ศุกร์. พ.ย. 22nd, 2019

วิเคราะห์ราคาทองคำ 30 ต.ค.62(ภาคบ่าย) by YLG


โดย  : บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (YLG)

แนวรับ : 1,480 1,464 1,458

แนวต้าน : 1,509 1,518 1,535

ข่าวสารสำคัญเพื่อประกอบการลงทุน (เพิ่มเติมช่วงเย็น)

สรุป  แนะนำติดตามการเปิดเผยตัวเลขการจ้างงานภาคเอกชนสหรัฐ ประจำเดือนต.ค.จาก ADP และมูดี้ส์ อนาลิติกส์ ทั้งนี้ คาดการณ์ว่า ตัวเลขอาจออกมาในระดับ 125,000 ตำแหน่ง ซึ่งชะลอตัวลงอย่างต่อเนื่อง หลังจากเดือนกันยายนการจ้างงานภาคเอกชนเพิ่มขึ้นเพียง 135,000 ตำแหน่ง ชะลอตัวจากการเพิ่มขึ้น 157,000 ตำแหน่งในเดือนสิงหาคม ส่งผลให้ตัวเลขการจ้างงานเฉลี่ยของภาคเอกชนใน 9 เดือนแรกปีนี้อยู่ที่ระดับ 145,000 ตำแหน่งต่อเดือน นอกจากนี้ แนะนำติดตาม การเปิดเผยตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ของสหรัฐ ทั้งนี้ คาดการณ์ว่าเศรษฐกิจไตรมาส 3 ของสหรัฐอาจขยายตัว 1.6% ซึ่งหากตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐที่ออกมาแย่ลงจะส่งผลให้ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าเมื่อเทียบกับค่าเงินส่วนใหญ่และอาจสร้างแรงซื้อเข้าสู่ตลาดทองคำได้เช่นกัน รวมทั้งอาจเพิ่มความระมัดระวังความผันผวนของราคาจากผลการประชุมเฟด เบื้องต้นทางวายแอลจีประเมินว่าราคาอาจแกว่งตัวในกรอบ  หากราคาทองคำไม่สามารถทะลุผ่านกรอบบนที่บริเวณ 1,509 ดอลลาร์ต่อออนซ์ไปได้ อาจเห็นการย่อตัวของราคากลับลงมาบริเวณแนวรับ 1,480-1,464 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่หากราคาสามารถทะลุผ่านไปได้มีโอกาสปรับตัวขึ้นทดสอบแนวต้านที่ 1,518 ดอลลาร์ต่อออนซ์

ปัจจัยทางเทคนิค

แนวโน้ม Gold Spot: ระหว่างวันหากราคาทองคำยังไม่สามารถยืนเหนือบริเวณ 1,509 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ทำให้มีโอกาสปรับตัวลงทดสอบแนวรับ โดยประเมินแนวรับที่ 1,480 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่หากราคาทองคำทะลุแนวต้านดังกล่าวได้อาจจะเห็นการดีดตัวขึ้นต่อเพื่อทดสอบแนวต้านถัดไปบริเวณ 1,518 ดอลลาร์ต่อออนซ์

กลยุทธ์ Gold Futures:

Long Position หากราคาทองคำปรับตัวลดลงหลุดบริเวณ 1,480 ดอลลาร์ต่อออนซ์ นักลงทุนควรชะลอการซื้อเพิ่ม โดยอาจปิดสถานะไปบางส่วน หรือรอเข้าซื้ออีกครั้งบริเวณแนวรับถัดไปที่ 1,464 ดอลลาร์ต่อออนซ์

Short Position หากราคาทองคำหลุดแนวรับบริเวณ 1,480 ดอลลาร์ต่อออนซ์ นักลงทุนสามารถถือสถานะต่อไป แต่หากราคาผ่านกรอบด้านบนบริเวณ 1,518 ดอลลาร์ต่อออนซ์ อาจตัดขาดทุนบางส่วน

