ข้ามไปยังทูลบาร์
พฤศจิกายน 27, 2020

วิเคราะห์ราคาทองคำ 30 เม.ย.63 (ภาคบ่าย) by YLG

Spread the love

โดย  : บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (YLG)

แนวรับ : 1,700 1,685 1,671

แนวต้าน : 1,723 1,736 1,747

ข่าวสารสำคัญเพื่อประกอบการลงทุน (เพิ่มเติมช่วงเย็น)

สรุป  การเปิดเศรษฐกิจบางส่วนของประเทศต่างๆเมื่อการติดเชื้อโควิด-19 ชะลอตัว และมาตรการกระตุ้นต่างๆ รวมถึงการที่คณะกรรมการกรมการเมืองพรรคคอมมิวนิสต์จีน ระบุว่า จีนจะออกมาตรการต่างๆ ซึ่งรวมถึง นโยบายภาษี, สินเชื่อ และการค้าต่างประเทศ เพื่อสนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจในมณฑลหูเป่ย แนวโน้มดังกล่าว กระตุ้นการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยง ส่งผลให้ตลาดหุ้นจีน และตลาดหุ้นในหลายประเทศปรับตัวสูงขึ้น จนสร้างแรงขายกดดันสินทรัพย์ปลอดภัยอย่างเช่นทองคำ ทั้งนี้ แนวโน้มดัชนีหลักทั้ง 3 ของตลาดหุ้นวอลล์สตรีทเคลื่อนตัวขึ้นเข้าใกล้ระดับสูงสุดตลอดกาลในเดือนก.พ.  ส่วนดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตพุ่งขึ้น 4% และดัชนี CSI300 ทะยานขึ้น 6.1% ในเดือนเมษายน ทำให้ดัชนีทั้ง 2 ของจีนปรับขึ้นรายเดือนสูงสุดนับตั้งแต่เดือนธ.ค.ที่ผ่านมา เบื้องต้นแนะนำติดตามผลการประชุมของธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) ในคืนนี้ มีกระแสคาดการณ์ในวงกว้างว่าอีซีบีอาจส่งสัญญาณหรือประกาศผ่อนคลายเพิ่มเติมในเชิงรุก สำหรับการลงทุนแนะนำหากราคาทองคำไม่สามารถยืนเหนือบริเวณ 1,721-1,723 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ อาจขายเพื่อลดความเสี่ยง โดยพิจารณาเข้าซื้ออีกครั้งหากราคาไม่ต่ำกว่าแนวรับโซน 1,700-1,685 ดอลลาร์ต่อออนซ์ เพื่อรอจังหวะราคาดีดตัวแล้วทำกำไรระสั้น ทั้งนี้ ตลาด TFEX ของไทยปิดทำการหลายวัน ตั้งแต่วันศุกร์(วันแรงงานแห่งชาติ) และ วันจันทร์(วันฉัตรมงคล) ก่อนจะเปิดทำการในวันอังคาร ซึ่งนักลงทุนควรวางแผนการลงทุนอย่างรอบคอบเนื่องจากตลาดต่างประเทศยังเปิดทำการส่งผลให้เกิดความเสี่ยง

แนวโน้ม Gold Spot: หากราคาทองคำไม่สามารถยืนเหนือโซน 1,721-1,723 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ ทำให้เกิดการอ่อนตัวลงของราคา โดยประเมินแนวรับบริเวณที่ 1,700 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หากสามารถยืนเหนือโซนแนวรับดังกล่าวได้ก็จะเห็นการดีดตัวขึ้น แต่หากไม่สามารถยืนเหนือแนวรับดังกล่าวได้ราคามีโอกาสขยับลงทดสอบแนวรับถัดไปบริเวณ 1,685 ดอลลาร์ต่อออนซ์

กลยุทธ์ Gold Futures:

Long Position ทยอยขายทำกำไรบริเวณ 1,721-1,723 ดอลลาร์ต่อออนซ์ เพื่อลดความเสี่ยง แต่หากรับความเสี่ยงได้มากให้รอดูบริเวณดังกล่าวหากสามารถยืนได้ให้รอไปปิดสถานะในบริเวณ 1,736 ดอลลาร์ต่อออนซ์

