พฤษภาคม 16, 2021

วิเคราะห์ราคาทองคำ 30 เม.ย.64(ภาคเช้า) by YLG

Spread the love

โดย  : บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (YLG)

คำแนะนำ :

เก็งกำไรระยะสั้นจากการแกว่งตัว หากราคาไม่สามารถทะลุแนวต้านด้านบนโซน 1,783-1,797 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ให้ทยอยขายทำกำไร และปิดสถานะขายหากราคายืนเหนือโซน 1,756-1,741 ดอลลาร์ต่อออนซ์

แนวรับ : 1,756 1,741 1,728  แนวต้าน : 1,783 1,797 1,816

จจัยพื้นฐาน :

ราคาทองคำวานนี้ปิดปรับตัวลดลง 9.40 ดอลลาร์ต่อออนซ์  โดยปรับตัวขึ้นก่อนในช่วงเช้าของตลาดเอเชียแตะระดับสูงสุดบริเวณ 1,789.93 ดอลลาร์ต่อออนซ์ก่อนที่จะเผชิญแรงขายต่อเนื่อง  แม้ว่าจะเกิดการดีดตัวกลับในระหว่างวันหลังจากการเปิดเผยประมาณการครั้งที่ 1 สำหรับ GDP ประจำไตรมาส 1/2021 ของสหรัฐที่ขยายตัว 6.4% ในไตรมาส 1 ซึ่งถือว่าต่ำกว่า Bloomberg Consensus ส่วนตัวเลขผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานก็ลดลงน้อยกว่าคาดสู่ระดับ 553,000 รายในสัปดาห์ที่แล้ว  ซึ่งทำให้ทองคำฟื้นตัวขึ้นไปแตะระดับ 1,781.31 ดอลลาร์ต่อออนซ์  อย่างไรก็ดีเกิดแรงขายสลับออกมาอย่างหนัก  เนื่องจากโดยรวมแล้วตัวเลขดังกล่าวยังถือว่าอยู่ในระดับที่แข็งแกร่ง  โดย GDP ไตรมาส 1/2021ยังถือว่าขยายตัวสูงเป็นอันดับ 2 นับตั้งแต่ไตรมาส 3/2003  ส่วนตัวเลขผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานก็ถือเป็นระดับต่ำที่สุดนับตั้งแต่เกิดการแพร่ระบาดของ COVID-19 ในสหรัฐเมื่อเดือนมี.ค.2020  ปัจจัยดังกล่าวทำให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 10 ปีของสหรัฐพุ่งแตะระดับสูงสุดที่ 1.686% จนสร้างแรงกดดันต่อทองคำในฐานะสินทรัพย์ที่ไม่ได้ให้ผลตอบแทนในรูปแบบของดอกเบี้ย  ขณะที่ดัชนีดอลลาร์ฟื้นตัวจากระดับต่ำสุดในรอบ 9 สัปดาห์เช่นกัน  ประกอบกับตลาดหุ้นสหรัฐทะยานขึ้น โดยเฉพาะดัชนี S&P500 ที่ปิดทำนิวไฮนำโดยแรงซื้อหุ้นเฟซบุ๊กหลังเปิดเผยผลประกอบการที่ดีเกินคาดจนสร้างแรงกดดันให้แก่ราคาทองคำเพิ่มเติม  ส่งผลให้ราคาทองคำร่วงลงอย่างหนักจนแตะระดับต่ำสุดในระหว่างวันบริเวณ 1,756.10 ดอลลาร์ต่อออนซ์  ด้านกองทุน SPDR ถือครองทองคำลดลง  -4.66 ตัน  สำหรับวันนี้ติดตามการเปิดเผยดัชนี Core PCE, การใช้จ่ายและรายได้ส่วนบุคคล และดัชนี PMI เขตชิคาโก

จจัยทางเทคนิค :

