ข้ามไปยังทูลบาร์
กันยายน 25, 2020

วิเคราะห์ราคาทองคำ 3 เม.ย.63 (ภาคบ่าย) by YLG

Spread the love

โดย  : บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (YLG)

แนวรับ : 1,594 1,566 1,547

แนวต้าน : 1,626 1,646 1,659

ข่าวสารสำคัญเพื่อประกอบการลงทุน (เพิ่มเติมช่วงเย็น)

สรุป  ความกังวลเพิ่มมากขึ้นว่ารัฐบาลหลายประเทศอาจออกมาตรการปิดเมือง Lockdown ยาวนานมากขึ้น หลังจากตัวเลขผู้เสียชีวิต และติดเชื้อไวรัส Covid-19 ทั่วโลกเพิ่มขึ้น โดย ฟิทช์ เรตติ้งส์ อิงค์ คาดว่า ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ของยูโรโซนจะลดลง 4.2% อังกฤษจะหดตัว 3.9% สหรัฐจะปรับลง 3.3% ในปี 2020 ความวิตกว่าเศรษฐกิจโลกจะได้รับผลกระทบจากการระบาดของไวรัสกระตุ้นให้นักลงทุนเลือกที่จะถือครองเงินสดเพื่อรักษาสภาพคล่อง ขณะที่ผลสำรวจภาคเอกชนแสดงว่า ดอลลาร์สหรัฐจะยังคงได้รับความนิยมในระยะใกล้ ประเด็นดังกล่าว กดดันการลงทุนในสินทรัพย์ต่างๆ รวมทั้งทองคำ อย่างไรก็ตาม ปริมาณการซื้อขายทองคำของตลาดในโซนเอเชียอาจเบาบางลงในวันจันทร์ที่ 06 เมษายนนี้ เพราะตลาดเงินตลาดทุนของจีนปิดทำการต่อเนื่องในช่วงเทศกาลเชงเม้ง (Tomb Sweeping Day) ขณะที่ตลาดอนุพันธ์ (ประเทศไทย) หรือ TFEX ปิดทำการเนื่องในวันพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ซึ่งทำให้นักลงทุนพากันปลีกตัวอยู่นอกตลาด ทั้งนี้ นักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้สามารถเข้าซื้อเก็งกำไรระยะสั้นเพื่อหวังทำกำไรจากการดีดตัวขึ้น ทั้งนี้ ประเมินแนวรับไว้ที่ 1,600-1,594 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แนะนำว่าหากราคาขยับขึ้นให้จับตาโซนแนวต้านระดับ 1,620-1,626 ดอลลาร์ต่อออนซ์ เพราะหากราคาทองคำทดสอบโซนดังกล่าวยังไม่สามารถขึ้นไปยืนได้ แนะนำขายทำกำไรออกมาเพื่อลดความเสี่ยง

ปัจจัยทางเทคนิค

แนวโน้ม Gold Spot: ถ้าราคายังสามารถทรงตัวอยู่บนโซน 1,600-1,594 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ ทำให้ยังมีลุ้นในการทดสอบแนวต้าน 1,620-1,626 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่หากว่าราคาขยับต่ำกว่า 1,594 ดอลลาร์ต่อออนซ์ มีแนวโน้มที่ราคาอาจอ่อนตัวลงมาบริเวณ 1,570-1,566 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หากไม่หลุดราคายังมีการเคลื่อนไหวแกว่งตัวออกด้านข้าง

กลยุทธ์ Gold Futures:

Long Position จับตาราคาทองคำบริเวณ 1,620-1,626 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หากไม่สามารถผ่านไปได้ให้ขายทำกำไรโดยพยายามลดขนาดพอร์ตลง เพื่อลดความเสี่ยงจากปริมาณการซื้อขายบางเบาในช่วงต้นสัปดาห์หน้า

