จันทร์. พ.ย. 18th, 2019

วิเคราะห์ราคาทองคำ 31 ต.ค.62(ภาคบ่าย) by YLG

โดย  : บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (YLG)

แนวรับ : 1,480 1,464 1,458

แนวต้าน : 1,509 1,518 1,535

ข่าวสารสำคัญเพื่อประกอบการลงทุน (เพิ่มเติมช่วงเย็น)

สรุป  ผลประกอบการไตรมาส 3 ของบริษัทจดทะเบียนในดัชนี S&P500 ของสหรัฐทำผลงานดีกว่าที่คาดเป็นส่วนใหญ่ โดยกว่า 77% ของบริษัท 236 แห่ง ทำกำไรสูงเหนือความคาดหมาย จนสร้างแรงกดดันต่อราคาทองคำ  อย่างไรก็ตามแนะนำติดตามการรายงานข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐเพื่อประเมินว่าสงครามการค้าระหว่างสองประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่ที่สุดของโลกได้ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจสหรัฐมากน้อยแค่ไหน  และการชะลอตัวเกินคาดอาจนำไปสู่ความกังวลเกี่ยวกับภาวะชะลอตัวทั่วโลก  สำหรับวันนี้ติดตามการเปิดเผย ดัชนีราคาการใช้จ่ายด้านการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) รวมไปถึงตัวเลขการจ้างงานของสหรัฐในวันศุกร์นี้  หลังจากพนักงานบริษัท General Motors (GM) ผละงานประท้วง 40 วันซึ่งอาจถ่วงการเติบโตด้านการจ้างงานของสหรัฐ  และใช้ข้อมูลดังกล่าวเป็นปัจจัยเพิ่มเติมเพื่อประเมินการเคลื่อนไหวของราคาทองคำ เบื้องต้นแนะนำว่าควรเน้นการลงทุนระยะสั้น หากราคาทองคำไม่สามารถยืนเหนือบริเวณ 1,509  ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ อาจขายเพื่อลดความเสี่ยง และกลับเข้าซื้ออีกครั้งที่บริเวณ 1,480 ดอลลาร์ต่อออนซ์ เพื่อรอจังหวะดีดตัว แต่หากสามารถรับความเสี่ยงได้สามารถถือทองคำต่อเพื่อไปรอขายที่แนวต้านถัดไป 1,518 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่หากหลุด1,480 ดอลลาร์ต่อออนซ์สถานะซื้อควรตัดขาดทุน

ปัจจัยทางเทคนิค

แนวโน้ม Gold Spot: ราคาทองคำเคลื่อนไหวในกรอบ หากราคาทองคำไม่สามารถทะลุผ่านกรอบบนที่ 1,509 ดอลลาร์ต่อออนซ์ไปได้ อาจเห็นการย่อตัวของราคากลับลงมาบริเวณโซน 1,480 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่หากราคาดีดตัวขึ้นทะลุแนวต้านแรกไปได้มีโอกาสปรับตัวขึ้นทดสอบแนวต้านถัดไปที่ 1,518 ดอลลาร์ต่อออนซ์

กลยุทธ์ Gold Futures:

Long Position ติดตามราคาทองคำบริเวณ 1,509 ดอลลาร์ต่อออนซ์ เพราะหากไม่สามารถผ่านไปได้ให้นักลงทุนขายทำกำไรทันที แต่หากรับความเสี่ยงได้ให้รอดูว่ายืนได้หรือไม่ หากยืนได้ให้รอไปปิดสถานะในบริเวณ 1,518 ดอลลาร์ต่อออนซ์

Short Position ให้จับตาบริเวณแนวรับ 1,480 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หากราคาไม่หลุดแนวดังกล่าวแนะนำให้ปิดสถานะ แต่หากราคาหลุดแนวดังกล่าวให้ชะลอไปปิดสถานะทำกำไรบริเวณแนวรับถัดไป 1,464 ดอลลาร์ต่อออนซ์

