ข้ามไปยังทูลบาร์
กันยายน 20, 2020

วิเคราะห์ราคาทองคำ 30 ธ.ค.62(ภาคเช้า) by HGF

Spread the love

โดย  : บริษัท ฮั่วเซ่งเฮง โกลด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด(HGF)

สัปดาห์ที่ผ่านมาทองคำปรับขึ้นทำจุดสูงสุดในรอบ 2 เดือน

สัปดาห์นี้ติดตามการเปิดเผยรายงานการประชุม FOMC

แนวโน้มราคาทองคำเป็นขาขึ้น

  • สัปดาห์ที่ผ่านมาราคาทองคำ Spot ปรับขึ้นอย่างต่อเนื่องทะลุแนวต้านสำคัญทางจิตวิทยา 1,500 ดอลลาร์ และทำจุดสูงสุดในรอบ 2 เดือนที่ 1,515 ดอลลาร์ ทองคำได้รับปัจจัยหนุนจากเงินดอลลาร์อ่อนค่า เนื่องจากข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐออกมาอ่อนแอ นักลงทุนยังไม่มั่นใจการลงนามข้อตกลงการค้าเฟสแรกระหว่างสหรัฐและจีน ประกอบกับมีแรงซื้อทองคำจากเอเชียก่อนปีใหม่และตรุษจีน
  • สัปดาห์นี้ติดตามการเปิดเผยรายงานการประชุม FOMC ซึ่งเป็นการประชุมครั้งล่าสุดเมื่อวันที่ 10-11 ธ.ค.ที่ผ่านมา โดยเฟดไม่ได้มีการปรับลดอัตราดอกเบี้ย นอกจากนี้เฟดส่งสัญญาณว่าจะไม่มีการปรับเปลี่ยนอัตราดอกเบี้ยในปีหน้า สำหรับการเปิดเผยรายงานการประชุม FOMC จะทราบรายละเอียดมุมมองของเจ้าหน้าที่เฟดมากขึ้นถึงแนวโน้มเศรษฐกิจและนโยบายการเงินของสหรัฐ  ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐที่จะประกาศสัปดาห์นี้ ได้แก่ ดัชนี PMI เขตชิคาโกเดือนธ.ค. ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนธ.ค. จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ ดัชนี PMI ภาคการผลิตเดือนธ.ค.
  • แนวโน้มราคาทองคำเป็นขาขึ้น โดยคาดจะมีแรงซื้อทองคำจากเอเชียก่อนปีใหม่และตรุษจีน รวมทั้งความไม่แน่นอนในเรื่องการค้าระหว่างประเทศและ Brexit ทองคำมีแนวต้านที่ 1,515 และ 1,520 ดอลลาร์ ขณะที่มีแนวรับที่ 1,490 ดอลลาร์ และ 1,480 ดอลลาร์ 

ราคาทองคำตลาดโลก

Close chg. Support Resistance
1,510.89 -0.41 1,500/1,490 1,515/1,520

ราคาทองคำแท่ง 96.5%

Close chg. Support Resistance
21,550 21,300/21,200 21,550/21,650

โกลด์ฟิวเจอร์ส

Close chg Support Resistance
21,800 +20 21,650/21,550 21,800/21,850

การเข้าซื้อเก็งกำไรแนะนำเมื่อราคาทอง Spot ปรับลงมาที่ 1,500 ดอลลาร์ และมีจุดขายตัดขาดทุนที่ 1,490 ดอลลาร์

สำหรับการลงทุนในทองแท่ง นักลงทุนที่ซื้อไว้แนะนำถือต่อไปจนถึงเดือนม.ค.ปีหน้า

โกลด์ออนไลน์ฟิวเจอร์

Close chg Support Resistance
1,525.90 +2.20 1,510/1,500 1,525/1,530

การเข้าซื้อเก็งกำไรแนะนำเมื่อราคา GOH20 ปรับลงมาที่ 1,510 ดอลลาร์ และมีจุดขายตัดขาดทุนที่ 1,500 ดอลลาร์

News

ตลาดการเงินต่างประเทศ : ดอลล์อ่อนเทียบสกุลเงินหลัก เหตุนลท.ขายดอลล์ซื้อสกุลเงินเสี่ยง

          ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนที่วันศุกร์ที่ผ่านมา (27 ธ.ค.) เนื่องจากนักลงทุนขายดอลลาร์และเข้าซื้อสกุลเงินอื่นๆ ที่มีความเสี่ยงแต่ให้ผลตอบแทนมากกว่า หลังจากที่ตลาดมีความเชื่อมั่นมากขึ้นเกี่ยวกับแนวโน้มการค้าโลกที่สดใส ขณะที่สหรัฐ-จีนใกล้จะลงนามข้อตกลงการค้าระหว่างกันเร็วๆนี้ โดยสกุลเงินที่อ่อนไหวต่อการค้า อาทิ ดอลลาร์ออสเตรเลีย และดอลลาร์นิวซีแลนด์ แข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ดัชนีดอลลาร์ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน ปรับตัวลง 0.62% สู่ระดับ 96.9328

ตลาดโลหะมีค่าต่างประเทศ :ทองปิดบวก 3.7 ดอลลาร์ ใกล้ระดับสูงสุดในรอบ 3 เดือน

          สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดบวกเมื่อคืนวันศุกร์ที่ผ่านมา (27 ธ.ค.) โดยอยู่ใกล้ระดับสูงสุดในรอบ 3 เดือน และปรับตัวขึ้นมากที่สุดในสัปดาห์นี้ในรอบ 4 เดือน หลังได้แรงหนุนจากการอ่อนค่าของสกุลเงินดอลลาร์ซึ่งเพิ่มความน่าดึงดูดของทอง โดยทำให้สัญญาทองมีราคาถูกลงสำหรับผู้ถือครองเงินสกุลอื่นๆ และนักลงทุนยังเข้าซื้อทองในฐานะที่เป็นสินทรัพย์ปลอดภัยด้วย  สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนก.พ. เพิ่มขึ้น 3.7 ดอลลาร์ หรือ 0.24% ปิดที่ 1,518.1 ดอลลาร์/ออนซ์

ตลาดน้ำมันดิบต่างประเทศ : น้ำมัน WTI ปิดบวก 4 เซนต์ รายงานสต็อกน้ำมัน

          สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดบวกเมื่อคืนวันศุกร์ที่ผ่านมา (27 ธ.ค.) โดยได้แรงหนุนจากการเปิดเผยข้อมูลสต็อกน้ำมันดิบรายสัปดาห์ของสหรัฐที่ลดลงเกินคาด และจำนวนแท่นขุดเจาะน้ำมันในสหรัฐลดลงในสัปดาห์ที่ผ่านมา            สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนก.พ. เพิ่มขึ้น 4 เซนต์ หรือ 0.1% ปิดที่ 61.72 ดอลลาร์/บาร์เรล           สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ส่งมอบเดือนก.พ. เพิ่มขึ้น 24 เซนต์ หรือ 0.4% ปิดที่ 68.16 ดอลลาร์/บาร์เรล  ตลอดทั้งสัปดาห์นี้ สัญญาน้ำมันดิบ WTI ปรับตัวขึ้น 2.1% และสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์บวก 3.7%

ตลาดหุ้นต่างประเทศ : ดาวโจนส์ปิดบวก 23.87 จุด ทำนิวไฮหลังขานรับข้อมูลศก.จีน,ข้อตกลงการค้า

          ดัชนีดาวโจนส์ และ S&P500 ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดปรับตัวขึ้นทำนิวไฮเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (27 ธ.ค.) โดยได้แรงหนุนจากการเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจที่สดใสของจีน และความคืบหน้าในเชิงบวกเกี่ยวกับการทำข้อตกลงการค้าระหว่างสหรัฐ-จีน ขณะที่ดัชนี Nasdaq ปรับตัวลงหลังบวกขึ้นติดต่อกัน 11 วัน ท่ามกลางการซื้อขายที่เบาบางในช่วงก่อนสิ้นปี และคาดว่าการซื้อขายจะยังคงซบเซาไปจนถึงวันพุธหน้า ซึ่งตลาดจะปิดทำการเนื่องในวันปีใหม่ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 28,645.26 จุด เพิ่มขึ้น 23.87 จุด หรือ +0.08% และดัชนี S&P500 ปิดที่ 3,240.02 จุด เพิ่มขึ้น 0.11 จุด หรือ +0.00% ส่วนดัชนี Nasdaq ปิดที่ 9,006.62 จุด ลดลง 15.77 จุด หรือ -0.17% ตลอดทั้งสัปดาห์นี้ ดัชนีดาวโจนส์ บวก 0.67%, ดัชนี S&P500 เพิ่มขึ้น 0.58% และดัชนี Nasdaq ปรับตัวขึ้น 0.91%

คณะกรรมการเฟดคาดมตินโยบายการเงินปี 2563 จะสอดคล้องกันมากขึ้น หลังปรับเปลี่ยนกรรมการชุดใหม่

