วิเคราะห์ราคาทองคำ 30 ส.ค.62(ภาคบ่าย) by YLG

โดย  : บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (YLG)

แนวรับ : 1,517 1,508 1,500

แนวต้าน : 1,534 1,543 1,555

ข่าวสารสำคัญเพื่อประกอบการลงทุน (เพิ่มเติมช่วงเย็น)

สรุป จีนหวังว่าสหรัฐจะยกเลิกแผนการขึ้นภาษีในวันอาทิตย์ที่ 1 ก.ย. เพื่อหลีกเลี่ยงการทวีความร้อนแรงของสงครามการค้า ซึ่งสหรัฐมีกำหนดเริ่มเก็บภาษี 15% ต่อสินค้าจากจีนมูลค่า 1.25 แสนล้านดอลลาร์ ซึ่งจะกระทบสินค้าอุปโภคบริโภคจำนวนมาก ก่อนหน้านี้ ปธน.โดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวว่า มีการหารือบางส่วนก่อนกำหนดเส้นตายการเก็บภาษีเพิ่มเติมของสหรัฐในวันดังกล่าว และ รมว.พาณิชย์จีนกล่าวว่า ความเป็นไปได้ของความคืบหน้าในการเจรจาการค้าในเดือน ก.ย. ขึ้นอยู่กับว่า สหรัฐจะสามารถสร้างสภาวะที่เอื้ออำนวยหรือไม่ นอกจากนี้ เขายังหวังว่า สหรัฐจะยกเลิกการขึ้นภาษีที่มีกำหนดมีผลบังคับใช้ในวันที่ 1 ก.ย. เช่นกัน ทั้งนี้ ความคืบหน้าประเด็นความขัดแย้งทางการค้าสหรัฐ-จีน เป็นสิ่งที่นักลงทุนกำลังจับตา เบื้องต้นประเมินว่าหากราคาทรงตัวรักษาระดับได้ราคาน่าจะพยายามไต่ไปทดสอบแนวต้านโซน 1,534 ดอลลาร์ต่อออนซ์ อย่างไรก็ตามอาจมีแรงขายออกมาเมื่อราคาไม่สามารถยืนเหนือแนวต้านได้ จึงแนะนำให้ขายทองคำออกมาเพื่อรอเข้าซื้ออีกครั้ง หลังจากราคาทองคำอ่อนตัวลง โดยประเมินแนวรับเอาไว้ที่ 1,517-1,508 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่หากราคาผ่านแนวต้านแรกได้ ราคามีโอกาสดีดตัวขึ้นต่อเพื่อทดสอบแนวต้านถัดไปในโซน 1,543 ดอลลาร์ต่อออนซ์

ปัจจัยทางเทคนิค

แนวโน้ม Gold Spot: หากราคาอ่อนตัวลงไม่มากหรือสามารถทรงตัวรักษาระดับไว้ได้ ราคาอาจมีโอกาสขึ้นทดสอบแนวต้าน 1,534-1,543 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่โซนดังกล่าวอาจต้องระมัดระวังการขายทำกำไร อย่างไรก็ตามหากไม่ผ่านบริเวณแนวต้านแรก 1,534 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ราคาก็น่าจะปรับตัวลงสู่แนวรับ 1,517-1,508 ดอลลาร์ต่อออนซ์

กลยุทธ์ Gold Futures:

Long Position  เมื่อราคาทองคำเข้าใกล้แนวต้าน 1,534 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ถ้าผ่านไปไม่ได้ให้ขายทำกำไร แต่ถ้าผ่านไปได้ให้เลื่อนไปขายที่แนวต้านถัดไป 1,543 ดอลลาร์ต่อออนซ์

Short Position  ถ้าราคาไม่ผ่านแนวต้านแรก 1,534 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ให้รอปิดสถานะทำกำไรเมื่อราคาย่อลงมาที่แนวรับ 1,517-1,508 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่หากราคายืนเหนือ 1,543 ดอลลาร์ต่อออนซ์ อาจต้องปิดสถานะเพื่อลดความเสี่ยงลง

