ข้ามไปยังทูลบาร์
ตุลาคม 23, 2020

วิเคราะห์ราคาทองคำ 30 ก.ย.63(ภาคเช้า) by HGF

Spread the love

โดย  : บริษัท ฮั่วเซ่งเฮง โกลด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด(HGF)

ทองคำปรับขึ้นแรงต่อเนื่องเป็นวันที่ 2 จากเงินดอลลาร์อ่อนค่า

คืนนี้สหรัฐจะประกาศการจ้างงานภาคเอกชน ADP เดือนก.ย.

แนวโน้มราคาทองคำคาดเริ่มมีแรงเทขายออกมา

  • ราคาทองคำ Spotเมื่อวานปรับขึ้นแรงต่อเนื่องเป็นวันที่ 2 เข้าใกล้แนวต้านสำคัญทางจิตวิทยา 1,900 ดอลลาร์เนื่องจากเงินดอลลาร์อ่อนค่าลงติดต่อกันเป็นวันที่ 2 ถึงแม้ว่าสหรัฐประกาศดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนก.ย.โดย Conference Boardเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 101.8 สูงกว่าตลาดคาดจะเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 90.0รวมทั้งความกังวลเกี่ยวกับผลกระทบทางเศรษฐกิจที่เกิดจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ทำให้นักลงทุนเข้าซื้อทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยทางด้านกองทุน SPDRGold Trust ถือครองทองคำเท่าเดิมเมื่อวาน
  • คืนนี้สหรัฐจะประกาศจีดีพีไตรมาส 2 ซึ่งเป็นประมาณการครั้งสุดท้าย ตลาดคาดหดตัวลง 31.7% เท่ากับประมาณการครั้งก่อน การจ้างงานภาคเอกชน ADP เดือนก.ย. ตลาดคาดจะเพิ่มขึ้น 650,000 ตำแหน่งจากระดับ 428,000 ตำแหน่ง ในเดือนส.ค.ดัชนี PMI เขตชิคาโกเดือนก.ย.ตลาดคาดจะเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 52.0
  • แนวโน้มราคาทองคำคาดเริ่มมีแรงเทขายออกมา โดยยังมีแนวต้านสำคัญทางจิตวิทยา 1,900 ดอลลาร์ถ้าผ่านขึ้นไปได้จะมีแนวต้านถัดไปที่ 1,920 ดอลลาร์ ส่วนแนวรับอยู่ที่ 1,875 ดอลลาร์และ1,850 ดอลลาร์ ทั้งนี้ต้องติดตามการจ้างงานภาคเอกชนสหรัฐ ADP เดือนก.ย.ว่าจะออกมาต่างจากที่ตลาดคาดไว้หรือไม่

ราคาทองตลาดโลก

Closechg.SupportResistance
1,896.80+20.11,875/1,8501,900/1,920

ราคาทองแท่ง 96.5%

Closechg.SupportResistance
28,200+35028,000/27,70028,400/28,650

โกลด์ฟิวเจอร์ส

ClosechgSupportResistance
28,610+24028,200/27,88028,580/28,830

แนะนำซื้อเมื่อราคาทอง Spot ปรับลงมาที่ 1,850 ดอลลาร์  (GF 27,880 บาท) โดยมีจุดขายตัดขาดทุนที่ 1,840 ดอลลาร์(GF 27,700 บาท)

การลงทุนในทองแท่งแนะนำแบ่งเงินทยอยซื้อสะสมที่ราคาทองคำ Spot 1,845-1,850 ดอลลาร์ และ1,800-1,820 ดอลลาร์

โกลด์ออนไลน์ฟิวเจอร์

ClosechgSupportResistance
1,902.60+10.601,880/1,8551,905/1,925

แนะนำซื้อเมื่อราคาGOZ20ปรับลงมาที่ 1,855 ดอลลาร์ โดยมีจุดขายตัดขาดทุนที่ 1,850 ดอลลาร์

