) IMF คาดจีดีพีในยุโรปจะลดลง 3% ต่อเดือนจากการปิดเมือง  นายพอล ธอมเซน ผู้อำนวยการแผนกยุโรปของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ระบุเมื่อวานนี้ว่า ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ของประเทศต่างๆในยุโรปจะปรับลง 3% สำหรับทุกๆเดือนของการปิดเมือง  เขาเน้นย้ำว่า การระบาดของโควิด-19 พิสูจน์ว่า ระบบสวัสดิการของยุโรปไม่ได้ออกแบบมาเพื่อเหตุการณ์ระดับนี้ และเรียกร้องให้ทุกประเทศรับมือในเชิงรุกต่อวิกฤติดังกล่าว เขาย้ำว่า หากมีช่วงเวลาสำหรับการใช้เครื่องมือบรรเทาและโอกาสด้านนโยบายที่มีอยู่แล้ว นี่คือเวลานั้นอย่างแน่นอน  เจ้าหน้าที่รายดังกล่าวเน้นย้ำว่า จำนวนประเทศที่ขอความช่วยเหลือจาก IMF อยู่ที่ระดับสูงเป็นประวัติการณ์ ท่ามกลางวิกฤติ
  • (+/-) WHO คาดยุโรปจะเริ่มมีเสถียรภาพเร็วๆนี้หลังออกมาตรการสู้โควิด-19  นายไมค์ ไรอัน หัวหน้าสำนักงานฉุกเฉินด้านสุขภาพขององค์การอนามัยโลก (WHO) ระบุเมื่อวานนี้ว่า ประเทศต่างๆในยุโรปซึ่งออกมาตรการต่างๆเมื่อ 2-3 สัปดาห์ที่ผ่านมามีแนวโน้มที่จะเริ่มแสดงสัญญาณการมีเสถียรภาพบางส่วนในเร็วๆนี้ WHO หวังว่า อิตาลีและสเปนจะใกล้เข้าสู่จุดสูงสุด แม้การลดจำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่ต้องใช้มาตรการเชิงรุกก็ตาม      เขาระบุว่า ผู้ป่วยโควิด-19 ทั้งหมดควรถูกส่งตัวเข้าโรงพยาบาลแทนอยู่ที่บ้าน และผู้ใกล้ชิดของพวกเขาควรได้รับการแยกตัวนอกบ้าน ความสำเร็จของสิงคโปร์ในการควบคุมไวรัสเกิดจากการส่งเจ้าหน้าที่ชุมชนตระเวนตามบ้าน, ตรวจสอบผู้ที่มีอาการ เช่น ไข้ และส่งผู้ต้องสงสัยติดเชื้อไปศูนย์ทดสอบทันที