เสาร์. พ.ย. 23rd, 2019

วิเคราะห์ราคาทองคำ 30 ต.ค.62(ภาคเช้า) by YLG

โดย  : บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (YLG)

คำแนะนำ :

สามารถถือทองคำต่อได้หากราคาไม่หลุดแนวรับ 1,480 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และไปรอลุ้นขายทำกำไรบริเวณแนวต้าน 1,509-1,518 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และควรคำนึงถึงความผันผวนจากผลการประชุมเฟด

แนวรับ : 1,480 1,464 1,458  แนวต้าน : 1,509 1,518 1,535

จจัยพื้นฐาน :

ราคาทองคำวานนี้ปิดปรับตัวลดลง 5.00 ดอลลาร์ต่อออนซ์  ในช่วงต้นทองคำถูกแรงขายทำกำไรออกมาท่ามกลางทัศนะเชิงบวกเกี่ยวกับการเจรจาการค้าจีน-สหรัฐจนราคาร่วงลงแตะระดับต่ำสุดบริเวณ 1,483.37  ดอลลาร์ต่อออนซ์ในระหว่างวัน  ก่อนที่ข่าวเชิงลบเกี่ยวกับเจรจาการค้าระหว่างจีน-สหรัฐจะเกิดขึ้นในเวลาต่อมา  โดย Reuters รายงานว่า ประธานาธิบดีทรัมป์ และประธานาธิบดีสี จิ้นผิงของจีน “อาจไม่มี” การลงนามในข้อตกลงการค้า Phase 1 ในการประชุม APEC ที่ประเทศชิลีในเดือนหน้า  ข่าวดังกล่าวกระทบต่อการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงนั่นทำให้ทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยมีการฟื้นตัวขึ้น  ประกอบกับสกุลเงินดอลลาร์อ่อนค่าลง  ท่ามกลางการคาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐ(เฟด)จะปรับลดอัตราดอกเบี้ย 0.25%ในการประชุมที่กำลังจะเสร็จสิ้นลงในเวลาตี 1 ของคืนวันนี้จึงเป็นปัจจัยหนุนราคาทองคำเพิ่มเติม  อย่างไรก็ดีการฟื้นตัวขึ้นของราคายังเป็นไปอย่างจำกัด  เนื่องจากนักลงทุนระมัดระวังในการถือครองสถานะก่อนการประชุมเฟดจะเสร็จสิ่นในคืนวันนี้  ด้านกองทุน SPDR ลดการถือครองทองคำ -1.17 ตัน  สำหรับวันนี้จับตาการเปิดเผยตัวเลขการจ้างงานภาคเอกชนจาก ADP และประมาณการครั้งแรก GDP ไตรมาส 3/2019  ของสหรัฐ  รวมไปถึงสัญญาณการดำเนินนโยบายการเงินของเฟดในอนาคตซึ่งจะเป็นปัจจัยชี้นำทิศทางราคาทองคำในระยะถัดไป 

จจัยทางเทคนิค :

หากการอ่อนตัวลงของราคาทองคำยังสามารถรักษาระดับเหนือบริเวณแนวรับ 1,480 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ได้ อาจจะเห็นการดีดตัวกลับขึ้นไปบริเวณแนวต้าน 1,509-1,518 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่หากราคาหลุดแนวรับ 1,480 ดอลลาร์ต่อออนซ์ จะทำให้ราคายังคงอ่อนตัวลง โดยมีแนวรับถัดไปที่ 1,464 ดอลลาร์ต่อออนซ์

กลยุทธ์การลงทุน :

แนะนำให้ขายทองคำออกมาเมื่อราคาดีดตัวขึ้นไปบริเวณ 1,509-1,518 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และรอจังหวะเข้าซื้อคืนเมื่อราคาย่อตัวลงมาและไม่หลุดแนวรับ 1,480 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่หากราคาหลุดโซนดังกล่าวอาจถอยจุดเข้าซื้อไปยังโซนแนวรับถัดไปที่ 1,464 ดอลลาร์ต่อออนซ์

ข่าวสารประกอบการลงทุน :