Short Position ปิดสถานะบางส่วนหากราคายังสามารถยืนเหนือแนวรับ 1,700 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่หากราคาหลุดโซนดังกล่าวสามารถรอทำกำไรบริเวณ แนวรับถัดไปที่ 1,685 ดอลลาร์ต่อออนซ์

Open New จับตาบริเวณ 1,721-1,723 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หากราคาไม่สามารถขึ้นไปยืนเหนือแนวดังกล่าวได้ อาจเปิดสถานะขายโดยมีเป้าหมายทำกำไรระยะสั้นที่บริเวณ 1,700 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่หากหลุดและรับความเสี่ยงได้มากอาจชะลอการทำกำไรออกไปที่แนวรับบริเวณ 1,685 ดอลลาร์ต่อออนซ์

ข่าวสารประกอบการลงทุน

  • (+) อุปสงค์ทองปรับขึ้นใน Q1 ท่ามกลางการระบาดของโควิด-19   วันนี้สภาทองคำโลกระบุในรายงานว่า อุปสงค์สำหรับทองเพิ่มขึ้น 1% เมื่อเทียบรายปี สู่ 1,083.8 ตันในไตรมาสแรกของปีงบการเงินนี้ ขณะที่นักลงทุนหันเข้าสู่สินทรัพย์ปลอดภัยจากความไม่แน่นอนเพราะการระบาดของโควิด-19 ซึ่งเมื่อแปลงเป็นมูลค่า อุปสงค์ทองทั่วโลกแตะ 5.5 หมื่นล้านดอลลาร์ ซึ่งเป็นไตรมาสที่แข็งแกร่งที่สุดนับตั้งแต่ไตรมาส 2 ในปี 2013   ทองคำสำรองทั่วโลกทะยานขึ้น 145 ตันในไตรมาสแรก เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า อย่างไรก็ตาม สภาทองคำโลกคาดการณ์ถึง “การชะลอตัวอย่างมากในการซื้อในอนาคตหลังรัสเซียประกาศว่าจะระงับโครงการซื้อระยะยาวตั้งแต่เดือนเม.ย.”   ในขณะเดียวกัน การไหลเข้ากองทุน ETF ทองอยู่ที่ระดับสูงที่ 298 ตัน ซึ่งทำให้การถือครองทั่วโลกในผลิตภัณฑ์นี้เพิ่มสู่ระดับสูงสุดครั้งใหม่ตลอดกาลที่ 3,185 ตัน ส่วนอุปสงค์สำหรับอัญมณีลดลง 39% เมื่อเทียบรายปี สู่ 325.8 ตัน ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์  ทองซื้อขายลดลง 0.06% ในสกุลดอลลาร์ โดยขายที่ 1,711.88  ดอลลาร์/ออนซ์ ณ เวลา 12.29 น.ตามเวลาไทย
  • (+) ผอ.สถาบันโรคภูมิแพ้สหรัฐเตือนการระบาดของโควิด-19 ระลอก 2 หลีกเลี่ยงไม่ได้  เมื่อวานนี้ดร.แอนโธนี เฟาซี ผู้อำนวยการสถาบันโรคภูมิแพ้และโรคติดเชื้อแห่งชาติสหรัฐ (NIAID) ระบุว่า การระบาดของโควิด-19 ระลอก 2 เป็น “สิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้” และย้ำว่า สหรัฐต้องเตรียมการสำหรับเรื่องดังกล่าวเพื่อหลีกเลี่ยงผลที่รุนแรง  เขาระบุว่า “เป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ว่า โควิด-19 จะหวนคืนมาในฤดูกาลหน้า เมื่อเป็นเช่นนั้น วิธีการรับมือของเราจะกำหนดชะตากรรมของเรา”   เขาย้ำว่า สหรัฐ “กำลังอยู่ในทิศทางที่ถูกต้อง” และสหรัฐอาจดำเนินการได้ดีในระลอก 2 ตราบเท่าที่สหรัฐเตรียมมาตรการรับมือทันเวลา หากเราทำสิ่งนั้นไม่สำเร็จ เราอาจเผชิญทั้งฤดูใบไม้ร่วงและฤดูหนาวที่เลวร้าย
