ข้ามไปยังทูลบาร์
กันยายน 22, 2020

วิเคราะห์ราคาทองคำ 30 มี.ค.63(ภาคเช้า) by YLG

Spread the love

โดย  : บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (YLG)

คำแนะนำ :

ชะลอการซื้อหากราคาหลุดโซน 1,594-1,585 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ขณะที่หากมีการดีดตัวขึ้นไปยังคงแนะนำเปิดสถานะขายในโซน 1,637-1,646 ดอลลาร์ต่อออนซ์

แนวรับ : 1,585 1,554 1,523 แนวต้าน : 1,646 1,671 1,689

จจัยพื้นฐาน :

ราคาทองคำวันศุกร์ที่ผ่านมาปิดปรับตัวลดลง 5.69 ดอลลาร์ต่อออนซ์   โดยได้รับแรงกดดันจากแรงขายทำกำไร  อย่างไรก็ตาม  การปรับตัวลดลงของราคาเป็นไปอย่างจำกัด  ขณะที่ราคาทองคำยืนเหนือ 1,600 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้อย่างต่อเนื่อง  โดยได้รับแรงหนุนจากการดัชนีดอลลาร์อ่อนค่าลงอย่างหนักในสัปดาห์ที่ผ่านมา  อันเนื่องมาจากความพยายามของธนาคารกลางสหรัฐ(เฟด)ในการดำเนินการเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจจากผลกระทบของการแพร่ระบาดของ COVID-19 ทำให้สัปดาห์ที่ผ่านมางบดุลของเฟดพุ่งกว่า 5 แสนล้านดอลลาร์ จนทะลุ 5 ล้านล้านดอลลาร์เป็นครั้งแรก  จากการเข้าซื้อสินทรัพย์ประเภทต่างๆ รวมไปถึงปล่อยกู้ให้ธนาคารพาณิชย์ กองทุนรวมและธนาคารกลางอื่นๆ ประกอบกับดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคจากม.มิชิแกนร่วงลงเกินคาดสู่ระดับ 89.1 ในเดือนมี.ค. แตะระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนต.ค.2016  นอกจากนี้สกุลเงินดอลลาร์ยังได้รับแรงหนุนเพิ่มหลัง WHO เตือนสหรัฐอาจกลายเป็นศูนย์กลางการระบาดของ COVID-19 แทนจีนและอิตาลีในไม่ช้า เนื่องจากตัวเลขผู้ติดเชื้อพุ่งสูงขึ้นอย่างก้าวกระโดดทะลุ  142,106 ราย  จึงเป็นปัจจัยสกุลเงินดอลลาร์เพิ่มเติมจนช่วยสกัดช่วงติดลบของราคาทองคำ  ด้านถือครองทองเพิ่มในวันศุกร์ +11.12 ตัน  สำหรับวันนี้ติดตามการเปิดเผยยอดทำสัญญาขายบ้านที่รอปิดการขายของสหรัฐ

จจัยทางเทคนิค :

แม้ว่าราคาจะแกว่งตัวออกด้านข้างและทรงตัวในระดับสูง แต่แรงขายยังคงกดดันอย่างต่อเนื่องหลังการดีดตัวของราคายังไม่สามารถยืนเหนือแนวต้านระดับ 1,637-1,646 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ได้ อาจทำให้เกิดแรงขายกดดันให้ปรับตัวลงสู่ระดับ 1,594-1,585 ดอลลาร์ต่อออนซ์เช่นเดิม เบื้องต้นประเมินว่าราคายังเคลื่อนไหวในกรอบในลักษณะแกว่งตัวออกด้านข้างต่อไป

กลยุทธ์การลงทุน :

สามารถเก็งกำไรระยะสั้นได้ โดยแนะนำให้นักลงทุนรอจังหวะเปิดสถานะขาย หากราคาดีดตัวขึ้นไปทดสอบบริเวณแนวต้าน 1,637-1,646 ดอลลาร์ต่อออนซ์ (สถานะขายตัดขาดทุน 1,671 ดอลลาร์ต่อออนซ์) แล้วรอราคาย่อตัวลงมาและซื้อคืนหากราคาไม่หลุดแนวรับ 1,594-1,585 ดอลลาร์ต่อออนซ์

ข่าวสารประกอบการลงทุน :