เงินบาท

ทิศทางเงินบาทในวันนี้คาดแข็งค่าขึ้นเล็กน้อยโดยเงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ เนื่องจากนักลงทุนขายทำกำไรหลังจากดัชนีดอลลาร์เพิ่มขึ้นทำจุดสูงสุดในรอบ 2 เดือน ขณะที่นักลงทุนจับตาการดีเบตรอบแรกระหว่างประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์จากพรรครีพับลิกัน และนายโจ ไบเดน อดีตรองประธานาธิบดีสหรัฐจากพรรคเดโมแครตในวันนี้ ซึ่งUSD Futures เดือนธ.ค.63คาดจะมีแนวรับที่ 31.60 บาท/ดอลลาร์ ขณะที่มีแนวต้านที่ 31.75 บาท/ดอลลาร์

News

ตลาดการเงินต่างประเทศ: ดอลล์อ่อนจากแรงขายทำกำไรนักลงทุนจับตาดีเบต”ทรัมป์-ไบเดน”

ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนที่ผ่านมา (29 ก.ย.) เนื่องจากนักลงทุนขายทำกำไรหลังจากดัชนีดอลลาร์พุ่งแตะระดับสูงสุดในรอบ 2 เดือนขณะที่นักลงทุนจับตาการดีเบตรอบแรกระหว่างประธานาธิบดีโดนัลด์ทรัมป์จากพรรครีพับลิกันและนายโจไบเดนอดีตรองประธานาธิบดีสหรัฐจากพรรคเดโมแครตในช่วงเช้าวันนี้ตามเวลาไทยดัชนีดอลลาร์ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงินปรับตัวลง 0.40% แตะที่ 93.8937 เมื่อคืนนี้

ตลาดโลหะมีค่าต่างประเทศ:ทองปิดพุ่ง $20.9 ดอลล์อ่อนหนุนแรงซื้อ,จับตาดีเบต”ทรัมป์-ไบเดน”

สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นเมื่อคืนที่ผ่านมา (29 ก.ย.) โดยได้แรงหนุนจากสกุลเงินดอลลาร์ที่อ่อนค่าลงติดต่อกันเป็นวันที่ 2 นอกจากนี้ความกังวลเกี่ยวกับผลกระทบทางเศรษฐกิจที่เกิดจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ยังกระตุ้นให้นักลงทุนเข้าซื้อทองคำในฐานะสินทรัพย์ที่ปลอดภัยสัญญาทองคำตลาดCOMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนธ.ค. พุ่งขึ้น 20.9 ดอลลาร์หรือ 1.11% ปิดที่ 1,903.2 ดอลลาร์/ออนซ์ซึ่งเป็นระดับปิดสูงสุดนับตั้งแต่วันที่ 22 ก.ย.ปีนี้สัญญาโลหะเงินส่งมอบเดือนธ.ค. เพิ่มขึ้น 84.1 เซนต์หรือ 3.56% ปิดที่ 24.445 ดอลลาร์/ออนซ์สัญญาพลาตินัมส่งมอบเดือนต.ค. เพิ่มขึ้น 6.3 ดอลลาร์หรือ 0.71% ปิดที่ 897.7 ดอลลาร์/ออนซ์