Open New หาโอกาสขายทำกำไรที่แนวต้าน 1,534-1,543 ดอลลาร์ต่อออนซ์ เพื่อรอซื้อเมื่อราคาทองคำอ่อนตัวลงมายืนเหนือแนวรับ 1,517-1,508 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ขณะเดียวกันให้ใช้แนวรับ 1,508 ดอลลาร์ต่อออนซ์เป็นจุดตัดขาดทุนสถานะซื้อ

ข่าวสารประกอบการลงทุน

  • (+) สงครามการค้ากระทบแนวโน้มการทำธุรกิจของบริษัทสหรัฐในจีน  ผลสำรวจที่เผยแพร่เมื่อวานนี้โดยสภาธุรกิจสหรัฐ-จีน (USCBC) พบว่า บริษัทสหรัฐที่ทำธุรกิจในจีนยังคงมีกำไรที่นั่น แต่ 81% ระบุว่า ความตึงเครียดทางการค้าที่ทวีความร้อนแรงระหว่างทั้ง 2 ประเทศ กระทบต่อการดำเนินธุรกิจของพวกเขา  กลุ่มดังกล่าว ซึ่งเป็นตัวแทนของบริษัทสหรัฐกว่า 220 แห่งตั้งแต่บริษัท Boeing Co ไปจนถึง Archer Daniels Midland และ Hewlett Packard ระบุว่า ตัวเลขดังกล่าวปรับขึ้น 8% จากปี 2018  นายเครก อัลเลน ประธาน USCBC ซึ่งเป็นอดีตเจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐบาลสหรัฐและผู้เชี่ยวชาญด้านจีน เรียกร้องให้สหรัฐและจีนกลับสู่โต๊ะเจรจาเพื่อยุติความขัดแย้งทางภาษีและยับยั้งความเสียหายระยะยาวต่อความสัมพันธ์ระดับทวิภาคี ภาษีรอบต่อไปของสหรัฐและจีนจะมีกำหนดบังคับใช้วันอาทิตย์ในสงครามการค้า ซึ่งกระทบตลาดต่างๆทั่วโลกและเพิ่มคาดการณ์เกี่ยวกับเศรษฐกิจโลกถดถอย  บริษัทสหรัฐเกือบครึ่งหนึ่งที่สำรวจรายงานถึงการสูญเสียยอดขายและส่วนแบ่งตลาด อันเป็นผลจากภาษีที่เรียกเก็บโดยสหรัฐและจีน นอกจากนี้ บริษัทหลายแห่งยังระบุถึงความกังวลเกี่ยวกับความสามารถของทางบริษัทในการแข่งขันในจีน เมื่อพิจารณาถึงความได้เปรียบที่จีนเสนอให้กับบริษัทภายในประเทศ และปัญหาด้านการขอใบอนุญาต, การลงทุน และอุปสรรคด้านการจัดการที่บริษัทต่างชาติเผชิญ
  • (+) หยวนอ่อนค่าขณะมีแนวโน้มร่วงรายเดือนครั้งใหญ่ที่สุดนับแต่ปี 1994  เงินหยวนของจีนปรับลงอีกครั้ง เมื่อเทียบกับดอลลาร์ในวันนี้ และมีแนวโน้มทำผลงานรายเดือนอ่อนแอที่สุดนับตั้งแต่การปฏิรูปค่าเงินของจีนในปี 1994 จากความตึงเครียดทางการค้ากับสหรัฐและภาวะชะลอตัวของเศรษฐกิจภายในประเทศ  ในเดือนส.ค. หยวนร่วงกว่า 3.7% เมื่อเทียบกับดอลลาร์ เมื่อวานนี้หยวนสปอตยุติการอ่อนค่าลง 10 วัน ซึ่งยาวนานที่สุดนับตั้งแต่เดือนธ.ค.ปี 2015 ในขณะที่จีนและสหรัฐส่งสัญญาณว่า พวกเขาได้หารือเรื่องการเจรจาแบบพบกันที่กำลังจะมาถึงในเดือนก.ย. ซึ่งสร้างความหวังเกี่ยวกับการยุติสงครามการค้าที่สร้างความเสียหาย  แต่ในช่วงเช้าวันนี้ เงินหยวนออนชอร์ร่วงหลังเปิดที่ 7.1495 หยวนต่อดอลลาร์และซื้อขายที่ 7.1511 หยวนในช่วงเที่ยง ซึ่งลดลง 0.0081 หยวนจากระดับปิดเมื่อวานนี้