  • (-) จนท.สหรัฐระบุจีนมุ่งมั่นปฏิบัติตามพันธสัญญาข้อตกลงการค้าระยะที่ 1 แม้เกิดโรคระบาด  เมื่อวานนี้เจ้าหน้าที่ด้านการค้าระดับสูงของสหรัฐระบุว่า จีนยังคง “มุ่งมั่นอย่างมาก” ในการปฏิบัติตามพันธสัญญาที่จีนให้ไว้ภายใต้ข้อตกลงการค้าระยะที่ 1 กับสหรัฐ แม้เกิดผลกระทบทางเศรษฐกิจและสุขภาพที่ไม่เคยมีมาก่อนจากการระบาดของโควิด-19   เจ้าหน้าที่รายดังกล่าวกล่าวต่อผู้สื่อข่าวว่า เจ้าหน้าที่สหรัฐหารือเป็นปกติและเกือบทุกวันเกี่ยวกับการบังคับใช้ข้อตกลงการค้าและเพื่อรับประกันว่า จีนปฏิบัติตามข้อตกลงในการซื้อสินค้าและบริการของสหรัฐ  สำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐคงจีนในรายการเฝ้าระวังสำคัญสำหรับความกังวลเกี่ยวกับการปกป้องทรัพย์สินทางปัญญา (IP) และจับตาอย่างใกล้ชิดเพื่อดูว่า จีนทำการเปลี่ยนแปลงตามที่ตกลงภายใต้ข้อตกลงการค้าและเปิดตลาดสำหรับการลงทุนต่างชาติอย่างต่อเนื่องหรือไม่
  • (-) ยอดค้าปลีกมี.ค.ของเยอรมนีปรับลงในอัตราเร็วที่สุดนับแต่ม.ค.2007 จากการล็อกดาวน์  ข้อมูลแสดงวันนี้ว่า ยอดค้าปลีกรายเดือนของเยอรมนีปรับลดลงในเดือนมี.ค.ที่อัตราเร็วที่สุดนับตั้งแต่เดือนม.ค.ปี 2007 ในขณะที่ร้านค้ายังคงปิดทำการภายใต้การปิดเมืองเพื่อชะลอการระบาดของโควิด-19 ในเยอรมนี ซึ่งเป็นประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่ที่สุดของยุโรป  ข้อมูลจากสำนักงานสถิติแสดงว่า ยอดค้าปลีกลดลง 5.6% ต่อเดือนในเดือนมี.ค. ซึ่งอย่างไรก็ตาม ปรับลงน้อยกว่าคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ถึงการลดลง 7.3% ยอดค้าปลีกปรับลง 2.8% เมื่อเทียบรายปี  ยอดค้าปลีกทะยานขึ้นเมื่อเดือนก่อนหน้า เนื่องจากภาคครัวเรือนกักตุนสินค้าก่อนปิดเมือง 
  • (+/-) บิตคอยน์ทะยานขึ้น 18.5% หนุนมูลค่าตลาดคริปโตพุ่งกว่า 3.5 หมื่นล้านดอลลาร์ใน 24 ชม.  มูลค่าตลาดของสกุลเงินดิจิทัลพุ่งขึ้น 3.53 หมื่นล้านดอลลาร์ในช่วงเวลา 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา นำโดยบิตคอยน์ที่ทะยานขึ้น 18.57% แตะที่ 9,388.30 ดอลลาร์ ซึ่งเป็นระดับสูงสุดตั้งแต่วันที่ 7 มี.ค.  นักวิเคราะห์ในแวดวงสกุลเงินดิจิทัลมองว่า การที่บิตคอยน์พุ่งนำตลาดนั้นมาจาก 2 ปัจจัยด้วยกัน คือการที่ธนาคารกลางทั่วโลกออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพื่อลดผลกระทบจากโควิด-19 และการเกิดภาวะ bitcoin halving ซึ่งมีการคาดการณ์ว่าจะเกิดขึ้นในเดือนพ.ค.  ทั้งนี้ bitcoin halving คือการที่ระบบของบิทคอยน์ จะทำการลดจำนวนเหรียญที่เกิดใหม่ของบิทคอยน์ลงครึ่งหนึ่งในทุก ๆ 4 ปี