จันทร์. พ.ย. 18th, 2019

วิเคราะห์ราคาทองคำ 31 ต.ค.62(ภาคเช้า) by HGF

โดย  : บริษัท ฮั่วเซ่งเฮง โกลด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด(HGF)

เฟดลดอัตราดอกเบี้ย แต่ส่งสัญญาณยังไม่ลดอัตราดอกเบี้ยในอนาคต

วันนี้ติดตามการประชุมธนาคารกลางญี่ปุ่น

ทองคำคาดว่าจะมีแรงเทขายออกมาในระยะสั้น

  • ราคาทองคำ Spot เมื่อวานปรับขึ้น หลังจากลดลงต่อเนื่องเป็นวันที่ 2 โดยมีปัจจัยบวกจากการประชุมธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) มีมติลดอัตราดอกเบี้ยลง 0.25% สู่ระดับ 1.50-1.75% ซึ่งเป็นการปรับลดอัตราดอกเบี้ยครั้งที่ 3 ในปีนี้ อย่างไรก็ดีประธานเฟดได้ส่งสัญญาณพักวงจรการปรับลดอัตราดอกเบี้ย ส่วนการจ้างงานภาคเอกชน ADP ของสหรัฐเดือนต.ค.เพิ่มขึ้น 125,000 ตำแหน่ง เป็นไปตามที่ตลาดคาด จีดีพีของสหรัฐไตรมาส 3 ขยายตัว 1.9% ชะลอตัวลงจากที่ไตรมาส 2 ขยายตัว 2.0% แต่ดีกว่าตลาดคาดจะขยายตัว 1.6% ทางด้านกองทุน SPDR ขายทองคำ 1.76 ตันมื่อวาน
  • วันนี้ติดตามการประชุมธนาคารกลางญี่ปุ่น ส่วนคืนนี้สหรัฐจะประกาศดัชนีราคา PCE พื้นฐานเดือนก.ย. ตลาดคาดเพิ่มขึ้น 0.1% เมื่อเทียบรายเดือน จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ ตลาดคาดจะเพิ่มขึ้น 3,000 ราย สู่ระดับ  215,000 ราย ดัชนี PMI เขตชิคาโกเดือนต.ค. ตลาดคาดจะเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 48.4
  • ทองคำคาดว่าจะมีแรงเทขายออกมาในระยะสั้น โดยทองคำมีแนวรับสำคัญ 1,480 ดอลลาร์ และแนวรับถัดไป 1,474 ดอลลาร์ ขณะที่มีแนวต้าน 1,500 ดอลลาร์ และ 1,510 ดอลลาร์

ราคาทองคำตลาดโลก

Close chg. Support Resistance
1,495.34 +7.7 1,480/1,474 1,500/1,510

ราคาทองคำแท่ง 96.5%

Close chg. Support Resistance
21,350 -50 21,250/21,200 21,450/21,550

โกลด์ฟิวเจอร์ส

Close chg Support Resistance
21,560 +60 21,360/21,320 21,550/21,650

แนะนำเปิดสถานะซื้อเมื่อราคาทอง Spot ปรับลงมาที่ 1,480 ดอลลาร์ (GF 21,360 บาท) โดยมีจุดขายตัดขาดทุนที่ 1,474 ดอลลาร์ (GF 21,320 บาท)

โกลด์ออนไลน์ฟิวเจอร์

Close chg Support Resistance
1,502.20 +2.80 1,488/1,482 1,508/1,518

แนะนำเปิดสถานะซื้อเมื่อราคา GOZ19 ปรับลงมาที่ 1,488 ดอลลาร์  โดยมีจุดขายตัดขาดทุนที่ 1,482 ดอลลาร์

ค่าเงินบาท

เงินบาทในวันนี้คาดแข็งค่าขึ้นเล็กน้อย เนื่องจากเงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ เนื่องจากเฟดมีมติลดอัตราดอกเบี้ยลง 0.25% สู่ระดับ 1.50-1.75% โดย USD Futures คาดจะมีแนวรับที่ 30.15 และ 30.12 บาท/ดอลลาร์ ขณะที่มีแนวต้านที่  30.20 และ 30.24 บาท/ดอลลาร์

