ข้ามไปยังทูลบาร์
กันยายน 28, 2020

วิเคราะห์ราคาทองคำ 3 มี.ค.63(ภาคเช้า) by YLG

Spread the love

โดย  : บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (YLG)

คำแนะนำ :

ซื้อขายทำกำไรระยะสั้นโดยพิจารณาโซน 1,612-1,624 ดอลลาร์ต่อออนซ์ในการเสี่ยงเปิดสถานะขายเพื่อเก็งกำไรระยะสั้น ขณะที่การเปิดสถานะซื้อจำเป็นต้องรอการอ่อนตัวลงจนราคาสามารถทรงตัวเหนือแนวรับ 1,585-1,574 ดอลลาร์ต่อออนซ์

แนวรับ : 1,585 1,574 1,562 แนวต้าน : 1,612 1,624 1,635

จจัยพื้นฐาน :

ราคาทองคำวานนี้ปิดปรับตัวเพิ่มขึ้น  8.93 ดอลลาร์ต่อออนซ์  หลังระหว่างวันพุ่งขึ้นไปทดสอบระดับสูงสุดบริเวณ 1,610.99 ดอลลาร์ต่อออนซ์   ท่ามกลางการคาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐ(เฟด)มีแนวโน้ม 100% ที่จะลดดอกเบี้ยลง 50 bps สู่ระดับ 1.00-1.25% ในการประชุมวันที่ 17-18 มี.ค.นี้  ประกอบกับดัชนีภาคการผลิตของสหรัฐจาก ISM ร่วงเกินคาดสู่ระดับ 50.1 ในเดือนก.พ.  ส่วนดัชนี PMI ภาคการผลิตสหรัฐจากมาร์กิตร่วงแตะระดับต่ำสุดรอบ 6 เดือนในก.พ.  ส่งผลกดดันให้ดัชนีดอลลาร์อ่อนค่าลงแตะระดับต่ำสุดนับตั้งแต่วันที่ 16 ม.ค.ในระหว่างวันจนหนุนให้ราคาทองคำทะยานขึ้น  อย่างไรก็ดี  ราคาทองคำลดช่วงบวกลงในเวลาต่อมา  โดยได้รับแรงกดดันจากการทะยานขึ้นของสินทรัพย์เสี่ยงในตลาดสหรัฐ  ทั้งนี้  ดัชนี Dow Jones ปิดพุ่ง 1,293.96 จุดหรือ +5.09% ทำสถิติพุ่งขึ้นในวันเดียวที่แข็งแกร่งที่สุดในรอบเกือบ 11 ปี, ดัชนี S&P500 ปิด +4.60% และดัชนี Nasdaq ปิด +4.49% ขานรับความหวังแบงก์ชาติทั่วโลกจับมือ IMF และเวิลด์แบงก์ดำเนินมาตรการทางเศรษฐกิจเพื่อรับมือผลกระทบ Covid-19  ด้านกองทุน SPDR ลดการถือครองทองคำลง -3.22 ตัน  สำหรับวันนี้ไม่มีการเปิดเผยตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐ  แต่อาจติดตามการเลือกตั้งขั้นต้นของพรรคเดโมแครต (Super Tuesday)เพื่อหาตัวแทนพรรคลงชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐในปลายปีนี้

จจัยทางเทคนิค :

ราคาทองคำเกิดแรงขายอ่อนตัวลงหลังจากที่ดีดตัวขึ้นมา อย่างไรก็ดี  ราคาสามารถทรงตัวเหนือแนวรับแรกโซน 1,585 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ เบื้องต้นมีแนวต้านระยะสั้นที่ 1,612-1,624 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หากไม่สามารถผ่านไปได้ ประเมินว่าจะเกิดแรงขายกดดันมาเข้าใกล้ 1,585-1,574 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่หากสามารถยืนเหนือแนวรับดังกล่าวได้ มีแนวโน้มขึ้นที่ราคาจะฟื้นตัวขึ้นทดสอบโซนแนวต้านอีกครั้ง

กลยุทธ์การลงทุน :

ราคาทองคำมีจุดเสี่ยงเปิดสถานะขายระยะสั้นในบริเวณ 1,612-1,624 ดอลลาร์ต่อออนซ์ (ตัดขาดทุนหากยืน 1,624 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้) แต่หากราคาอ่อนตัวลงไปก่อนให้พิจารณาบริเวณ 1,585-1,574 ดอลลาร์ต่อออนซ์เป็นจุดเปิดสถานะซื้อ แต่หากหลุดโซนแนวรับ 1,562 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แนะนำให้ชะลอการเข้าซื้อเพื่อรอดูการตั้งฐานของราคา

ข่าวสารประกอบการลงทุน :