Short Position  หากราคาไม่หลุดบริเวณแนวรับ 1,600-1,594 ดอลลาร์ต่อออนซ์แนะนำให้ปิดสถานะ แต่หากราคาหลุดแนวรับดังกล่าวให้ชะลอไปปิดสถานะทำกำไรบริเวณแนวรับถัดไป 1,570-1,566 ดอลลาร์ต่อออนซ์Open New แนะนำให้เก็งกำไรระยะสั้นโดยหาจังหวะเปิดสถานะซื้อหากราคาอ่อนตัวลงไม่หลุดโซนบริเวณแนวรับ 1,600-1,594 ดอลลาร์ต่อออนซ์ (ตัดขาดทุนหากหลุด 1,581ดอลลาร์ต่อออนซ์)  และให้ปิดสถานะทำกำไรเมื่อราคาดีดตัวขึ้นไม่ผ่านแนวต้าน 1,620-1,626 ดอลลาร์ต่อออนซ์  หากผ่านถือสถานะซื้อต่อ

ข่าวสารประกอบการลงทุน

  • (+) “มอร์แกน สแตนลีย์”คาดเศรษฐกิจสหรัฐจะหดตัวในอัตราเร็วที่สุดนับแต่ปี 1946  ในคาดการณ์ฉบับใหม่เกี่ยวกับความเสียหายทางเศรษฐกิจจากการระบาดของโควิด-19 มอร์แกน สแตนลีย์ระบุในวันนี้ว่า เศรษฐกิจสหรัฐจะหดตัว 5.5% ในปี 2020 ซึ่งเป็นการปรับลงมากที่สุดนับตั้งแต่ปี 1946 ในขณะที่คาดว่าจะมีการหดตัวครั้งใหญ่ 38% สำหรับไตรมาส 2   มอร์แกน สแตนลีย์ระบุว่า ได้ปรับลดคาดการณ์ไตรมาสแรกสู่การหดตัวรายปี 3.4% จาก 2.4% ก่อนหน้านี้ ขณะที่ในไตรมาส 2 คาดว่าเศรษฐกิจจะหดตัว 38% เพิ่มขึ้นจากคาดการณ์ก่อนหน้านี้ถึงการหดตัว 30%  มอร์แกน สแตนลีย์ระบุว่า การว่างงานของสหรัฐจะแตะระดับสูงสุดที่ 15.7% ในไตรมาส 2 ซึ่งเพิ่มขึ้นจาก 12.8% ที่นักเศรษฐศาสตร์ของมอร์แกน สแตนลีย์คาดไว้ก่อนหน้านี้ ในขณะที่การสูญเสียงานจะอยู่ที่ 21 ล้านตำแหน่งในไตรมาส 2
  • (+) จีนปฏิเสธรายงานข่าวกรองสหรัฐ ยันตัวเลขผู้ติดเชื้อโควิด-19 ตรงตามจริง ชี้สหรัฐสนผลประโยชน์การเมืองมากกว่า  สถานทูตจีนในสหรัฐได้ออกมาปฏิเสธรายงานข่าวที่ว่า จีนได้ปิดบังตัวเลขผู้ติดเชื้อและผู้เสียชีวิตจากไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (โควิด-19) โดยจีนระบุว่า การกล่าวหาดังกล่าวเป็นไปเพื่อหวังผลประโยชน์ทางการเมืองมากกว่าเห็นแก่ชีวิตมนุษย์  แถลงการณ์ของสถานทูตจีนระบุว่า จีนเคารพหน้าที่ตามข้อกำหนดด้านสาธารณสุขสากล และได้รายงานสถิติความคืบหน้าของผู้ติดเชื้อและผู้เสียชีวิตแบบเปิดกว้าง โปร่งใส และรับผิดชอบ รัฐบาลจีนมีความรับผิดชอบต่อชีวิตประชาชนอย่างมาก และได้ใช้มาตรการที่เข้มแข็งและครอบคลุมมากมายเพื่อรับมือกับการแพร่ระบาดของโควิด-19   แถลงการณ์ยังระบุด้วยว่า “การใส่ร้ายและกล่าวโทษไม่สามารถชดเชยเวลาที่เสียไป อีกทั้งไม่สามารถปกปิดการไร้ความสามารถในการควบคุมโรคระบาด และไม่สามารถปกปิดความชั่วร้ายที่พยายามจะยกผลประโยชน์ทางการเมืองเหนือชีวิตมนุษย์ของบุคคลบางกลุ่มได้ ในการต่อสู้นี้ หลายประเทศต่างต้องร่วมมือกัน และสามารถเอาชนะได้ด้วยความร่วมมืออย่างแข็งแกร่งและเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน”  ถ้อยแถลงดังกล่าวมีขึ้นหลังจากสำนักข่าวต่างประเทศหลายแห่ง ซึ่งรวมถึงสำนักข่าวเกียวโดและสำนักข่าวบลูมเบิร์ก รายงานก่อนหน้านี้ว่า ฝ่ายข่าวกรองสหรัฐเชื่อว่า จีนซึ่งเป็นประเทศแรกที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 นั้น จงใจรายงานตัวเลขผู้ติดเชื้อและผู้เสียชีวิตในจีนเป็นจำนวนที่ต่ำกว่าความเป็นจริง 
  • (-) PMI ภาคบริการของยูโรโซนอยู่ที่ 26.4 ในมี.ค.ต่ำสุดในการสำรวจ ร่วงจาก 52.6 ในก.พ.  การสำรวจแสดงในวันนี้ว่า กิจกรรมธุรกิจยูโรโซนทรุดตัวลงในเดือนที่ผ่านมา ขณะที่ความพยายามในการควบคุมการระบาดของโควิด-19 ผลักดันให้รัฐบาลทั่วยุโรปปิดเศรษฐกิจ ตั้งแต่ร้านค้า, โรงงาน ไปจนถึงภัตตาคาร  ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) รวมขั้นสุดท้ายของยูโรโซนจาก IHS Markit ร่วงสู่ระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 29.7 ในเดือนมี.ค. จาก 51.6 ในเดือนก.พ. และต่ำกว่าตัวเลขขั้นต้นที่ 31.4 และเป็นการร่วงลงรายเดือนครั้งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่ที่การสำรวจเริ่มขึ้นในเดือนก.ค.1998 ระดับ 50 แบ่งแยกการขยายตัวจากการหดตัว 
  • (-) โพลล์ชี้ดอลลาร์สหรัฐจะยังได้รับความนิยมท่ามกลางแนวโน้มเศรษฐกิจโลกอ่อนแอ  ผลสำรวจภาคเอกชนแสดงว่า ดอลลาร์สหรัฐจะยังคงได้รับความนิยมในระยะใกล้จากแรงขับเคลื่อนของอุปสงค์สำหรับสินทรัพย์ปลอดภัยจากแนวโน้มเศรษฐกิจโลกที่ย่ำแย่ลง ขณะที่คาดว่าสกุลเงินสำคัญอื่นๆจะฟื้นตัวขึ้นจากการร่วงลงในปีที่กำลังจะมาถึง  ภาวะปั่นป่วนในตลาดการเงินและภาวะเศรษฐกิจโลกถดถอยที่เกือบจะเป็นที่แน่นอนแล้วจากการระบาดของโควิด-19 ทำให้เกิดการเร่งระดมทุนสกุลดอลลาร์ นั่นดันต้นทุนในการกู้ยืมเงินดอลลลาร์ในตลาดทุนให้พุ่งขึ้น โดยค่าสเปรดการสว็อปอัตราแลกเปลี่ยน 3 เดือนปรับขึ้นสู่ระดับเดียวกับช่วงวิกฤตการณ์การเงินปี 2008 ในเดือนที่ผ่านมา  แต่ค่าสเปรดเหล่านั้นปรับตัวลง หลังความพยายามของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในการเพิ่มสภาพคล่องดอลลาร์ด้วยการทำให้ง่ายขึ้นสำหรับธนาคารกลางอื่นๆในการสว็อปสกุลเงินของพวกเขาสำหรับดอลลาร์ ซึ่งทำให้นักเก็งกำไรลดคาดการณ์ที่สนับสนุนดอลลาร์ในสัปดาห์ล่าสุด