News

ตลาดโลหะมีค่าต่างประเทศ : เงินดอลล์อ่อน หนุนทองปิดบวก 6 ดอลลาร์

          สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดบวกเมื่อคืนที่ผ่านมา (30 ต.ค.) เนื่องจากการอ่อนค่าของสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐช่วยเพิ่มความน่าดึงดูดของสัญญาทองคำ ขณะที่นักลงทุนจับตาผลการประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) โดยตลาดทองคำนิวยอร์กปิดทำการซื้อขายก่อนที่คณะกรรมการเฟดจะแถลงมติการประชุม  สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนธ.ค. เพิ่มขึ้น 6 ดอลลาร์ หรือ 0.4% ปิดที่ 1,496.7 ดอลลาร์/ออนซ์ สัญญาโลหะเงินส่งมอบเดือนธ.ค. เพิ่มขึ้น 3.6 เซนต์ หรือ 0.2% ปิดที่ 17.867 ดอลลาร์/ออนซ์

ตลาดน้ำมันดิบต่างประเทศ : น้ำมัน WTI ปิดลบ 48 เซนต์ วิตกสต็อกน้ำมันดิบสหรัฐพุ่งเกินคาด

          สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดลบเมื่อคืนที่ผ่านมา (30 ต.ค.) หลังจากสำนักงานสารสนเทศด้านการพลังงานของรัฐบาลสหรัฐ (EIA) เปิดเผยสต็อกน้ำมันดิบพุ่งขึ้นมากกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ ซึ่งส่งผลให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับปริมาณน้ำมันดิบที่สูงขึ้นในตลาด ขณะเดียวกันนักลงทุนระมัดระวังการซื้อขายเพื่อรอดูความชัดเจนของการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐและจีน สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนธ.ค. ลดลง 48 เซนต์ หรือ 0.9% ปิดที่ 55.06 ดอลลาร์/บาร์เรล สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ส่งมอบเดือนธ.ค. ลดลง 98 เซนต์ หรือ 1.6% ปิดที่ 60.61 ดอลลาร์/บาร์เรล

ตลาดหุ้นต่างประเทศ : ดาวโจนส์ปิดบวก 115.27 จุด ขานรับเฟดลดดอกเบี้ยอีก 0.25%

          ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดบวกเมื่อคืนที่ผ่านมา (30 ต.ค.) ขณะที่ดัชนี S&P 500 ปิดที่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์อีกครั้ง ขานรับธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ที่ประกาศลดอัตราดอกเบี้ย 0.25% ในการประชุมเมื่อวานนี้ พร้อมกับส่งสัญญาณพักวงจรการปรับลดดอกเบี้ย ซึ่งทำให้นักลงทุนมองว่า เฟดมีความเชื่อมั่นต่อภาวะเศรษฐกิจมากพอที่จะไม่ต้องปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงอีกในระยะใกล้นี้ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 27,186.69 จุด พุ่งขึ้น 115.27 จุด หรือ +0.43% ขณะที่ดัชนี S&P 500 ปิดที่ 3,046.77 จุด เพิ่มขึ้น 9.88 จุด หรือ +0.33%  และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 8,303.98 จุด เพิ่มขึ้น 27.13 จุด หรือ +0.33%