เมื่อราคาปรับตัวขึ้นอาจมีแรงขายทำกำไรสลับออกมาเพิ่มขึ้น ระยะสั้นราคาทองคำยังมีลุ้นดีดขึ้นทดสอบแนวต้าน แต่หากราคาทองคำไม่สามารถผ่านแนวต้านที่ 1,783-1,797 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้จะทำให้เกิดแรงขายทำกำไรออกมาสลับออกมาและอาจทำให้ราคาปรับตัวลงทดสอบแนวรับที่ 1,756-1,741 ดอลลาร์ต่อออนซ์เพื่อสร้างฐานราคา

กลยุทธ์การลงทุน :

เน้นการซื้อขายระยะสั้น โดยเสี่ยงขายหากราคาไม่สามารถผ่านโซน 1,783-1,797 ดอลลาร์ต่อออนซ์ (ตัดขาดทุนสถานะขายหากราคาผ่าน 1,797 ดอลลาร์ต่อออนซ์) ทั้งนี้อาจทยอยเข้าซื้อคืนหากราคาอ่อนตัวลงไม่หลุดแนวรับ 1,756-1,741 ดอลลาร์ต่อออนซ์

ข่าวสารประกอบการลงทุน :

  • (+) เยอรมนีเผยเงินเฟ้อพุ่ง 2.1% ในเดือนเม.ย. สูงกว่าเป้าหมายของ ECB  สำนักงานสถิติแห่งชาติเยอรมนีเปิดเผยว่า ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อจากการใช้จ่ายของผู้บริโภค พุ่งขึ้น 2.1% ในเดือนเม.ย. จากระดับ 2.0% ในเดือนมี.ค.  นักวิเคราะห์คาดการณ์ก่อนหน้านี้ว่าดัชนี CPI ดีดตัว 2.0% ในเดือนเม.ย.
  • (+) สหรัฐเผยดัชนีการทำสัญญาขายบ้านที่รอปิดการขายปรับตัวขึ้นในเดือนมี.ค.  สมาคมนายหน้าอสังหาริมทรัพย์แห่งชาติของสหรัฐ (NAR) เปิดเผยว่า ดัชนีการทำสัญญาขายบ้านที่รอปิดการขาย (pending home sales) เพิ่มขึ้น 1.9% ในเดือนมี.ค. เมื่อเทียบรายเดือน หลังร่วงลงติดต่อกัน 2 เดือน  นักวิเคราะห์คาดการณ์ก่อนหน้านี้ว่าดัชนีพุ่งขึ้น 5.4% ในเดือนมี.ค.
  • (+) สหรัฐเผยตัวเลขผู้ยื่นขอสวัสดิการว่างงานปรับตัวลงในสัปดาห์ที่แล้ว  กระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยตัวเลขผู้ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรกลดลง 13,000 ราย สู่ระดับ 553,000 รายในสัปดาห์ที่แล้ว ซึ่งเป็นระดับต่ำที่สุดนับตั้งแต่เกิดการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ในสหรัฐเมื่อเดือนมี.ค.2563  อย่างไรก็ดี ถึงแม้ตัวเลขผู้ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรกลดลงในสัปดาห์ที่แล้ว แต่ก็ยังคงสูงกว่าระดับ 230,000 ราย ซึ่งเป็นค่าเฉลี่ยต่อสัปดาห์ในช่วงก่อนเกิดการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ในสหรัฐ
  • (+) สหรัฐเผย GDP Q1/64 พุ่ง 6.4%  กระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยตัวเลขประมาณการครั้งที่ 1 สำหรับผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ประจำไตรมาส 1/2564 โดยระบุว่า เศรษฐกิจสหรัฐขยายตัว 6.4% ในไตรมาส 1 ใกล้เคียงกับที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ในช่วง 6.1-6.5% และเป็นตัวเลขการขยายตัวสูงเป็นอันดับ 2 นับตั้งแต่ไตรมาส 3/2546 หลังจากที่เติบโต 4.3% ในไตรมาส 4/2563
  • (+) ดัชนีความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจยูโรโซนพุ่งเกินคาดในเดือนเม.ย.  คณะกรรมาธิการยุโรป (EC) ซึ่งเป็นองค์กรบริหารของสหภาพยุโรป (EU) ระบุว่า ดัชนีความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจของยูโรโซนพุ่งขึ้นแตะระดับ 110.3 ในเดือนเม.ย. จากระดับ 100.9 ในเดือนมี.ค. และสูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 102.2