  •  (+) ISM เผยดัชนีภาคการผลิตสหรัฐขยายตัวต่ำกว่าคาด เหตุถูกกระทบจาก”โควิด-19″  ผลสำรวจของสถาบันจัดการด้านอุปทานของสหรัฐ (ISM) ระบุว่า ดัชนีภาคการผลิตของสหรัฐร่วงลงสู่ระดับ 50.1 ในเดือนก.พ. จากระดับ 50.9 ในเดือนม.ค. และต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 50.8
  • (+) “ทรัมป์”กดดัน”พาวเวล”ลดดอกเบี้ย ชี้เฟดดำเนินการล่าช้ากว่าแบงก์ชาติอื่น   ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ทวีตข้อความในวันนี้ กดดันให้นายเจอโรม พาวเวล ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ปรับลดอัตราดอกเบี้ย เช่นเดียวกับธนาคารกลางแห่งอื่นๆ  “นายเจอโรม พาวเวล และเฟด ยังคงดำเนินการล่าช้าเหมือนเดิม ขณะที่เยอรมนีและประเทศอื่นๆ ต่างกำลังอัดฉีดเงินเข้าสู่เศรษฐกิจ โดยธนาคารกลางแห่งอื่นๆต่างดำเนินการในเชิงรุกมากกว่าเฟด ขณะที่สหรัฐควรมีอัตราดอกเบี้ยต่ำที่สุด แต่ความจริงไม่เป็นเช่นนั้น ทำให้เรากำลังเสียเปรียบ เราควรเป็นผู้นำ ไม่ใช่ผู้ตาม” ข้อความในทวิตเตอร์ระบุ
  • (+) นักลงทุนฟันธงเฟดมีแนวโน้ม 100% หั่นดอกเบี้ย 0.50% เดือนนี้ สกัดผลกระทบ”โควิด-19″  FedWatch Tool ของ CME Group บ่งชี้ว่า นักลงทุนคาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยอย่างเร็วที่สุดในการประชุมเดือนนี้ เพื่อลดผลกระทบจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19  ทั้งนี้ นักลงทุนคาดการณ์ว่า เฟดมีแนวโน้ม 100% ที่จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง 0.50% จากระดับ 1.50-1.75% สู่ระดับ 1.00-1.25% ในการประชุมวันที่ 17-18 มี.ค.
  • (+) ดอลล์อ่อนเทียบสกุลเงินหลัก หลังตลาดคาดเฟดลดดอกเบี้ยเดือนนี้  ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (2 มี.ค.) หลังจากมีกระแสคาดการณ์ว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยอย่างเร็วที่สุดในการประชุมเดือนนี้ เพื่อลดผลกระทบจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ขณะที่นักลงทุนจับตาข้อมูลเศรษฐกิจที่สำคัญของสหรัฐในสัปดาห์นี้ ซึ่งรวมถึงตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรประจำเดือนก.พ.  ดอลลาร์อ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับเงินเยน ที่ระดับ 107.84 เยน จากระดับ 107.85 เยน และอ่อนค่าเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิส ที่ระดับ 0.9572 ฟรังก์ จากระดับ 0.9656 ฟรังก์ ยูโรแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.1161 ดอลลาร์ จากระดับ 1.1027 ดอลลาร์ ขณะที่เงินปอนด์อ่อนค่าลงแตะที่ระดับ 1.2776 ดอลลาร์ จากระดับ 1.2792 ดอลลาร์
  • (+) OECD หั่นคาดการณ์เศรษฐกิจโลกปีนี้ สู่ระดับ 2.4% พิษ”โควิด-19″ฉุดภาคการผลิต  องค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) ประกาศปรับลดคาดการณ์การขยายตัวของเศรษฐกิจโลกในปีนี้ สู่ระดับ 2.4% จากตัวเลขคาดการณ์ในเดือนพ.ย.ปีที่แล้วที่ระดับ 2.9% โดยได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ซึ่งฉุดภาคการผลิต และการท่องเที่ยว  การประเมินของ OECD ตั้งอยู่บนสมมติฐานที่ว่า การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ในจีนจะแตะระดับสูงสุดในไตรมาสแรกของปีนี้ ขณะที่ประเทศอื่นๆจะมีความรุนแรงไม่มากนัก  อย่างไรก็ดี OECD ระบุว่า หากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 มีความรุนแรงมากกว่าที่คาดการณ์ไว้ โดยลุกลามไปในภูมิภาคเอเชีย-แปซิปิก, ยุโรป และอเมริกาเหนือ เศรษฐกิจโลกก็จะมีการขยายตัวเพียง 1.5% ในปีนี้
  • (-) ดาวโจนส์ปิดพุ่ง 1,293.96 จุด รับความหวังแบงก์ชาติทั่วโลกจับมือ IMF,เวิลด์แบงก์รับมือโควิด-19  ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดทะยานขึ้นกว่า 1,200 จุดเมื่อคืนนี้ (2 มี.ค.) ทำสถิติพุ่งขึ้นในวันเดียวที่แข็งแกร่งที่สุดในรอบเกือบ 11 ปี โดยได้แรงหนุนจากกระแสคาดการณ์ที่ว่า ธนาคารกลางทั่วโลกซึ่งรวมถึงธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะร่วมมือกับองค์กรต่างๆ เช่น กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) และธนาคารโลก ในการออกมาตรการเพื่อลดผลกระทบของไวรัสโควิด-19  ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 26,703.32 จุด พุ่งขึ้น 1,293.96 จุด หรือ +5.09% ขณะที่ดัชนี S&P500 ปิดที่ 3,090.23 จุด เพิ่มขึ้น 136.01 จุด หรือ +4.60% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 8,952.17 จุด เพิ่มขึ้น 384.80 จุด หรือ+4.49%