ข้ามไปยังทูลบาร์
ตุลาคม 29, 2020

วิเคราะห์ราคาทองคำ 30 ก.ค.63(ภาคเช้า) by Gcap

Spread the love

โดย : บริษัท จีแคป จำกัด

แนะแนวทางการลงทุน

แนวรับ 1951 – 1946 – 1940
แนวต้าน 1976 – 1982 – 1987

ราคาทองคำดีดตัวขึ้นอีกครั้ง ได้แรงหนุนจากสกุลเงินดอลลาร์ที่อ่อนค่าหลังเฟดจะยังคงตรึงอัตราดอกเบี้ย นอกจากนี้เฟดจะใช้เครื่องมือทั้งหมดที่เฟดมีอยู่เพื่อสนับสนุนเศรษฐกิจสหรัฐจนกว่าเศรษฐกิจจะฟื้นตัวขึ้นจากผลกระทบของการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 แนะรอซื้อ

แนวโน้มช่วงเช้า

มุมมองทองคำภาคเช้า ราคาทองคำปิดทำนิวไฮเมื่อคืนนี้ และทำสถิติปิดในแดนบวกติดต่อกันเป็นวันที่ 9 ทั้งนี้หลังจากตลาดทองคำนิวยอร์กปิดทำการซื้อขายแล้ว คณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงิน (FOMC) ของเฟดได้แถลงผลการประชุม โดยมีมติเป็นเอกฉันท์คงอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นที่ระดับ 0.00-0.25% และยืนยันว่าจะยังคงตรึงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับ 0.00-0.25% และใช้เครื่องมือทั้งหมดที่เฟดมีอยู่เพื่อสนับสนุนเศรษฐกิจสหรัฐจนกว่าเศรษฐกิจจะฟื้นตัวขึ้นจากผลกระทบของ การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 สัญญาทองคำยังได้รับแรงหนุนจากการอ่อนค่าของสกุลเงินดอลลาร์ เนื่องจากเมื่อดอลลาร์อ่อนค่าลงจะทำให้สัญญาทองคำซึ่งกำหนดราคาเป็นสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐนั้น มีราคาถูกลงและมีความน่าดึงดูดมากขึ้นสำหรับนักลงทุนที่ถือเงินสกุลอื่น นอกจากนี้ นักลงทุนยังจับตาข้อพิพาททางการค้าระหว่างสหรัฐกับจีน โดยกระทรวงการต่างประเทศจีนแถลงว่าจีนได้เข้ายึดสถานกงสุลสหรัฐในเมืองเฉิงตูแล้ว หลังจากที่ได้สั่งให้สหรัฐปิดสถานกงสุลดังกล่าวที่ผ่านมา เพื่อตอบโต้ที่สหรัฐสั่งปิดสถานกงสุลจีนในเมืองฮิวสตัน พร้อมกับกล่าวหาว่าจีนได้ทำการจารกรรมข้อมูลลับของสหรัฐ นักลงทุนยังต้องติดตามตัวเลขที่จะประกาศในสัปดาห์นี้ซึ่งได้แก่ GDP ไตรมาสสอง จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการการว่างงาน ดัชนีราคาด้านการบริโภคส่วนบุคคล ต้นทุนค่าจ้างแรงงาน ดัชนีจัดซื้อจัดจ้างชิคาโก ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค ม.มิชิแกน เป็นต้น

สรุปภาวะแลกเปลี่ยนเงินตรา

ดอลลาร์อ่อนค่าลงหลังจากคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงิน (FOMC) ของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) มีมติเป็นเอกฉันท์ในการคงอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นที่ระดับ 0.00-0.25% เมื่อวานนี้ ขณะเดียวกันเฟดยืนยันว่าจะยังคงตรึงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับ 0.00-0.25% และใช้เครื่องมือทั้งหมดที่เฟดมีอยู่เพื่อสนับสนุนเศรษฐกิจสหรัฐจนกว่าเศรษฐกิจจะฟื้นตัวขึ้นจากผลกระทบของการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 และบรรลุเป้าหมายของเฟดในการจ้างงานอย่างเต็มศักยภาพ และรักษาเสถียรภาพของราคา นักลงทุนจับตาการเปิดเผยตัวเลข GDP ประจำไตรมาส 2/2563 ของสหรัฐในวันนี้ โดยนักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า GDP ไตรมาส 2 ของสหรัฐจะหดตัวลง 34.1% ซึ่งเป็นการหดตัวรุนแรงที่สุดนับตั้งแต่ที่สหรัฐเริ่มมีการรวบรวมข้อมูลดังกล่าวในปี 2490 หรือกว่า 70 ปีก่อนหน้านี้ เนื่องจากผลกระทบจากมาตรการล็อกดาวน์ของรัฐบาล ซึ่งทำให้มีการปิดเศรษฐกิจเพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19