เสาร์. พ.ย. 23rd, 2019

วิเคราะห์ราคาทองคำ 31 ต.ค.62(ภาคเช้า) by YLG

โดย  : บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (YLG)

คำแนะนำ :

เข้าซื้อเพื่อเก็งกำไรระยะสั้นหากราคาทองคำสามารถยืนเหนือบริเวณ 1,480 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ และทยอยปิดสถานะทำกำไรบางส่วนหากไม่ผ่านบริเวณแนวต้าน 1,509-1,518 ดอลลาร์ต่อออนซ์

แนวรับ : 1,480 1,464 1,458  แนวต้าน : 1,509 1,518 1,535

จจัยพื้นฐาน :

ราคาทองคำวานนี้ปิดปรับตัวเพิ่มขึ้น  8.00 ดอลลาร์ต่อออนซ์  ท่ามกลางการซื้อขายที่ผันผวนจากข่าวต่างๆ โดยประมาณการครั้งแรก GDP ไตรมาส 3/2019 ของสหรัฐขยายตัวเกินคาดที่ระดับ 1.9% อย่างไรก็ดี  ราคาทองคำไม่ได้ปรับตัวลงจาตัวเลขดังกล่าวมากนัก  ก่อนที่ราคาทองคำจะปรับตัวลงทันทีที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด)ประกาศ “ลด” อัตราดอกเบี้ยลง 0.25% สู่ระดับ 1.50-1.75% ส่วนแถลงการณ์เฟดได้ตัดข้อความสำคัญที่เคยระบุว่า  เฟดจะ “ดำเนินการตามความเหมาะสม(act as appropriate)” เพื่อรักษาการขยายตัวทางเศรษฐกิจ  ซึ่งบ่งชี้ว่า  เฟดจะ “ระงับ” การปรับลดอัตราดอกเบี้ยในช่วงต่อจากนี้  ส่งผลให้ราคาทองคำร่วงลงแตะ 1,480.90  ดอลลาร์ต่อออนซ์  อย่างไรก็ดี  เกิดแรงซื้อหนุนให้ราคาทองคำฟื้นตัวขึ้นในที่สุด  หลังจากนายพาวเวล ประธานเฟด ระบุว่า  เฟดจะกลับมาปรับ “ขึ้น” ดอกเบี้ยก็ต่อเมื่อเงินเฟ้อขยับสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ  นั่นทำให้ดอลลาร์สหรัฐกลับมาอ่อนค่าและเป็นปัจจัยหนุนราคาทองคำ  แต่ตลาดหุ้นปรับตัวขึ้นขานรับถ้อยแถลงดังกล่าวเช่นกันจึงเป็นปัจจัยสกัดช่วงบวกของราคาทองคำเอาไว้  ด้านกองทุน SPDR ถือครองทองคำลดลง  -1.76 ตัน  สำหรับวันนี้ติดตามผลการประชุม BOJ  รวมถึงการเปิดเผยดัชนี Core PCE , รายจ่ายและรายได้ส่วนบุคคล, จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงาน และดัชนี PMI เขตชิคาโก

จจัยทางเทคนิค :

หากราคาทองคำทดสอบแนวต้านที่ 1,509-1,518 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่ยังไม่สามารถผ่านได้ ซึ่งนักลงทุนยังคงต้องระมัดระวังแรงขายทำกำไรเนื่องจากช่วงที่ผ่านมาเมื่อราคาทองคำมีการปรับตัวขึ้นยังคงมีแรงขายออกมาเช่นกัน อย่างไรก็ตามหากการอ่อนลงของราคาไม่หลุดโซนแนวรับระยะสั้นอยู่ที่ 1,480 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ประเมินว่าเป็นการอ่อนตัวลงเพื่อสะสมแรงซื้ออีกครั้ง

กลยุทธ์การลงทุน :

เน้นการลงทุนระยะสั้นโดยเปิดสถานะซื้อหากราคาอ่อนตัวลงมาในโซน 1,480 ดอลลาร์ต่อออนซ์ พร้อมลดการลงทุนหากราคาหลุด 1,480 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ทั้งนี้อาจทยอยแบ่งทองคำออกขายทำกำไรบางส่วนหากราคาทองคำไม่ผ่านแนวต้านที่ 1,509-1,518 ดอลลาร์ต่อออนซ์

ข่าวสารประกอบการลงทุน :