  • (+) เกาหลีเหนือยิงขีปนาวุธพิสัยใกล้ 2 ลูกสู่ทะเลญี่ปุ่น  รัฐบาลญี่ปุ่นและกองทัพเกาหลีใต้รายงานในวันนี้ว่า เกาหลีเหนือได้ยิงขีปนาวุธพิสัยใกล้จำนวน 2 ลูกสู่ทะเลญี่ปุ่น  ญี่ปุ่นรายงานว่าขีปนาวุธทั้ง 2 ลูกถูกยิงจากชายฝั่งตะวันออกของเกาหลีเหนือ มุ่งหน้าไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือราว 250 กิโลเมตร ก่อนตกลงสู่ทะเลญี่ปุ่น  สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า เมื่อวันที่ 21 มี.ค. เกาหลีเหนือเพิ่งยิงขีปนาวุธพิสัยใกล้ 2 ลูกจากจังหวัดพย็องอันเหนือไปยังทะเลญี่ปุ่น  นายทาโร่ โคโนะ รัฐมนตรีกระทรวงกลาโหมญี่ปุ่น กล่าวว่า “เราจะทำการวิเคราะห์อย่างละเอียดว่า เพราะเหตุใดเกาหลีเหนือจึงกระทำการท้าทายประชาคมโลกบ่อยครั้งเช่นนี้”
  • (+) ผลสำรวจม.มิชิแกนชี้ความเชื่อมั่นผู้บริโภคสหรัฐต่ำสุดรอบกว่า 3 ปีจากพิษโควิด-19  ผลสำรวจของมหาวิทยาลัยมิชิแกนระบุว่า ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคสหรัฐร่วงลงสู่ระดับ 89.1 ในเดือนมี.ค. ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนต.ค.2559 และต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 90.0 จากระดับ 101 ในเดือนก.พ.  นอกจากนี้ ดัชนีความเชื่อมั่นทำสถิติทรุดตัวลงในเดือนมี.ค.มากที่สุดเป็นอันดับ 4 ในรอบเกือบ 50 ปี
  • (+) ดอลล์อ่อนเทียบสกุลเงินหลัก หลังสภาผู้แทนฯสหรัฐไฟเขียวมาตรการเยียวยาผลกระทบโควิด-19  ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (27 มี.ค.) หลังจากที่สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐลงมติอนุมัติร่างกฎหมายว่าด้วยมาตรการเยียวยาผลกระทบทางเศรษฐกิจจากไวรัสโควิด-19 วงเงิน 2.2 ล้านล้านดอลลาร์ซึ่งได้รับการอนุมัติจากวุฒิสภาก่อนหน้านี้ และหลังจากตลาดปิดทำการ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์แห่งสหรัฐก็ได้ลงนามบังคับใช้มาตรการดังกล่าวเป็นกฎหมายแล้ว  ดัชนีดอลลาร์ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน ลดลง 0.99% สู่ระดับ 98.3895 เมื่อคืนนี้  ดอลลาร์อ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับเงินเยน ที่ระดับ 107.80 เยน จากระดับ 109.23 เยน, อ่อนค่าเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิส ที่ระดับ 0.9534 ฟรังก์ จากระดับ 0.9622 ฟรังก์ และอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์แคนาดา ที่ระดับ 1.3943 ดอลลาร์แคนาดา จากระดับ 1.4029 ดอลลาร์แคนาดา  ยูโรแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์ ที่ระดับ 1.1114 ดอลลาร์ จากระดับ 1.1040 ดอลลาร์, เงินปอนด์แข็งค่าขึ้นแตะที่ระดับ 1.2472 ปอนด์ จากระดับ 1.2151 ดอลลาร์ และดอลลาร์ออสเตรเลียแข็งค่าขึ้นสู่ระดับ 0.6189 ดอลลาร์สหรัฐ จากระดับ 0.6080 ดอลลาร์สหรัฐ
  • (+/-) ดาวโจนส์ปิดร่วง 915.39 จุด เหตุนลท.วิตกผู้ติดเชื้อโควิด-19 ในสหรัฐพุ่งแซงหน้าจีน  ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดร่วงลงเมื่อคืนนี้ (27 มี.ค.) หลังจากพุ่งขึ้น 3 วันติดต่อกัน โดยนักลงทุนเทขายหุ้นออกมาอีกครั้ง ท่ามกลางความวิตกเกี่ยวกับภาวะเศรษฐกิจของสหรัฐ และจำนวนผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ในสหรัฐที่เพิ่มขึ้นแซงหน้าจีน ขณะที่ตลาดแทบไม่ได้แรงหนุน แม้สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐอนุมัติมาตรการเยียวยาผลกระทบทางเศรษฐกิจวงเงิน 2.2 ล้านล้านดอลลาร์ ซึ่งเป็นวงเงินสูงเป็นประวัติการณ์ของสหรัฐแล้วก็ตาม  ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 21,636.78 จุด ร่วงลง 915.39 จุด หรือ -4.06%, ดัชนี S&P500 ปิดที่ 2,541.47 จุด ร่วงลง 88.60 จุด หรือ -3.37% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 7,502.38 จุด ร่วงลง 295.16 จุด หรือ -3.79%
  • (+/-) “ทรัมป์”ลงนามกฎหมายมาตรการเยียวยา 2 ล้านล้านดอลล์แล้ว หวังกระตุ้นศก.จากพิษโควิด-19  สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์แห่งสหรัฐได้ลงนามมาตรการเยียวยาผลกระทบทางเศรษฐกิจ วงเงิน 2 ล้านล้านดอลลาร์ เพื่อบังคับใช้เป็นกฎหมายแล้วเมื่อคืนนี้ (27 มี.ค.)  มาตรการดังกล่าวนับเป็นการจัดสรรวงเงินช่วยเหลือสูงสุดเป็นประวัติการณ์ของสหรัฐ เพื่อลดผลกระทบทางเศรษฐกิจที่เกิดจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 โดยเป็นการจ่ายเงินสดโดยตรงให้กับภาคครัวเรือน และให้ความช่วยเหลือภาคอุตสาหกรรมต่างๆ ที่ได้รับผลกระทบ  ทั้งนี้ วุฒิสภาและสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐได้ลงมติอนุมัติร่างกฎหมายดังกล่าวก่อนหน้านี้