  • (+) เฟดเผยยอดการถือครองตราสารหนี้รัฐบาลสหรัฐเพิ่มขึ้นในสัปดาห์ล่าสุด  ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) เปิดเผยข้อมูลว่า เฟดได้เพิ่มการถือครองตราสารหนี้รัฐบาลสหรัฐ โดยในสัปดาห์ที่สิ้นสุดวันที่ 28 ส.ค. เฟดถือครองตราสารหนี้รัฐบาลสหรัฐโดยเฉลี่ยต่อวันเพิ่มขึ้น 5,410  ล้านดอลลาร์ สู่ระดับ 2,091,269 ล้านดอลลาร์  เฟดระบุว่า ตราสารหนี้รัฐบาลสหรัฐส่วนใหญ่ที่เฟดถือครองนั้นเป็นตราสารหนี้ระยะยาวที่ออกโดยรัฐบาลสหรัฐ เช่น ตั๋วเงินคลังและพันธบัตรรัฐบาล ซึ่งมีมูลค่ารวม 1,947,943 ล้านดอลลาร์  ทั้งนี้ เฟดได้ซื้อหลักทรัพย์ที่ออกโดยรัฐบาล และหลักทรัพย์อื่นๆ อาทิ หลักทรัพย์ที่ค้ำประกันโดยการจำนอง (MBS) จากตลาด เพื่อเพิ่มปริมาณเงินหมุนเวียน และกระตุ้นให้มีการปล่อยสินเชื่อและการลงทุนหลังเกิดวิกฤตการเงินในปี 2551  สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า มาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณซึ่งเป็นนโยบายการเงินพิเศษนั้น ทำให้เฟดต้องถือครองหลักทรัพย์และ MBS ปริมาณมาก เพื่อเพิ่มสภาพคล่องมากขึ้นให้กับตลาดการเงินสหรัฐในการรับมือกับวิกฤตการเงิน  ขณะเดียวกัน เฟดเปิดเผยว่า ได้ลดมูลค่าการถือครอง MBS ลงโดยเฉลี่ยต่อวัน 9,007 ล้านดอลลาร์ สู่ 1,495,931 ล้านดอลลาร์ในสัปดาห์ที่สิ้นสุดวันที่ 28 ส.ค.
  • (-) ยอดค้าปลีกของเยอรมนีลดลงมากกว่าคาดในเดือนก.ค.  ยอดขายที่ร้านค้าในเยอรมนีปรับลงมากกว่าที่คาดในเดือนก.ค. โดยลูกค้าซื้อน้อยกว่าเดือนก่อนหน้ากว่า 2.2% ซึ่งเป็นสัญญาณล่าสุดว่า เศรษฐกิจเยอรมัน ซึ่งมีขนาดใหญ่ที่สุดของยุโรป กำลังสูญเสียแรงผลักดัน  ในขณะที่การเติบโตเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้ายังคงแข็งแกร่งที่ 4.4% การปรับลงเมื่อเทียบรายเดือนต่ำกว่าการลดลง 1% ที่นักวิเคราะห์คาดการณ์เอาไว้  เทียบกับปีก่อนหน้า ยอดขายผ่านอินเตอร์เน็ตและอีเมลเติบโตมากที่สุด ซึ่งทะยานขึ้น 8.4% ในอัตราที่แท้จริง”