ทูตจีนประจำ UN เตือนสหรัฐวิจารณ์จีนประเด็นชาวอุยกูร์อาจกระทบเจรจาการค้า

          นายจาง จุน เอกอัคราชทูตจีนประจำสหประชาชาติ (UN) เตือนว่า การที่สหรัฐวิพากษ์วิจารณ์จีนเกี่ยวกับชาวอุยกูร์และชนกลุ่มน้อยชาวมุสลิมในมณฑลซินเจียงนั้น ไม่เป็นประโยชน์ต่อการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐและจีนในขณะนี้ โดยคำเตือนดังกล่าวมีขึ้นหลังจากเจ้าหน้าที่สหรัฐและเจ้าหน้าที่จาก 22 ประเทศได้ใช้เวที UN เพื่อผลักดันให้จีนยุติการจับกุมตัวชาวอุยกูร์และชนกลุ่มน้อยชาวมุสลิมในมณฑลซินเจียง  นายจางกล่าวว่า ขณะที่มือหนึ่งสหรัฐกำลังพยายามผลักดันการทำข้อตกลงการค้ากับจีนนั้น อีกมือหนึ่งกลับใช้ประเด็นอื่นๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเด็นสิทธิมนุษยชน เพื่อกล่าวโทษผู้อื่น  นอกจากนี้ นายจางกล่าวว่า ขณะนี้การเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐและจีนกำลังมีความคืบหน้า แต่การที่สหรัฐออกมาวิพากษ์วิจารณ์จีนเช่นนี้ ย่อมไม่เป็นผลดีต่อการเจรจา ที่ผ่านมานั้น จีนได้ถูกประณามอย่างกว้างขวางเกี่ยวกับการจัดตั้งศูนย์คอมเพล็กซ์ในมณฑลซินเจียง โดยอ้างว่าเป็นศูนย์ฝึกฝนวิชาชีพที่ตั้งขึ้นเพื่อขจัดกลุ่มหัวรุนแรงและส่งเสริมให้ประชาชนมีทักษะใหม่ ขณะที่รายงานของ UN ระบุว่า ปัจจุบันมีชาวอุยกูร์และชนกลุ่มน้อยชาวมุสลิมถูกจับกุมตัวอย่างน้อย 1 ล้านคน

พรรคเดโมแครตเผยเนื้อหามติการยื่นถอดถอน “ทรัมป์” เตรียมทำการไต่สวนโดยเปิดเผย

             พรรคเดโมแครตได้เปิดเผยเนื้อหาของมติพรรค ที่มีเป้าหมายเพื่อให้กระบวนการยื่นถอดถอนประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐ ดำเนินไปอย่างเป็นระบบ นายจิม แมคโกฟเวิร์น ประธานคณะกรรมการกฎระเบียบของพรรค เปิดเผยว่า มติดังกล่าวได้วางขั้นตอนสำหรับแผนกข่าวกรองของสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐในการไต่สวนโดยเปิดเผย และเปิดเผยคำให้การของพยาน  สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า ในส่วนของการไต่สวนโดยเปิดเผย มติดังกล่าวได้รวมถึงภาษาที่ยอมให้ประธานและสมาชิกระดับสูงของคณะกรรมการข่าวกรองของพรรคตั้งคำถามพยานได้ถึง 90 นาที และให้คณะกรรมการผู้ช่วยใช้เวลาดังกล่าวในการซักถาม นอกจากนี้ มติดังกล่าวยังยอมให้พรรครีพับลิกันร้องขอคำให้การของพยานและออกหมายศาลได้ แต่หมายศาลดังกล่าวต้องผ่านการเห็นชอบจากพรรคเดโมแครตก่อน ทั้งนี้ คาดว่าจะมีการนำมติดังกล่าวขึ้นโหวตในสภาในวันพฤหัสบดีนี้ ประธานจากคณะกรรมการพรรคเดโมแครต 4 รายกล่าวในแถลงการณ์ร่วมในบ่ายวันอังคารว่า ขั้นต่อไปของการยื่นถอดถอนจะเปลี่ยนจากการพิจารณาแบบปิด ไปเป็นการไต่สวนโดยเปิดเผย และในไม่ช้าชาวอเมริกัน

สหรัฐเตรียมส่งที่ปรึกษาความมั่นคงเข้าร่วมประชุมสุดยอดอาเซียนในนามของ “ทรัมป์”

               ทำเนียบขาวเปิดเผยว่า นายโรเบิร์ต โอไบรอัน ที่ปรึกษาด้านความมั่นคงแห่งชาติของสหรัฐ จะเข้าร่วมการประชุมสุดยอดเอเชียตะวันออก (EAS) ในกรุงเทพฯ สัปดาห์หน้า ซึ่งนับเป็นปีที่ 3 ติดต่อกันที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ไม่ได้เข้าร่วมการประชุมระดับภูมิภาค สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า นับเป็นครั้งแรกที่การประชุม EAS จะไม่มีประธานาธิบดีหรือรัฐมนตรีจากสหรัฐเข้าร่วม นับตั้งแต่ที่สหรัฐเข้ามาเป็นสมาชิกกรอบความร่วมมืออาเซียนอย่างเป็นทางการเมื่อปี 2554 และการตัดสินใจดังกล่าวอาจนำไปสู่การตั้งคำถามถึงพันธสัญญาของปธน.ทรัมป์ที่มีต่อภูมิภาคเอเชีย ท่ามกลางอิทธิพลของจีนที่เพิ่มขึ้นในภูมิภาค