ข้ามไปยังทูลบาร์
กันยายน 25, 2020

วิเคราะห์ราคาทองคำ 3 เม.ย.63(ภาคเช้า) by YLG

Spread the love

โดย  : บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (YLG)

คำแนะนำ :

หากราคายืนเหนือ 1,600-1,594 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แนะนำเปิดสถานะซื้อ(ตัดขาดทุนหากหลุด 1,581 ดอลลาร์ต่อออนซ์) เมื่อราคาทองคำยังคงค่อยๆปรับตัวขึ้น แต่หากไม่สามารถทรงตัวในระดับสูงได้ให้แบ่งขายทำกำไรเพื่อลดความเสี่ยงหากไม่ผ่าน 1,620-1,626 ดอลลาร์ต่อออนซ์

แนวรับ : 1,594 1,566 1,547 แนวต้าน : 1,626 1,646 1,659

จจัยพื้นฐาน :

ราคาทองคำวานนี้ปิดพุ่งขึ้น  28.47  ดอลลาร์ต่อออนซ์  โดยได้รับแรงหนุนจากการเปิดเผยจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานของสหรัฐที่พุ่งขึ้นเกินคาดถึง 6.6 ล้านรายในสัปดาห์ที่สิ้นสุดวันที่ 28 มี.ค. สะท้อนมาตรการปิดเมือง (Lockdown)ในหลายรัฐของสหรัฐเพื่อยับยั้งการระบาดของ COVID-19 ส่งผลให้ชาวอเมริกันถูกปลดออกจากงานสูงถึง 10 ล้านคนเพียงแค่ในเวลาเพียง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา ขณะที่ตัวเลขผู้ติดเชื้อ COVID-19 ทั่วโลกยังคงพุ่งต่อเนื่อง ล่าสุดทะลุล้านรายสู่ระดับ 1,014,673 ราย ส่วนยอดผู้เสียชีวิตอยู่ที่ 52,983 ราย  ซึ่งก่อให้เกิดความวิตกว่าการระบาดของ COVID-19 จะยิ่งฉุดเศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจสหรัฐให้ตกต่ำมากยิ่งขึ้น  พร้อมกระตุ้นการคาดการณ์ว่าธนาคารกลางทั่วโลกโดยเฉพาะธนาคารกลางสหรัฐ(เฟด)จะผ่อนคลายนโยบายการเงินเพิ่มเติมเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจจึงเป็นปัจจัยบวกต่อราคาทองคำ  อย่างไรก็ดี  ความวิตกที่เกิดขึ้นกลับหนุนความต้องการดอลลาร์ในฐานะสกุลเงินปลอดภัยเช่นกัน ทำให้ราคาทองคำถูกสกัดช่วงบวกเอาไว้  ด้านกองทุน SPDR ถือครองทองคำเพิ่มขึ้น +3.22 ตัน  สำหรับวันนี้จับตาการเปิดเผยตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตร, อัตราการว่างงาน และรายได้เฉลี่ยต่อชั่วโมงแรงงาน  ForexFactory คาดว่าตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรอาจลดลง 81,000 ตำแหน่งในเดือนมี.ค. ด้าน Bloomberg consensus คาดการณ์ว่า  การจ้างงานจะลดลงมากถึง 100,000 ตำแหน่ง  ซึ่งถือเป็นการลดลงของตำแหน่งงานเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2010 ส่วนอัตราการว่างงานอาจเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 3.8% 

จจัยทางเทคนิค :

หลังจากราคาทองคำพยายามกลับขึ้นไปทดสอบโซน 1,620-1,626 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่หากไม่สามารถยืนเหนือบริเวณดังกล่าวได้ แสดงถึงแรงซื้อในระดับจำกัด ราคาอาจแกว่งตัวออกด้านข้างต่อและราคามีแนวโน้มอ่อนตัวลงทดสอบแนวรับ 1,600-1,594 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่ถ้าไม่สามารถยืนได้ จะเกิดแรงขายออกมา โดยแนวรับถัดไปจะอยู่ที่ 1,570-1,566  ดอลลาร์ต่อออนซ์

กลยุทธ์การลงทุน :

เปิดสถานะซื้อหากราคาย่อตัวลงไม่หลุดแนวรับ 1,600-1,594 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หรือหากรับความเสี่ยงได้น้อยอาจทยอยปิดสถานะซื้อทำกำไรหากราคาดีดตัวขึ้นไปไม่ผ่านแนวต้าน 1,620-1,626 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หากผ่านได้สามารถถือสถานะซื้อต่อ

ข่าวสารประกอบการลงทุน :

  • (+) สหรัฐเผยตัวเลขผู้ขอสวัสดิการว่างงานพุ่งเป็นประวัติการณ์เซ่นพิษโควิด-19  กระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยว่า จำนวนชาวอเมริกันที่ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรกพุ่งขึ้นสู่ระดับ 6.6 ล้านรายในสัปดาห์ที่แล้ว ซึ่งเป็นระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ขณะที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 3.1 ล้านราย  ตัวเลขผู้ยื่นขอสวัสดิการว่างงานดังกล่าวสูงกว่าตัวเลขสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่มีการรายงานในสัปดาห์ที่แล้วที่ระดับ 3.3 ล้านราย  การพุ่งขึ้นของตัวเลขผู้ขอสวัสดิการว่างงานมีสาเหตุจากการที่ภาคธุรกิจได้พากันปิดกิจการ จากมาตรการล็อกดาวน์ของรัฐบาล ท่ามกลางผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ซึ่งทำให้มีการปลดพนักงานจำนวนมาก
  • (+) สหรัฐเผยคำสั่งซื้อภาคโรงงานทรงตัวในเดือนก.พ. ขณะโควิด-19 กระทบห่วงโซ่อุปทาน  กระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยว่า คำสั่งซื้อภาคโรงงานของสหรัฐทรงตัวในเดือนก.พ. ขณะที่นักวิเคราะห์คาดว่าเพิ่มขึ้น 0.2% หลังจากลดลง 0.5% ในเดือนม.ค.  นักวิเคราะห์ระบุว่า การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ได้ส่งผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปทาน ซึ่งเป็นสาเหตุทำให้คำสั่งซื้อภาคโรงงานไม่มีการขยายตัวในเดือนก.พ.
  • (+) ทั่วโลกติดเชื้อโควิด-19 พุ่งทะลุ 1,000,000 ราย ตายกว่า 50,000 ราย  ข้อมูลล่าสุดจากหน่วยงานด้านสาธารณสุขทั่วโลกระบุว่า ยอดผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ทั่วโลกขณะนี้อยู่ที่ 1,000,940 ราย และยอดผู้เสียชีวิตอยู่ที่ 51,375 ราย  ทั้งนี้ สหรัฐมียอดผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 สูงสุดในโลก (236,036) รองลงมาคืออิตาลี (115,242), สเปน (110,238), เยอรมนี (84,284) และจีน (81,589)  ส่วนอิตาลีเป็นประเทศที่มีจำนวนผู้เสียชีวิตสูงสุดในโลก (13,915) ตามมาด้วยสเปน (10,096), สหรัฐ (5,777), ฝรั่งเศส (4,503), จีน (3,318) และอิหร่าน (3,160)  การที่ยอดผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ทั่วโลกพุ่งทะลุ 1,000,000 รายได้เป็นไปตามที่นายแพทย์ทีโดรส อัดฮานอม กีบรีเยซุส ผู้อำนวยการใหญ่ขององค์การอนามัยโลก (WHO) กล่าวเตือนวานนี้ว่า เจ้าหน้าที่ WHO มีความกังวลอย่างมากต่อการเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วของจำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 ขณะที่มีการคาดการณ์ว่าจำนวนผู้ติดเชื้อทั่วโลกจะพุ่งขึ้นมากกว่า 1,000,000 ราย และผู้เสียชีวิตจะเกินกว่า 50,000 รายในเวลาอีกเพียงไม่กี่วัน
  • (-) ดอลลาร์แข็งค่าเทียบสกุลเงินหลัก ท่ามกลางความวิตกโควิด-19  ดัชนีดอลลาร์ ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน ดีดตัวขึ้นในวันนี้ โดยนักลงทุนยังคงเข้าซื้อดอลลาร์ ท่ามกลางความวิตกเกี่ยวกับการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19  นอกจากนี้ ดอลลาร์ยังคงปรับตัวขึ้น แม้มีการเปิดเผยตัวเลขผู้ยื่นขอสวัสดิการว่างงานที่พุ่งขึ้นเกินคาด  ณ เวลา 00.57 น.ตามเวลาไทย ดอลลาร์แข็งค่า 0.71% สู่ระดับ 107.91 เยน ขณะที่ยูโรปรับตัวลง 0.52% สู่ระดับ 116.84 เยน และร่วงลง 1.25% สู่ระดับ 1.0830 ดอลลาร์ ส่วนดัชนีดอลลาร์ ซึ่งวัดความเคลื่อนไหวของดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน บวก 0.69% สู่ระดับ 100.36
  • (+/-) “ทรัมป์”คาดซาอุฯ-รัสเซียเล็งหั่นการผลิตน้ำมัน 10 ล้านบาร์เรลเพื่อรักษาเสถียรภาพตลาด  ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์เปิดเผยในวันนี้ว่า เขาได้หารือกับประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ผู้นำรัสเซีย เมื่อวานนี้ และมกุฏราชกุมารแห่งซาอุดีอาระเบีย ในวันนี้ ซึ่งเขาคาดว่าทั้งสองประเทศอาจปรับลดกำลังการผลิตราว 10 ล้านบาร์เรล หรืออาจมากถึง 15 ล้านบาร์เรล เพื่อรักษาเสถียรภาพของตลาด  นอกจากนี้ ปธน.ทรัมป์ยังกล่าวว่า เขาเชื่อว่าประเทศทั้งสองจะบรรลุข้อตกลงในการยุติการทำสงครามราคาในอีกไม่กี่วัน
  • (+/-) ดาวโจนส์ปิดพุ่ง 469.93 จุด ขานรับ”ทรัมป์”เชื่อมั่นซาอุฯ-รัสเซียยุติสงครามน้ำมัน  ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นเมื่อคืนนี้ (2 เม.ย.) หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ได้แสดงความเชื่อมั่นว่า ซาอุดีอาระเบียและรัสเซียจะบรรลุข้อตกลงเพื่อยุติสงครามราคาน้ำมัน และคาดว่าทั้งสองฝ่ายจะปรับลดกำลังการผลิตเพื่อรักษาเสถียรภาพในตลาดน้ำมัน โดยสัญญาณบวกดังกล่าวได้ช่วยหนุนหุ้นกลุ่มพลังงานฟื้นตัวขึ้น ซึ่งรวมถึงหุ้นเอ็กซอน โมบิล ที่พุ่งขึ้นกว่า 7%  ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 21,413.44 จุด พุ่งขึ้น 469.93 จุด หรือ +2.24% ขณะที่ดัชนี S&P500 ปิดที่ 2,526.90 จุด เพิ่มขึ้น 56.40 จุด หรือ +2.28% ส่วนดัชนี Nasdaq ปิดที่ 7,487.31 จุด เพิ่มขึ้น 126.73 จุด หรือ +1.72%