Open New พิจารณาบริเวณแนวรับ 1,480 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หากราคาไม่หลุดแนวรับ นักลงทุนสามารถเปิดสถานะซื้อเพื่อเก็งกำไรระยะสั้น โดยมีเป้าหมายทำกำไรบริเวณแนวต้าน 1,509-1,518 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่หากราคาหลุดแนวรับ 1,480 ดอลลาร์ต่อออนซ์ นักลงทุนที่ถือสถานะซื้ออาจปรับสถานการณ์ลงทุนอีกครั้ง

ข่าวสารประกอบการลงทุน

  • (+) สหรัฐสั่งระงับการบินของโดรนที่ไม่ฉุกเฉินที่ผลิตโดยจีนทั้งหมด  วันนี้บริษัทผลิตโดรน DJI ของจีนระบุว่า กระทรวงมหาดไทยของสหรัฐสั่งระงับการบินของโดรนที่ไม่ฉุกเฉินทั้งหมดที่ผลิตโดยจีนหรือผลิตโดยจีนบางส่วนภายใต้การทบทวนโปรแกรมโดรนทั้งหมด  DJI ซึ่งเป็นผู้ผลิตโดรนเชิงพาณิชย์ ซึ่งตั้งอยู่ในเมืองเซินเจิ้น ยืนยันกับสื่อมวลชนว่า กระทรวงมหาดไทยของสหรัฐสั่งระงับการบินโดรนทั้งหมด ยกเว้นโดรนที่ใช้ในปฏิบัติการสำคัญและความปลอดภัยสาธารณะ
  • (+) ดอลลาร์ร่วงหลังเฟดลดดบ.,ชิลียกเลิกจัดประชุมเอเปก  ดอลลาร์ร่วงลงเมื่อเทียบกับตะกร้าสกุลเงินสำคัญต่างๆในวันนี้ โดยพลิกผันจากการบวกขึ้นในช่วงแรก หลังจากที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ลดอัตราดอกเบี้ยเป็นครั้งที่ 3 ของปีนี้ แต่ส่งสัญญาณว่า อาจจะระงับวงจรการลดอัตราดอกเบี้ยอย่างที่คาดไว้ในวงกว้าง  ในการลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 0.25% สู่ช่วงเป้าหมายระหว่าง 1.50-1.75% เฟดยกเลิกการอ้างอิงก่อนหน้านี้ในแถลงการณ์นโยบายที่ว่า เฟด “จะดำเนินการตามความเหมาะสม” ในการรักษาการขยายตัวทางเศรษฐกิจให้ยั่งยืน ซึ่งเป็นถ้อยคำที่ได้รับการพิจารณาว่า เป็นสัญญาณสำหรับการลดอัตราดอกเบี้ยในอนาคต  อย่างไรก็ตาม การขาดสัญญาณที่ชัดเจนจากเฟดที่ว่า เฟดได้เสร็จสิ้นการผ่อนคลายสำหรับขณะนี้ ได้รับการพิจารณาว่า อยู่ในเชิงคุมเข้มน้อยกว่าที่คาด ซึ่งดันดอลลาร์ลง  “แถลงการณ์ใหม่ที่สั้นลงเล็กน้อยพยายามเปิดกว้างต่อทางเลือก แต่ระบุถึงการขึ้นอยู่กับข้อมูล แต่ภาวะต่างๆอาจจะหมายความว่า พวกเขามีทางเลือกน้อยกว่าที่คิด” นักวิเคราะห์กล่าว  ดัชนีดอลลาร์ปรับขึ้นสู่ 98.00 ขณะที่นายเจอโรม พาวเวลล์ ประธานเฟดกล่าวเกี่ยวกับการตัดสินใจดังกล่าว ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่วันที่ 17 ต.ค. ก่อนที่จะร่วงลง ล่าสุดดัชนีปรับลง 0.4% มาที่ 97.29 ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 1 สัปดาห์  ยูโรอยู่ที่ 1.1165 ดอลลาร์ ปรับลง 0.1% ขณะที่ดอลลาร์อยู่ที่ 108.66 เยน ปรับลง 0.2% ในวันนี้      