  • (-) บอนด์ยีลด์เยอรมนีดีดตัว ขานรับตัวเลขเงินเฟ้อพุ่งเกินคาด  อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลเยอรมนีพุ่งขึ้นในวันนี้ ขานรับการทะยานขึ้นของตัวเลขเงินเฟ้อของเยอรมนีในเดือนเม.ย.  ทั้งนี้ อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลเยอรมนีอายุ 10 ปีดีดตัวขึ้น 0.048% สู่ระดับ -0.181% ในวันนี้ ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนมี.ค.2563 และเป็นการปรับตัวขึ้นมากที่สุดภายในวันเดียวนับตั้งแต่กลางเดือนที่แล้ว
  • (-) “นิวยอร์ก” เตรียมเปิดเมืองเต็มที่ 100% วันที่ 1 ก.ค. ครั้งแรกรอบกว่า 1 ปี  นายบิล เดอ บลาซิโอ นายกเทศมนตรีนครนิวยอร์ก กล่าวว่า นครนิวยอร์กจะกลับมาเปิดอย่างสมบูรณ์ 100% ในวันที่ 1 ก.ค.  การเปิดเมืองดังกล่าวจะถือเป็นครั้งแรกของนครนิวยอร์กในรอบกว่า 1 ปี โดยร้านอาหาร, ร้านทำผม, สถานที่ออกกำลังกาย และสนามกีฬาจะสามารถรับลูกค้าได้เต็มความจุของสถานที่
  • (-) ดาวโจนส์ปิดบวก 239.98 จุด รับข้อมูลศก.สดใส-หุ้นเฟซบุ๊กพุ่งแรง  ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดบวกเมื่อคืนนี้ (29 เม.ย.) ขานรับข้อมูลเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งของสหรัฐ ซึ่งรวมถึงผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ไตรมาส 1 ขณะที่ดัชนี S&P500 ปิดทำนิวไฮ หลังหุ้นเฟซบุ๊กทะยานขึ้นกว่า 7% ขานรับผลประกอบการที่ดีเกินคาด และปัจจัยหนุนหุ้นตัวอื่นๆในกลุ่มเทคโนโลยีด้วย  ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 34,060.36 จุด เพิ่มขึ้น 239.98 จุด หรือ +0.71% ดัชนี S&P500 ปิดที่ 4,211.47 จุด เพิ่มขึ้น 28.29 จุด หรือ +0.68% ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 14,082.55 จุด เพิ่มขึ้น 31.52 จุด หรือ +0.22%
  • (+/-) ดอลล์อ่อนค่าเล็กน้อย หลังนักลงทุนซึมซับข้อมูลศก.สหรัฐ  ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (29 เม.ย.) หลังจากนักลงทุนซึมซับข้อมูลเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งของสหรัฐ ซึ่งรวมถึงผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ไตรมาส 1  ดัชนีดอลลาร์ ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน ขยับลง 0.01% สู่ระดับ 90.6120 เมื่อคืนนี้  ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิส ที่ระดับ 0.9087 ฟรังก์ จากระดับ 0.9100 ฟรังก์ และอ่อนค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์แคนาดา ที่ระดับ 1.2281 ดอลลาร์แคนาดา จากระดับ 1.2316 ดอลลาร์แคนาดา แต่เมื่อเทียบกับเงินเยน ดอลลาร์แข็งค่าขึ้นสู่ระดับ 108.88 เยน จากระดับ 108.68 เยน แต่  ยูโรแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.2126 ดอลลาร์ จากระดับ 1.2123 ดอลลาร์ ขณะที่เงินปอนด์แข็งค่าขึ้นสู่ระดับ 1.3950 ดอลลาร์ จากระดับ 1.3944 ดอลลาร์ ส่วนดอลลาร์ออสเตรเลียอ่อนค่าลงแตะที่ระดับ 0.7776 ดอลลาร์สหรัฐ จากระดับ 0.7793 ดอลลาร์สหรัฐ

%d bloggers like this: