พุธ. ธ.ค. 11th, 2019

วิเคราะห์ราคาทองคำ 3 ธ.ค.62(ภาคเช้า) by HGF

โดย  : บริษัท ฮั่วเซ่งเฮง โกลด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด(HGF)

ประธานาธิบดีทรัมป์เก็บภาษีนำเข้าเหล็กจากบราซิลและอาร์เจนตินา คืนนี้สหรัฐไม่มีการเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจที่สำคัญ แนวโน้มทองคำคาดเคลื่อนไหวในกรอบ 1,450-1,465 ดอลลาร์

  • ราคาทองคำ Spot เมื่อวานปิดตลาดทรงตัว ทั้งนี้ทองคำมีปัจจัยหนุนจากเงินดอลลาร์ที่อ่อนค่าลง จากดัชนีภาคการผลิตของสหรัฐเดือนพ.ย.ลดลงสู่ระดับ 48.1 ซึ่งหดตัวลงติดต่อกันเป็นเดือนที่ 4 ทำให้กังวลเกี่ยวกับแนวโน้มเศรษฐกิจของสหรัฐ นอกจากนี้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ประกาศเรียกเก็บภาษีเหล็กและอลูมิเนียมนำเข้าจากบราซิลและอาร์เจนตินา ส่วนกองทุน SPDR ขายทองคำ 6.44 ตันเมื่อวาน
  • คืนนี้สหรัฐไม่มีการเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจที่สำคัญ ขณะที่ยังต้องติดตามประเด็นการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐและจีน ส่วนคืนพรุ่งนี้สหรัฐจะเปิดเผยจ้างงานภาคเอกชน ADP เดือนพ.ย. ซึ่งตลาดคาดจะเพิ่มขึ้น 140,000 ตำแหน่ง หลังจากเดือนต.ค. เพิ่มขึ้น 125,000 ตำแหน่ง
  • แนวโน้มราคาทองคำคาดจะเคลื่อนไหวในกรอบ 1,450-1,465 ดอลลาร์ ซึ่งราคาทองคำมีแนวรับอยู่ที่ 1,450 ดอลลาร์ และ 1,445 ดอลลาร์ ขณะที่มีแนวต้าน 1,465 ดอลลาร์ และ 1,470 ดอลลาร์

ราคาทองคำตลาดโลก

Close chg. Support Resistance
1,462.30 -1.30 1,450/1,445 1,465/1,470

ราคาทองคำแท่ง 96.5%

Close chg. Support Resistance
20,900 -50 20,800/20,750 21,000/21,050

โกลด์ฟิวเจอร์ส

Close chg Support Resistance
21,100 +110 20,950/20,900 21,120/21,170

เทรดดิ้งระยะสั้นแนะนำซื้อขายตามกรอบราคาทอง Spot ระหว่าง 1,450-1,465 ดอลลาร์ (GF 20,950-21,120 บาท) ส่วนการลงทุนในทองแท่ง แนะนำทยอยซื้อสะสมที่ราคาทองคำ Spot 1,450 ดอลลาร์

โกลด์ออนไลน์ฟิวเจอร์

Close chg Support Resistance
1,466.90 +7.10 1,453/1,448 1,468/1,473

เทรดดิ้งระยะสั้นแนะนำซื้อขายตามกรอบราคาทอง Spot ระหว่าง 1,453-1,468 ดอลลาร์

ค่าเงินบาท

ทิศทางเงินบาทในวันนี้คาดจะแข็งค่าขึ้น หลังจากที่ เงินดอลลาร์เมื่อเทียบกับเงินสกุลหลักอื่นๆอ่อนค่าลง เนื่องจากดัชนีภาคการผลิตของสหรัฐเดือนพ.ย.หดตัวลงติดต่อกันเป็นเดือนที่ 4 โดย USD Futures คาดจะมีแนวต้านที่ 30.28 และ 30.30 บาท/ดอลลาร์ ขณะที่มีแนวรับที่ 30.20 บาท/ดอลลาร์

