พุธ. ธ.ค. 11th, 2019

วิเคราะห์ราคาทองคำ 3 ธ.ค.62(ภาคบ่าย) by YLG

โดย  : บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (YLG)

แนวรับ : 1,452 1,445 1,437

แนวต้าน : 1,471 1,479 1,487

ข่าวสารสำคัญเพื่อประกอบการลงทุน (เพิ่มเติมช่วงเย็น)

สรุป  รมว.เศรษฐกิจฝรั่งเศสกล่าวในวันนี้ว่า ฝรั่งเศสจะ “ต่อสู้” กับคำขู่เก็บภาษีล่าสุดของสหรัฐต่อผลิตภัณฑ์ฝรั่งเศส และจะไม่เปลี่ยนแปลงแผนภาษีดิจิทัลที่ฝรั่งเศสมีต่อบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ของสหรัฐ ประเด็นดังกล่าวเป็นอีกสัญญาณหนึ่งถึงความขัดแย้งทางการค้าเพิ่มขึ้น หลังจากรัฐบาลสหรัฐ ระบุว่า อาจเรียกเก็บภาษีมากถึง 100% ต่อการนำเข้าแชมเปญ, กระเป๋าถือ, เนยแข็ง และผลิตภัณฑ์อื่นๆ มูลค่า 2.4 พันล้านดอลลาร์ต่อสินค้าฝรั่งเศส แนวโน้มดังกล่าวกดดันดัชนีดอลลาร์ จนกระตุ้นแรงซื้อทองคำ  อย่างไรก็ตาม ราคาทองคำยังเคลื่อนไหวในกรอบ โดยยังปรับตัวขึ้นไม่มาก เนื่องจากปธน.ทรัมป์ กล่าวว่า เขาเชื่อว่า จีนยังต้องการข้อตกลง  จนสร้างความหวังว่าสหรัฐจะหลีกเลี่ยงการเรียกเก็บภาษีเพิ่ม 15% ต่อผลิตภัณฑ์จีนมูลค่า 1.56 แสนล้านดอลลาร์ในวันที่ 15 ธ.ค. ภายใต้ข้อตกลงการค้า“ระยะที่ 1” ประเด็นดังกล่าวสร้างแรงขายทำกำไรสลับเข้ามายังตลาดทองคำ ทั้งนี้ ในระยะสั้น ราคาทองคำยังคงพยายามรักษาระดับไว้ หากทรงตัวเหนือระดับ 1,455-1,452 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แนะนำเข้าซื้อเพื่อหวังทำกำไรจากการดีดตัวขึ้นทดสอบโซน 1,466-1,471 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่หากผ่านแนวต้านดังกล่าวไปได้ มีแนวโน้มขยับขึ้นทดสอบแนวต้านถัดไปในโซน 1,479 ดอลลาร์ต่อออนซ์

ปัจจัยทางเทคนิค

แนวโน้ม Gold Spot: ราคาทองคำกำลังพยายามสร้างฐานและอาจมีความเป็นไปได้ที่ราคาจะขึ้นทดสอบโซน 1,466-1,471 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หากผ่านได้อาจขยับขึ้นทดสอบแนวต้านถัดไปบริเวณ 1,479 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่หากผ่านแนวต้านแรกไม่ได้มีโอกาสย่อตัวลงมาในแนวรับ 1,466-1,471 ดอลลาร์ต่อออนซ์เพื่อสะสมกำลังอีกครั้ง

กลยุทธ์ Gold Futures:

Long Position สังเกตโซน 1,466-1,471 ดอลลาร์ต่อออนซ์ เพราะถ้าราคายังเคลื่อนตัวไม่ผ่านจุดดังกล่าว ก็ควรที่จะขายทำกำไรออกไปก่อน และรอเข้าซื้ออีกครั้งที่แนวรับ 1,455-1,452 ดอลลาร์ต่อออนซ์

Short Position  แนะนำให้แบ่งปิดสถานะทำกำไรบางส่วนหากราคามีการอ่อนตัวใกล้กับแนวรับ 1,455-1,452 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และจำเป็นต้องลดสถานะทำขายลงหากราคาทรงตัวได้มั่นคงเหนือบริเวณ 1,466-1,471 ดอลลาร์ต่อออนซ์