  • (+) ดอลลาร์ร่วงขณะเฟดส่งสัญญาณระงับวงจรการลดดอกเบี้ย  ดอลลาร์ร่วงลง เมื่อเทียบกับตะกร้าสกุลเงินสำคัญๆในวันพุธ โดยลดแรงบวกของในช่วงแรก หลังจากที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ลดอัตราดอกเบี้ยเป็นครั้งที่ 3 ในปีนี้ แต่ส่งสัญญาณว่า วงจรการลดอัตราดอกเบี้ยของเฟดอาจจะหยุดลง ตามที่คาดไว้ในวงกว้าง  ในการลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 0.25% สู่ช่วงเป้าหมายระหว่าง 1.50-1.75% เฟดยกเลิกการอ้างอิงก่อนหน้านี้ในแถลงการณ์นโยบายที่ว่า เฟด “จะดำเนินการตามความเหมาะสม” ในการรักษาการขยายตัวทางเศรษฐกิจให้ยั่งยืน ซึ่งเป็นถ้อยคำที่ได้รับการพิจารณาว่า เป็นสัญญาณสำหรับการลดอัตราดอกเบี้ยในอนาคต  คำกล่าวของนายเจอโรม พาวเวลล์ ประธานเฟดในการแถลงข่าวหลังแถลงการณ์ของเฟดเป็นแรงหนุนเพิ่มเติมต่อความคิดที่ว่า ไม่มีแนวโน้มการปรับลดอัตราดอกเบี้ยเพิ่มในอนาคตอันใกล้  นายพาวเวลล์กล่าวว่า จุดยืนของนโยบายการเงินในปัจจุบันอาจจะยังคงเหมาะสม และเฟดจะทำการประเมินแนวโน้มอีกครั้งสำหรับการเปลี่ยนแปลงจุดยืนปัจจุบัน  ดัชนีดอลลาร์ปรับขึ้นสู่ 98.00 ขณะที่นายพาวเวลล์กล่าว ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่วันที่ 17 ต.ค.ก่อนที่จะถอยกลับสู่ 97.53 ลดลง 0.16%  ดอลลาร์ปรับขึ้นในช่วงสั้นๆในช่วงแรกของวันพุธ หลังจากที่ข้อมูลแสดงว่า เศรษฐกิจสหรัฐชะลอตัวน้อยกว่าคาดในไตรมาส 3  ข้อมูล “บ่งชี้ถึงการขยายตัวที่ต่ำกว่าแนวโน้ม แต่ยังคงค่อนข้างต่อเนื่องและแข็งแกร่งเมื่อพิจารณาจากการปรับตัวของประเทศอื่นๆ” นักวิเคราะห์กล่าว
  • (-) ทำเนียบขาวยัน”ทรัมป์-สี จิ้นผิง”ลงนามข้อตกลงการค้าเดือนหน้า แม้ไม่มีเอเปค  ทำเนียบขาวยืนยันว่า สหรัฐและจีนจะยังคงหาทางบรรลุข้อตกลงการค้าเฟสแรกภายในกรอบเวลาที่กำหนด แม้ว่าชิลียกเลิกการประชุมเอเปกในเดือนหน้าก็ตาม “เราหวังที่จะได้ข้อสรุปต่อการทำข้อตกลงการค้าครั้งประวัติศาสตร์ในเฟสแรกกับจีนภายในกรอบเวลาเดิม” แถลงการณ์ระบุ
  • (-) ดาวโจนส์ปิดบวก 115.27 จุด ขานรับเฟดลดดอกเบี้ยอีก 0.25%  ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดบวกเมื่อคืนนี้ (30 ต.ค.) ขณะที่ดัชนี S&P 500 ปิดที่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์อีกครั้ง ขานรับธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ที่ประกาศลดอัตราดอกเบี้ย 0.25% ในการประชุมเมื่อวานนี้ พร้อมกับส่งสัญญาณพักวงจรการปรับลดดอกเบี้ย ซึ่งทำให้นักลงทุนมองว่า เฟดมีความเชื่อมั่นต่อภาวะเศรษฐกิจมากพอที่จะไม่ต้องปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงอีกในระยะใกล้นี้ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 27,186.69 จุด พุ่งขึ้น 115.27 จุด หรือ +0.43% ขณะที่ดัชนี S&P 500 ปิดที่ 3,046.77 จุด เพิ่มขึ้น 9.88 จุด หรือ +0.33% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 8,303.98 จุด เพิ่มขึ้น 27.13 จุด หรือ +0.33%
  • (-) สหรัฐเผย GDP Q3/62 ชะลอตัวสู่ 1.9% จาก 2.0% ใน Q2/62  กระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยตัวเลขประมาณการครั้งที่ 1 สำหรับการขยายตัวของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ประจำไตรมาส 3/2562 ที่ระดับ 1.9% สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 1.6% โดยได้แรงหนุนจากการใช้จ่ายของผู้บริโภค รวมทั้งการใช้จ่ายในภาครัฐ อย่างไรก็ดี เศรษฐกิจสหรัฐชะลอตัวในไตรมาส 3 เมื่อเทียบกับไตรมาส 2 เนื่องจากการลดลงของการลงทุนในภาคธุรกิจ
  • (+/-) เฟดหั่นดอกเบี้ย 0.25% ตามคาด ขณะส่งสัญญาณพักวงจรปรับลดดอกเบี้ย  คณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงิน (FOMC) ของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) มีมติ 8-2 เสียงปรับลดอัตราดอกเบี้ยระยะสั้น 0.25% สู่ระดับ 1.50-1.75% ในการประชุมเมื่อวานนี้ ตามที่ตลาดการเงินคาดการณ์ไว้ อย่างไรก็ดี เฟดส่งสัญญาณพักวงจรการปรับลดอัตราดอกเบี้ยในขณะนี้ ทั้งนี้ เฟดประกาศปรับลดอัตราดอกเบี้ยเป็นครั้งที่ 3 ในปีนี้ และเป็นการปรับลดอัตราดอกเบี้ยเป็นครั้งที่ 3 ติดต่อกัน นายเอริค โรเซนเกรน ประธานเฟด สาขาบอสตัน และนางเอสเธอร์ จอร์จ ประธานเฟด สาขาแคนซัส ซิตี้ มีมติให้คงอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเมื่อวานนี้ ขณะที่นายเจมส์ บูลลาร์ด ประธานเฟด สาขาเซนต์หลุยส์ กลับมาสนับสนุนให้เฟดลดอัตราดอกเบี้ย 0.25% เมื่อวานนี้ หลังจากที่มีมติให้เฟดลดอัตราดอกเบี้ย 0.50% ในการประชุมเดือนที่แล้ว  แถลงการณ์จากการประชุมครั้งนี้ เฟดได้ถอดประโยคสำคัญออก ซึ่งระบุว่า “เฟดจะดำเนินการอย่างเหมาะสมเพื่อรักษาการขยายตัวทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน” โดยประโยคดังกล่าวได้ปรากฎในแถลงการณ์เฟดนับตั้งแต่การประชุมในเดือนมิ.ย.