          หนังสือพิมพ์วอลล์สตรีท เจอร์นัลรายงานว่า คณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงิน (FOMC) ของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) คาดว่า จะมีความเห็นสอดคล้องกันมากขึ้นเกี่ยวกับนโยบายการเงินในปี 2563 หลังจากที่มีการเปลี่ยนแปลงกรรมการชุดใหม่ใน FOMC รายงานระบุว่า ประธานเฟดสาขาคลิฟแลนด์, ฟิลาเดลเฟีย, ดัลลัส และมินนีอาโพลิส จะเข้าร่วมใน FOMC ในเดือนม.ค. เพื่อลงมตินโยบายการเงินอย่างเป็นทางการในปีหน้า ขณะที่ประธานเฟดสาขาบอสตัน, ชิคาโก, แคนซัส ซิตี้ และ เซนต์หลุยส์ จะออกจากการเป็นกรรมการ FOMC ทั้งนี้ เว็บไซต์ทางการของเฟดระบุว่า FOMC ประกอบด้วยคณะผู้ว่าการเฟดทั้งหมดในวอชิงตัน, ประธานเฟดสาขานิวยอร์ค และ ประธานเฟด 4 คนจากที่เหลือ 11 คนซึ่งจะหมุนเวียนกันดำรงตำแหน่งเป็นกรรมการใน FOMC คนละ 1 ปี FOMC ลงมติปรับลดอัตราดอกเบี้ยลง 3 ครั้งในปี 2562 ท่ามกลางความวิตกมากขึ้นเกี่ยวกับความตึงเครียดด้านการค้า, เศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัวของ และแรงกดดันด้านเงินเฟ้อที่ระดับต่ำ แต่กรรมการใน FOMC  มีความเห็นแตกต่างกันอย่างมากเกี่ยวกับการปรับลดดอกเบี้ยดังกล่าว นายเอริค โรเซนเกรน ประธานเฟดสาขาบอสตัน และนางเอสเธอร์ จอร์จ ประธานเฟดสาขาแคนซัส ซิตี้ ได้ลงมติคัดค้านการปรับลดอัตราดอกเบี้ย เนื่องจากต้องการให้เฟดคงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับเดิม ส่วนนายเจมส์ บูลลาร์ด ประธานเฟดสาขาเซนต์หลุยส์ต้องการให้เฟดปรับลดดอกเบี้ยลงมากกว่า 0.25%

กระทรวงกลาโหมสหรัฐยืนยันไม่มีการยิงขีปนาวุธจากเกาหลีเหนือ

          กระทรวงกลาโหมสหรัฐหรือเพนตากอนยืนยันว่า ไม่มีการยิงขีปนาวุธจากเกาหลีเหนือ หลังจากที่สถานีโทรทัศน์ NHK ของญี่ปุ่นรายงานผิดพลาดว่า เกาหลีเหนือยิงขีปนาวุธเมื่อวานนี้ “เพนตากอนไม่พบการยิงขีปนาวุธประเภทใดๆ” โฆษกของเพนตากอนเปิดเผยกับสำนักข่าวซินหัว ก่อนหน้านี้ สถานีโทรทัศน์ NHK ของญี่ปุ่นรายงานว่า เกาหลีเหนือได้ยิงขีปนาวุธลูกหนึ่งไปตกในทะเลห่างจากเกาะฮ็อกไกโดของญี่ปุ่นราว 2,000 กิโลเมตร แต่ต่อมาได้ลบข่าวดังกล่าวออกไป เนื่องจากเป็นรายงานที่ไม่ถูกต้อง เกาหลีเหนือได้กำหนดเส้นตายสำหรับการเจรจาปลดอาวุธนิวเคลียร์ภายในสิ้นปี และได้ดำเนินการทดสอบที่สำคัญ 2 ครั้งที่ฐานปล่อยดาวเทียมโซเฮเมื่อวันที่ 7 และ 13 ธ.ค.ที่ผ่านมา  เมื่อช่วงต้นเดือนธ.ค. ที่ผ่านมา นายรี แท ซอง รมช.ต่างประเทศของเกาหลีเหนือเตือนว่า สหรัฐจะเป็นฝ่ายเลือกเองว่าอยากได้ของขวัญคริสต์มาสแบบใดจากเกาหลีเหนือ   ด้านประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐไม่ได้ให้ความสำคัญกับเรื่องของขวัญคริสต์มาสจากเกาหลีเหนือ โดยกล่าวว่าสหรัฐจะสามารถรับมือกับของขวัญจากเกาหลีเหนือได้ประสบความสำเร็จ “ทุกคนดูประหลาดใจ… ผมจะรับมือกับสิ่งที่จะเกิดขึ้น” เขากล่าว พร้อมเสริมว่า บางทีเกาหลีเหนืออาจส่งแจกันสวยๆ มาให้ แทนการทดสอบขีปนาวุธก็เป็นได้ ทั้งนี้ การเจรจาปลดอาวุธนิวเคลียร์ระหว่างเกาหลีเหนือและสหรัฐได้หยุดชะงัก นับตั้งแต่การประชุมสุดยอดที่กรุงฮานอยเมื่อปลายเดือนก.พ. และการเจรจาระดับคณะทำงานที่สวีเดนเมื่อเดือนต.ค.ที่ผ่านมา สิ้นสุดลงโดยไม่มีการทำข้อตกลงใดๆ