Open New  ใช้แนวรับ 1,455-1,452 ดอลลาร์ต่อออนซ์เป็นจุดในการเข้าซื้อเก็งกำไร หรือหากรับความเสี่ยงได้น้อยหรือถือทองคำในมืออยู่แล้ว อาจรอดูบริเวณโซน 1,466-1,471 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หากยืนไม่ได้พิจารณาปิดสถานะซื้อเพื่อทำกำไรระระยะสั้น อย่างไรก็ตามยังคงเน้นการทำกำไรระยะสั้นจากการแกว่งตัว

ข่าวสารประกอบการลงทุน

  • (+) ดอลลาร์ถูกถ่วงจากวิตกเศรษฐกิจ,สงครามการค้าสหรัฐทวีความรุนแรง ดอลลาร์อยู่ใกล้ระดับต่ำสุดรอบ 1 สัปดาห์ เมื่อเทียบกับเยนในวันนี้ และอยู่ใกล้ระดับต่ำสุดรอบเกือบ 2 สัปดาห์ เมื่อเทียบกับยูโร จากความวิตกเกี่ยวกับข้อมูลภาคการผลิตที่อ่อนแอของสหรัฐและสัญญาณการเผชิญหน้าครั้งใหม่ในสงครามการค้าสหรัฐ นอกจากนี้ ความเชื่อมั่นยังได้รับผลกระทบ หลังจากที่ปธน.โดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐประกาศภาษีต่อโลหะนำเข้าจากบราซิลและอาร์เจนตินา  ข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐเมื่อไม่นานมานี้แสดงสัญญาณการปรับตัวดีขึ้น ดังนั้น กิจกรรมภาคการผลิตที่หดตัวลงเป็นเดือนที่ 4 ติดต่อกัน รวมทั้งการปรับตัวลงอย่างไม่คาดคิดของการใช้จ่ายด้านการก่อสร้าง จึงส่งผลกระทบอย่างมากต่อความหวังที่ว่า เศรษฐกิจสหรัฐมีเสถียรภาพ นอกจากนี้ นักลงทุนยังวิตกว่า สหรัฐจะดำเนินการอย่างไรต่อสงครามการค้ากับจีน ขณะที่การเก็บภาษีมากขึ้นต่อสินค้าของประเทศอื่นๆจะสร้างความเสี่ยงเพิ่มเติมต่อแนวโน้มเศรษฐกิจโลก  “ข้อมูลที่อ่อนแอทำให้หลายคนยุติการเข้าซื้อดอลลาร์และตัดขาดทุน” นักวิเคราะห์กล่าว “ความขัดแย้งทางการค้ายังคงเป็นความเสี่ยงที่คงอยู่ ซึ่งไม่ดีต่อความเชื่อมั่นของตลาด”  เมื่อเทียบกับตะกร้าสกุลเงินสำคัญ 6 สกุล ดัชนีดอลลาร์อยู่ที่ 97.905 โดยร่วงลงมากที่สุดในรอบ 6 สัปดาห์เมื่อวานนี้
  • (+) รมว.เศรษฐกิจเผยฝรั่งเศสจะต่อสู้ขณะสหรัฐขู่เก็บภาษีครั้งใหม่ นางแอคเนส ปานนิเยร์-รูนาเชอร์ รมว.เศรษฐกิจฝรั่งเศสกล่าวในวันนี้ว่า ฝรั่งเศสจะ “ต่อสู้” กับคำขู่เก็บภาษีล่าสุดของสหรัฐต่อผลิตภัณฑ์ฝรั่งเศส และจะไม่เปลี่ยนแปลงแผนภาษีดิจิทัล เมื่อวานนี้รัฐบาลสหรัฐระบุว่า อาจเรียกเก็บภาษีมากถึง 100% ต่อการนำเข้าแชมเปญ, กระเป๋าถือ, เนยแข็ง และผลิตภัณฑ์อื่นๆ มูลค่า 2.4 พันล้านดอลลาร์ของฝรั่งเศส หลังสรุปว่า ภาษีบริการดิจิทัลใหม่ของฝรั่งเศสจะสร้างความเสียหายต่อบริษัทเทคโนโลยีสหรัฐ  “มีความชัดเจนอย่างมากว่า เราไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงในเรื่องนี้ ในหัวข้อที่ชัดเจนและเข้าใจได้ง่ายในทางเศรษฐกิจ” นางปานนิเยร์-รูนาเชอร์กล่าวถึงภาษีดิจิทัล