Open New หากสามารถรับความเสี่ยงได้อาจรอจังหวะเข้าซื้อเก็งกำไรระยะสั้นหากราคาย่อตัวลงแล้วไม่หลุดแนวรับ 1,480-1,464 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่หากราคาหลุดแนวรับดังกล่าว อาจชะลอการลงทุนออกไปเพื่อดูสถานการณ์ ในขณะที่ผู้ถือทองคำไว้ แนะนำให้ขายทำกำไรไปก่อนหากราคาไม่สามารถยืนเหนือโซน 1,509-1,518 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้อย่างแข็งแกร่ง

ข่าวสารประกอบการลงทุน

  • (+) ผลสำรวจชี้นักวิเคราะห์คาดเศรษฐกิจสหรัฐชะลอตัวลง จากผลกระทบมาตรการภาษีนำเข้า  ผลสำรวจซึ่งจัดทำโดย CNBC Fed Survey ระบุว่า 60% ของผู้ตอบแบบสำรวจ ซึ่งรวมถึงนักเศรษฐศาสตร์ ผู้จัดการกองทุน และนักกลยุทธ์ทางเศรษฐกิจ พบว่า การขยายตัวทางเศรษฐกิจของสหรัฐมีแนวโน้มชะลอตัวลงในปีนี้และปีหน้า เนื่องจากผลกระทบของมาตรการภาษีนำเข้า  ทั้งนี้ นักวิเคราะห์และผู้เชี่ยวชาญที่ได้รับการสำรวจครั้งนี้ คาดการณ์ว่า การขยายตัวทางเศรษฐกิจของสหรัฐในปี 2562 อยู่ที่ 1.75% ลดลงจากระดับ 2.9% ในปี 2561 และคาดว่าจะขยายตัวที่ระดับ 2% ในอีกสองปีข้างหน้า  รายงานระบุว่า 34% ของผู้ตอบแบบสำรวจคาดการณ์ว่า สหรัฐจะเผชิญกับเศรษฐกิจถดถอยในปีหน้า ซึ่งเป็นระดับสูงสูดนับตั้งแต่ปี 2554 ท่ามกลางความกังวลที่เพิ่มขึ้นเกี่ยวกับนโยบายกีดกันการค้าและความอ่อนของเศรษฐกิจโลก  ขณะเดียวกัน 60% ของผู้ตอบแบบสำรวจเชื่อว่า การเก็บภาษีนำเข้าเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เศรษฐกิจโลกชะลอตัวลง ขณะที่อีก 76% กล่าวว่ามาตรการภาษีนำเข้าส่งผลให้ผู้บริโภคมีต้นทุนการใช้จ่ายที่สูงขึ้น  สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า ผลการสำรวจสะท้อนให้เห็นว่า การที่สหรัฐเรียกเก็บภาษีนำเข้าจากประเทศคู่ค้านั้น ยังส่งผลต่อธุรกิจ ผู้บริโภค และเศรษฐกิจโดยรวมของสหรัฐด้วย  “ประเด็นที่สำคัญที่สุดคือ สงครามการค้า ส่วนการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนั้น จะส่งผลให้มีการเปลี่ยนแปลงเพียงเล็กน้อย ตราบเท่าที่ภัยคุกคามจากมาตรการภาษียังคงมีอยู่” นายโจเอล แอล นารอฟฟ์ ประธาน Naroff Economic Advisors กล่าว