ตลาดน้ำมันดิบต่างประเทศ:น้ำมันWTI ปิดร่วง $1.31 วิตกโควิดฉุดอุปสงค์น้ำมันชะลอตัว

สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดร่วงหลุดจากระดับ 40 ดอลลาร์เมื่อคืนที่ผ่านมา (29 ก.ย.) โดยได้รับแรงกดดันจากความกังวลที่ว่าการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 จะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกและทำให้ความต้องการใช้น้ำมันชะลอตัวลงในระยะยาวขณะที่นักลงทุนจับตารายงานสต็อกน้ำมันดิบของสหรัฐซึ่งจะมีการเปิดเผยในวันนี้สัญญาน้ำมันดิบWTI ส่งมอบเดือนพ.ย. ร่วงลง 1.31 ดอลลาร์หรือ 3.2% ปิดที่ 39.29 ดอลลาร์/บาร์เรลซึ่งเป็นระดับปิดต่ำสุดนับตั้งแต่วันที่ 15 ก.ย.ปีนี้สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) ส่งมอบเดือนพ.ย. ร่วงลง 1.40 ดอลลาร์หรือ 3.3% ปิดที่ 41.03 ดอลลาร์/บาร์เรลซึ่งเป็นระดับปิดต่ำสุดนับตั้งแต่วันที่ 15 ก.ย.ปีนี้

ตลาดหุ้นต่างประเทศ:ดาวโจนส์ปิดลบ 131.40 จุดนลท.เทขายก่อน”ทรัมป์-ไบเดน”ดีเบต

ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดลบเมื่อคืนที่ผ่านมา (29 ก.ย.) ซึ่งเป็นการปิดในแดนลบวันแรกในรอบ 4 วันทำการเนื่องจากนักลงทุนเทขายหุ้นก่อนที่การดีเบตรอบแรกระหว่างประธานาธิบดีโดนัลด์ทรัมป์จากพรรครีพับลิกันและนายโจไบเดนจากพรรคเดโมแครตจะเปิดฉากขึ้นในวันนี้เวลา 08.00 น.ตามเวลาไทยดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 27,452.66 จุดลดลง 131.40 จุดหรือ -0.48% ขณะที่ดัชนีS&P500 ปิดที่ 3,335.47 จุดลดลง 16.13 จุดหรือ -0.48% ดัชนีNasdaq ปิดที่ 11,085.25 จุดลดลง 32.28 จุดหรือ -0.29%

สื่อมะกันแฉ “ทรัมป์” แทบไม่เสียภาษีให้ประเทศอ้างธุรกิจขาดทุนหนัก

หนังสือพิมพ์นิวยอร์กไทมส์รายงานโดยอ้างข้อมูลรายการเสียภาษีว่าประธานาธิบดีโดนัลด์ทรัมป์แห่งสหรัฐแทบจะไม่เสียภาษีเงินได้ให้กับประเทศเนื่องจากปธน.ทรัมป์อ้างว่าธุรกิจของตนขาดทุนอย่างหนักแม้จะมีรายได้มากก็ตามรายงานข่าวระบุว่าปธน.ทรัมป์เสียภาษีเงินได้เพียง750ดอลลาร์ในปี2559และ2560และในช่วง15ปีที่ผ่านมานั้นมีถึง10ปีที่ไม่ได้เสียภาษีเลยแม้แต่ดอลลาร์เดียวแม้ธุรกิจของเขามีรายได้รวมกันประมาณ430ล้านดอลลาร์นับจนถึงปี2561ทั้งนี้ปธน.ทรัมป์ปฏิเสธที่จะเปิดเผยข้อมูลการขอคืนภาษีตลอดระยะเวลาหาเสียงและหลังจากได้รับชัยชนะในการเลือกตั้งในปี2559โดยอ้างเหตุผลว่าข้อมูลการขอคืนภาษีของเขาอยู่ในระหว่างการตรวจสอบอย่างไรก็ตามผู้เชี่ยวชาญด้านภาษีหลายรายลงความเห็นว่าปธน.ทรัมป์ไม่ได้ถูกห้ามให้เปิดเผยข้อมูลระหว่างการตรวจสอบนอกจากนี้นายไมเคิลโคเฮนอดีตทนายความของปธน.ทรัมป์ยังเคยให้การต่อสภาคองเกรสด้วยว่าตนไม่เชื่อว่าปธน.ทรัมป์ถูกตรวจสอบแต่อาจใช้ข้ออ้างดังกล่าวเพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจสอบในภายหลัง

เดโมแครตแจงรายละเอียดมาตรการเยียวยาสหรัฐรอบใหม่วงเงิน2.2ล้านล้านดอลล์

สมาชิกพรรคเดโมแครตในสภาผู้แทนราษฎรได้เปิดเผยมาตรเยียวยาเศรษฐกิจวงเงิน2.2ล้านล้านดอลลาร์โดยมีเป้าหมายที่จะผลักดันให้ทำเนียบขาวและพรรครีพับลิกันบรรลุข้อตกลงกันก่อนการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐที่จะมีขึ้นในเดือนพ.ย.นี้นางแนนซีเพโลซีประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐระบุในจดหมายที่ส่งถึงสมาชิกพรรคเดโมแครตเมื่อคืนนี้ว่า “มาตรการเยียวยาเศรษฐกิจที่ชื่อว่า’Heroes Act’ ซึ่งมีวงเงิน2.2ล้านล้านดอลลาร์ฉบับนี้ถือเป็นทรัพยากรที่จำเป็นอย่างยิ่งในการปกป้องชีวิตและความเป็นอยู่ของประชาชนในช่วงหลายเดือนข้างหน้าโดยมาตรการดังกล่าวครอบคลุมถึงการจัดการเงินก้อนใหม่ที่จำเป็นต่อการหลีกเลี่ยงผลกระทบสำหรับโรงเรียนธุรกิจขนาดเล็กร้านอาหารพนักงานสายการบินและภาคส่วนอื่นๆ”    นอกจากนี้มาตรการเยียวยาเศรษฐกิจฉบับนี้ยังครอบคลุมถึงเม็ดเงิน4.36แสนล้านดอลลาร์ในการให้ความช่วยเหลือฉุกเฉินแก่รัฐและรัฐบาลท้องถิ่น, การมอบเช็คให้กับชาวอเมริกันส่วนใหญ่อีก1,200ดอลลาร์และการอัดฉีดเงินเพิ่มเติมเพื่อฟื้นฟูโครงการจ่ายเงินให้กับผู้ไม่มีงานทำสัปดาห์ละ600ดอลลาร์ไปจนถึงเดือนม.ค.ปีหน้าสำนักข่าวซินหัวรายงานว่าข้อเสนอใหม่ของพรรคเดโมแครตมีขึ้นหลังจากนางแนนซีเพโลซีประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐกล่าวเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมาว่ายังคงมีโอกาสที่เธอและนายสตีเวนมนูชินรัฐมนตรีคลังสหรัฐจะสามารถบรรลุข้อตกลงการออกมาตรการเยียวยาเศรษฐกิจรอบใหม่เพื่อลดผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19นางเพโลซีเปิดเผยกับรายการ “State of the Union” ของสถานีโทรทัศน์CNN ว่า “ดิฉันเชื่อว่านายมนูชินจะนำเสนอบางสิ่งที่จะทำให้เราสามารถบรรลุข้อตกลงร่วมกันได้และดิฉันเชื่อว่าท้ายที่สุดแล้วเราจะตกลงกันได้”

เวิลด์แบงก์ปรับเพิ่มคาดเศรษฐกิจจีนปีนี้ขยายตัว 2%

สำนักข่าวซินหัวรายงานว่าธนาคารโลกได้คาดการณ์ว่าเศรษฐกิจจีนปี 2563 จะขยายตัว 2% จากเดิมที่เคยคาดไว้ที่ระดับ 1% เมื่อเดือนมิ.ย.ที่ผ่านมาก่อนหน้านี้ธนาคารพัฒนาเอเชีย (ADB) เปิดเผยรายงานระบุว่าจีนเป็นหนึ่งในไม่กี่ประเทศที่เศรษฐกิจขยายตัวสวนทางภูมิภาคโดยคาดว่าเศรษฐกิจจีนจะขยายตัว 1.8% ในปีนี้และ 7.7% ในปีหน้าโดยได้แรงหนุนจากการดำเนินมาตรการด้านสาธารณสุขที่ประสบความสำเร็จ