  • (+) อุตฯเหล็กกล้าอาร์เจนตินาชี้ภาษีสหรัฐจะกระทบการผลิต,จ้างงาน เมื่อวานนี้สภาอุตสาหกรรมเหล็กกล้าของอาร์เจนตินาระบุว่า กังวลอย่างมากเกี่ยวกับแผนของสหรัฐในการเรียกเก็บภาษีอีกครั้งต่อการส่งออกโลหะของอาร์เจนตินา ซึ่งจะสร้างความเสียหายต่อการผลิตท้องถิ่นและการจ้างงาน เมื่อวานนี้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐโจมตีบราซิลและอาร์เจนตินาด้วยการประกาศเรียกเก็บภาษีต่อการนำเข้าเหล็กกล้าและอะลูมิเนียมจากทั้ง 2 ประเทศภายใต้มาตรการตอบโต้เรื่องเงินอ่อนค่าที่เขาระบุว่า สร้างความเสียหายต่อเกษตรกรสหรัฐ
  • (+) จีน เตรียมขึ้นบัญชีดำหน่วยงานสหรัฐฯ จ่อกระทบการเจรจาการค้าเฟสแรก สำนักข่าวบลูมเบิร์ก รายงานว่า รัฐบาลจีนมีแผนที่จะขึ้นบัญชีดำ”หน่วยงานที่ไม่น่าเชื่อถือ” ซึ่งอาจนำไปสู่การคว่ำบาตรที่มีต่อบริษัทของสหรัฐฯ และเป็นการส่งสัญญานว่าการเจรจาการค้าของทั้งสองประเทศกำลังถูกคุกคามจากข้อพิพาทในเรื่องของสิทธิมนุษย์ชนในเมืองซินเจียงของจีน และ ฮ่องกง การเคลื่อนไหวของรัฐบาลจีนในครั้งนี้นับว่าเป็นการตอบโต้รัฐบาลสหรัฐฯ ที่ใช้มาตรการต่อต้านเจ้าหน้าที่ของจีน จากกรณีละเมิดสิทธิมนุษยชนในเมืองซินเจียง และการผ่านร่าง กฎหมายสนับสนุนผู้ประท้วงในฮ่องกง โดยประธานาธิบดี โดนัลล์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ยอมรับว่าการลงนามร่างกฎหมายสนับสนุนผู้ประท้วงฮ่องกงในสัปดาห์ที่ผ่านมา อาจทำให้การเจรจาทางการค้าเพื่อบรรลุข้อตกลงการค้าในเฟสแรกต้องพบกับอุปสรรคและความยากลำบากมากขึ้น ขณะที่นาย Hu Xijin หัวหน้าบรรณาธิการของหนังสือพิมพ์ โกลบอล ไทม์ ของจีน กล่าวว่าการตอบโต้ของรัฐบาลจีนในครั้งนี้ อาจทำให้เจ้าหน้าที่ของสหรัฐฯต้องเผชิญกับข้อจำกัดด้านวีซ่า และ ถูกห้ามเข้าประเทศจีน อย่างไรก็ตามรัฐบาลจีนไม่ได้ระบุว่า หน่วยงานใดบ้างที่จะได้รับผลกระทบจากการประกาศรายชื่อในครั้งนี้ ทั้งนี้ รัฐสภาสหรัฐฯ มีกำหนดการที่จะลงมติในการผ่านร่างกฎหมาย “คุ้มครองชาวอุยกูร์’ ในภูมิภาคซินเจียง ในวันนี้ หลังร่างกฎหมายดังกล่าวผ่านความเห็นชอบจากวุฒิสภาสหรัฐฯเมื่อเดือน ก.ย.ที่ผ่านมา
  • (+/-) รมว.ต่างประเทศบราซิลเผยไม่กังวลภาษี“ทรัมป์” เมื่อวานนี้นายเออร์เนสโต อาเราโฮ รัฐมนตรีต่างประเทศบราซิลระบุว่า เขาไม่กังวลเรื่องภาษีโลหะที่ประกาศโดยประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และระบุว่าการออกมาตรการดังกล่าวจะไม่ยับยั้งบราซิลจากการกระชับความสัมพันธ์กับสหรัฐ นายอาเราโฮเสริมว่า รัฐบาลบราซิลได้หารือกับหน่วยงานสหรัฐในประเด็นภาษีแล้ว ซึ่งจะเรียกเก็บต่อการส่งออกเหล็กกล้าและอะลูมิเนียมของบราซิลและอาร์เจนตินาไปยังสหรัฐ