  • (-) โฆษกทำเนียบขาวเผยสหรัฐยังคาดหวังลงนามข้อตกลงการค้าเฟสแรกกับจีนในเดือนพ.ย.  นายโฮแกน กิดลีย์ โฆษกทำเนียบขาวเปิดเผยว่า สหรัฐยังคงคาดหวังว่าจะสรุปเนื้อหาข้อตกลงการค้าเฟสแรกกับจีนในเดือนพ.ย. ในช่วงที่ผ่านมานั้น บรรดาเจ้าหน้าที่สหรัฐได้เน้นย้ำว่า สหรัฐหวังที่จะลงนามข้อตกลงเฟสแรกกับจีนนอกรอบการประชุมสุดยอดกลุ่มความร่วมมือทางเศรษฐกิจเอเชีย-แปซิฟิก (เอเปค) ที่ประเทศชิลีในเดือนหน้า  นายกิดลีย์ระบุในแถลงการณ์ หลังประธานาธิบดีเซบาสเตียน ปิเญร่า ผู้นำชิลี ประกาศยกเลิกการประชุมเอเปคที่มีกำหนดจัดขึ้นที่เมืองซานติอาโกในเดือนหน้าว่า “เรายังคงหวังที่จะสรุปข้อตกลงข้อตกลงการค้าเฟสแรกกับจีนภายในกรอบเวลาเดิม แม้จนถึงขณะนี้ยังไม่มีการตัดสินใจเรื่องสถานที่จัดประชุมเอเปคก็ตาม”  ด้านกระทรวงพาณิชย์จีนระบุในแถลงการณ์วันนี้ว่า คณะทำงานด้านเศรษฐกิจและการค้าของจีนและสหรัฐยังคงติดต่อกันอย่างใกล้ชิด และมีความคืบหน้าอย่างราบรื่นในการเจรจา  แถลงการณ์ระบุด้วยว่า ทั้งสองฝ่ายจะยังคงเดินหน้าหารือกันต่อไปตามแผน และหัวหน้าคณะเจรจาการค้าของจีนและสหรัฐจะจัดการสนทนาทางโทรศัพท์กันอีกครั้งในวันศุกร์นี้
  • (+/-) รมว.คลังสหรัฐชี้ต้องใช้เวลาสักระยะในการให้จีนซื้อสินค้าเกษตรสหรัฐตามเป้าหมาย  เมื่อวานนี้นายสตีเวน มนูชิน รัฐมนตรีคลังสหรัฐระบุว่า จะต้อง “ใช้เวลาสักระยะสำหรับจีนในการเพิ่ม” การซื้อสินค้าเกษตรสหรัฐ สู่เป้าหมายรายปีที่ 4-5 หมื่นล้านดอลลาร์  นายมนูชินเสริมว่า สหรัฐและจีนหารือการค้าอย่างต่อเนื่องทางโทรศัพท์ แต่ระบุว่า ไม่มีแผนสำหรับการเจรจาแบบพบกันเพิ่มเติมในขณะนี้ ในการให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน นายมนูชินระบุว่า เขายังไม่อยู่ใน “จุดที่จะทำการแนะนำ” ต่อประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐเกี่ยวกับ “การจัดการ” ด้านภาษีต่อสินค้าจีนที่มีกำหนดในกลางเดือนธ.ค.  สหรัฐและจีนมีความคืบหน้าในการบรรลุข้อตกลงการค้า “ระยะที่ 1” ซึ่งสหรัฐหวังว่า จะสรุปและลงนามในเดือนพ.ย. โดยก่อนหน้านี้นายแลร์รีย์ คัดโลว์ ที่ปรึกษาทางเศรษฐกิจทำเนียบขาวส่งสัญญาณว่า สหรัฐอาจระงับแผนเก็บภาษีวันที่ 15 ธ.ค. หากการเจรจาระยะที่ 1 กับจีนจบลงด้วยดี ในขณะเดียวกัน มีรายงานว่า จีนต้องการให้สหรัฐยกเลิกภาษีบางส่วนต่อสินค้าจีน เพื่อให้พันธสัญญาในการซื้อผลิตภัณฑ์เกษตรสหรัฐเพิ่ม