News

ตลาดการเงินต่างประเทศ : ดอลล์อ่อนเทียบสกุลเงินหลัก วิตกภาคการผลิตสหรัฐหดตัว

          ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนที่ผ่านมา (2 ธ.ค.) หลังจากดัชนีภาคการผลิตของสหรัฐหดตัวลงติดต่อกันเป็นเดือนที่ 4 ซึ่งส่งผลให้นักลงทุนวิตกกังวลเกี่ยวกับแนวโน้มเศรษฐกิจของสหรัฐ ขณะที่นักลงทุนจับตาข้อมูลการจ้างงานของสหรัฐในสัปดาห์นี้ ซึ่งรวมถึงตัวเลขจ้างงานภาคเอกชนและตัวเลขจ้างงานนอกภาคการเกษตรประจำเดือนพ.ย.

ตลาดโลหะมีค่าต่างประเทศ : ทองปิดลบ $3.50นักลงทุนเทขายสินทรัพย์ปลอดภัยหลังภาคการผลิตจีนแข็งแกร่ง

          สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดลบเมื่อคืนที่ผ่านมา (2 ธ.ค.) หลังจากการเปิดเผยตัวเลขภาคการผลิตที่แข็งแกร่งของจีน ซึ่งทำให้นักลงทุนคลายความกังวลเกี่ยวกับการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก และลดการถือครองทองคำซึ่งเป็นสินทรัพย์ที่ปลอดภัย สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนก.พ. ลดลง 3.50 ดอลลาร์ หรือ 0.24% ปิดที่ 1,469.20 ดอลลาร์/ออนซ์              สัญญาโลหะเงินส่งมอบเดือนมี.ค. ลดลง 14 เซนต์ หรือ 0.82% ปิดที่ 16.966 ดอลลาร์/ออนซ์

ตลาดน้ำมันดิบต่างประเทศ : น้ำมัน WTI ปิดบวก 79 เซนต์ ขานรับภาคการผลิตจีนสดใส

          สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดบวกเมื่อคืนที่ผ่านมา (2 ธ.ค.) ขานรับดัชนีภาคการผลิตของจีนที่ขยายตัวแข็งแกร่งในเดือนพ.ย. รวมทั้งการคาดการณ์ที่ว่า กลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) จะตัดสินใจขยายเวลาการปรับลดกำลังการผลิตน้ำมัน รวมทั้งปรับลดการผลิตน้ำมันในปริมาณที่เพิ่มขึ้น ในการประชุมสัปดาห์นี้ สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนม.ค. เพิ่มขึ้น 79 เซนต์ หรือ 1.4% ปิดที่ 55.96 ดอลลาร์/บาร์เรล          สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ส่งมอบเดือนก.พ. เพิ่มขึ้น 43 เซนต์ หรือ 0.7% ปิดที่ 60.92 ดอลลาร์/บาร์เรล

ตลาดหุ้นต่างประเทศ : ดาวโจนส์ปิดร่วง 268.37 จุด วิตกภาคการผลิตสหรัฐหดตัว

          ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดร่วงลงเมื่อคืนที่ผ่านมา (2 ธ.ค.) หลังจากดัชนีภาคการผลิตของสหรัฐหดตัวลงติดต่อกันเป็นเดือนที่ 4 ซึ่งส่งผลให้นักลงทุนวิตกกังวลเกี่ยวกับแนวโน้มเศรษฐกิจของสหรัฐ นอกจากนี้ บรรยากาศการซื้อขายในตลาดหุ้นนิวยอร์กยังได้รับแรงกดดันจากการที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ประกาศเรียกเก็บภาษีเหล็กและอลูมิเนียมนำเข้าจากบราซิลและอาร์เจนตินา โดยอ้างว่าทั้งสองประเทศได้ลดค่าเงินลงอย่างมาก ซึ่งไม่เป็นผลดีต่อเกษตรกรของสหรัฐ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 27,783.04 จุด ร่วงลง 268.37 จุด หรือ -0.96% ขณะที่ดัชนี S&P500 ปิดที่ 3,113.87 จุด ลดลง 27.11 จุด หรือ -0.86% ส่วนดัชนี Nasdaq ปิดที่ 8,567.99 จุด ลดลง 97.48 จุด หรือ -1.12%