  • (+) สื่อเผย”ทรัมป์-สี จิ้นผิง”อาจไม่มีการลงนามข้อตกลงการค้าในเวทีเอเปค  สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานโดยอ้างเจ้าหน้าที่รัฐบาลสหรัฐรายหนึ่งระบุว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และประธานาธิบดีสี จิ้นผิงของจีน อาจไม่มีการลงนามในข้อตกลงการค้าเฟสแรกในการประชุมกลุ่มความร่วมมือทางเศรษฐกิจเอเชีย-แปซิฟิก (เอเปค) ที่ประเทศชิลีในเดือนหน้า เจ้าหน้าที่กล่าวว่า การที่ผู้นำทั้งสองไม่มีการลงนามในข้อตกลงการค้าในเดือนหน้า มีสาเหตุจากการที่ทั้งสองฝ่ายยังคงต้องใช้เวลาในการเจรจามากขึ้น รายงานข่าวจากสำนักข่าวรอยเตอร์สวนทางกับทำเนียบขาวที่ได้แถลงก่อนหน้านี้ว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และประธานาธิบดีสี จิ้นผิงของจีน จะลงนามในข้อตกลงการค้าเฟสแรกนอกรอบการประชุมเอเปคซึ่งจะมีขึ้นในวันที่ 16-17 พ.ย. อย่างไรก็ดี ทำเนียบขาวระบุว่า กำหนดวันในการลงนามข้อตกลงยังคงไม่มีความชัดเจน 
  • (+) Conference Board เผยความเชื่อมั่นผู้บริโภคสหรัฐต่ำสุดรอบ 4 เดือนในต.ค.  ผลสำรวจของ Conference Board ซึ่งเป็นสถาบันวิจัยเศรษฐกิจ ระบุว่า ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคสหรัฐลดลงสู่ระดับ 125.9 ในเดือนต.ค. ซึ่งเป็นระดับต่ำที่สุดนับตั้งแต่เดือนมิ.ย. และต่ำกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 128.0 จากระดับ 126.3 ในเดือนก.ย.
  • (+) ดอลล์อ่อนเทียบสกุลเงินหลัก ก่อนตลาดรู้ผลประชุมเฟดวันนี้  ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (29 ต.ค.) ก่อนที่นักลงทุนจะรู้ผลการประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในวันนี้ตามเวลาสหรัฐ นอกจากนี้ นักลงทุนยังจับตาข้อมูลเศรษฐกิจที่สำคัญของสหรัฐในสัปดาห์นี้ ซึ่งรวมถึงผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ไตรมาส 3 และตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรประจำเดือนต.ค.  ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับเงินเยน ที่ระดับ 108.81 เยน จากระดับ 109.01 เยน และอ่อนค่าเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิส ที่ระดับ 0.9937 ฟรังก์ จากระดับ 0.9948 ฟรังก์ แต่หากเทียบกับดอลลาร์แคนาดา ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้นสู่ระดับ 1.3088 ดอลลาร์แคนาดา จากระดับ 1.3054 ดอลลาร์แคนาดา  ยูโรแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.1110 ดอลลาร์ จากระดับ 1.1097 ดอลลาร์ ขณะที่เงินปอนด์แข็งค่าขึ้นแตะที่ระดับ 1.2861 ดอลลาร์ จากระดับ 1.2855 ดอลลาร์
  • (+) ดาวโจนส์ปิดลบ 19.30 จุด วิตกข่าวสหรัฐ-จีนอาจไม่ลงนามข้อตกลงในเวทีเอเปค  ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดลบเมื่อคืนนี้ (29 ต.ค.) เนื่องจากนักลงทุนวิตกกังวลเกี่ยวรายงานข่าวที่ว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์แห่งสหรัฐ และประธานาธิบดีสี จิ้นผิงของจีน อาจไม่มีการลงนามในข้อตกลงการค้าเฟสแรกในการประชุมกลุ่มความร่วมมือทางเศรษฐกิจเอเชีย-แปซิฟิก (เอเปค) ที่ประเทศชิลีในเดือนหน้า ขณะที่นักลงทุนจับตาผลการประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในวันนี้ตามเวลาสหรัฐ  ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 27,071.42 จุด ลดลง 19.30 จุด หรือ -0.07% ขณะที่ดัชนี S&P500 ปิดที่ 3,036.89 จุด ลดลง 2.53 จุด หรือ -0.08% ส่วนดัชนี Nasdaq ปิดที่ 8,276.85 จุด ลดลง 49.13 จุด หรือ -0.59%
  • (-) จีนประกาศยกเลิกข้อจำกัดต่อนักลงทุนต่างชาติ ยันไม่บังคับถ่ายโอนเทคโนโลยี  นายหวัง โชวเหวิน รมช.พาณิชย์จีน กล่าวว่า จีนจะยกเลิกข้อจำกัดต่อนักลงทุนต่างชาติ และจะไม่มีการบังคับให้บริษัทต่างชาติทำการถ่ายโอนเทคโนโลยีแก่จีน ทั้งนี้ การบังคับถ่ายโอนเทคโนโลยีถือเป็นความขัดแย้งทางการค้าที่สำคัญระหว่างสหรัฐและจีน
  • (+/-) ฝ่ายค้านอังกฤษประกาศหนุนเลือกตั้งก่อนกำหนดในเดือนธ.ค.  นายเจเรมี คอร์บิน หัวหน้าพรรคแรงงาน ซึ่งเป็นพรรคฝ่ายค้านของอังกฤษ ออกแถลงการณ์ระบุว่า เขาสนับสนุนการจัดการเลือกตั้งก่อนกำหนดในเดือนธ.ค.  “ผมกล่าวมาโดยตลอดว่า เราสนับสนุนการเลือกตั้ง หากไม่มีความเสี่ยงที่อังกฤษจะแยกตัวออกจากสหภาพยุโรป (EU) โดยไม่มีการทำข้อตกลง (no-deal Brexit)” นายคอร์บินกล่าว  “เราทราบข่าวว่า EU ได้ยืนยันที่จะขยายเส้นตาย Brexit ออกไปอีก 3 เดือนเป็นวันที่ 31 ม.ค. ซึ่งสอดคล้องกับเงื่อนไขของทางพรรคที่จะขจัดความเสี่ยงเรื่อง no-deal Brexit ดังนั้น เราจะเดินหน้ารณรงค์สำหรับการเลือกตั้งเพื่อให้มีการเปลี่ยนแปลงประเทศครั้งใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมา” เขากล่าว