  • (+) จีนปฏิเสธระบุจำนวนการซื้อสินค้าเกษตรสหรัฐเป็นประเด็นติดขัดในเจรจาสหรัฐ-จีน  แหล่งข่าวระบุว่า ความต้องการของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐในการให้จีนสัญญาว่าจะซื้อผลิตภัณฑ์เกษตรอเมริกันจำนวนมาก กลายเป็นประเด็นติดขัดที่สำคัญในการเจรจาเพื่อยุติสงครามการค้าจีน-สหรัฐ  ปธน.ทรัมป์ระบุอย่างเปิดเผยว่า จีนอาจซื้อผลิตภัณฑ์เกษตรสหรัฐมากถึง 5 หมื่นล้านดอลลาร์ ซึ่งมากกว่าปริมาณรายปีที่จีนซื้อในปีก่อนที่สงครามการค้าเปิดฉากขึ้นกว่าสองเท่า  เจ้าหน้าที่สหรัฐเดินหน้าผลักดันประเด็นดังกล่าวในการเจรจา ในขณะที่จีนหลีกเลี่ยงการให้สัญญาตัวเลขจำนวนมากและกรอบเวลาที่เจาะจง ผู้ซื้อจีนต้องการใช้ความรอบคอบในการซื้อโดยอิงตามภาวะตลาด  เจ้าหน้าที่จากบริษัทรัฐบาลจีนอธิบายว่า “จีนไม่ต้องการซื้อผลิตภัณฑ์จำนวนมากที่ประชาชนไม่ต้องการหรือซื้อในช่วงที่ไม่ต้องการ”
  • (+) เศรษฐกิจสหรัฐมีแนวโน้มชะลอตัวเพิ่มเติมใน Q3  เศรษฐกิจสหรัฐมีแนวโน้มชะลอตัวเพิ่มเติมในไตรมาส 3 ซึ่งบั่นทอนโดยการใช้จ่ายของผู้บริโภคและการลงทุนธุรกิจที่ลดลง ซึ่งอาจกระตุ้นให้ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ลดอัตราดอกเบี้ยอีกครั้ง เพื่อรักษาการขยายตัวให้อยู่ในทิศทางที่เหมาะสม  ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ของกระทรวงพาณิชย์สหรัฐในวันนี้ มีแนวโน้มเผยภาพเศรษฐกิจที่กำลังสูญเสียความเร็ว แต่ไม่ได้เข้าสู่ภาวะถดถอยอย่างที่ตลาดเงินต่างๆกังวลก่อนหน้านี้ในปีนี้ เศรษฐกิจสหรัฐถูกถ่วงจากสงครามการค้า 15 เดือนของคณะบริหารของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐกับจีน ซึ่งบั่นทอนความเชื่อมั่นของผู้บริโภคและธุรกิจ   แรงกระตุ้นที่ลดลงจากมาตรการลดภาษี 1.5 ล้านล้านดอลลาร์ในปีที่ผ่านมาและการเติบโตที่ชะลอตัวลงในต่างประเทศเป็นอีกปัจจัยที่ถ่วงการขยายตัวทางเศรษฐกิจที่ยาวนานที่สุดเป็นประวัติการณ์ ซึ่งขณะนี้เป็นปีที่ 11   การสำรวจนักเศรษฐศาสตรร์ระบุว่า ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศอาจจะปรับขึ้น 1.6% ตามอัตรารายปีในไตรมาส 3 อันเป็นผลจากการเพิ่มสต็อกสินค้าคงคลังที่ชะลอลง หลังจากที่ปรับขึ้นในอัตรา 2.0% ในช่วงเดือนเม.ย.-มิ.ย.
  • (-) ก.ต่างประเทศจีนเผยผู้เจรจาการค้าจีน-สหรัฐจะหารือกันอีกครั้งในเร็วๆนี้  กระทรวงการต่างประเทศของจีนเปิดเผยในวันนี้ว่า เจ้าหน้าที่การค้าจีนและสหรัฐจะหารือกันอีกครั้งในเร็วๆนี้ หลังจากที่เจ้าหน้าที่คณะบริหารของสหรัฐกล่าวว่า ข้อตกลงการค้าเฉพาะกาลระหว่างสหรัฐและจีนอาจจะเสร็จไม่ทันการลงนามในชิลีในเดือนหน้าอย่างที่คาดไว้  นายเกิง ซวง โฆษกกระทรวงกล่าวในการแถลงข่าวรายวันว่า การเจรจาการค้าจีน-สหรัฐระดับคณะทำงานจะดำเนินไปในอัตราที่รวดเร็วในระหว่างนั้น