พฤหัส. พ.ย. 21st, 2019

วิเคราะห์ราคาทองคำ 3 ต.ค.62(ภาคบ่าย) by YLG


โดย  : บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (YLG)

แนวรับ : 1,491 1,483 1,474

แนวต้าน : 1,512 1,524 1,535

ข่าวสารสำคัญเพื่อประกอบการลงทุน (เพิ่มเติมช่วงเย็น)

สรุป  ข้อมูลการผลิตอันอ่อนแอของสหรัฐจุดชนวนความกังวลเกี่ยวกับการเติบโตทางเศรษฐกิจโลกที่กำลังชะลอตัว ซึ่งกระตุ้นแรงเทขายในตลาดหุ้นให้ขยายวงกว้าง ทั้งนี้ ตลาดหุ้นเอเชียวันนี้ปรับตัวลง ส่วนตลาดหุ้นยุโรปเปิดตลาดวันนี้อ่อนตัวลง จากความกังวลต่อผลกระทบของสงครามการค้า นอกจากนี้ S&P Global Ratings ซึ่งเป็นสถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือ ทำการวิเคราะห์แนวโน้มหนี้สินผู้ประกอบการ, ความเสี่ยง และผลประกอบการของบริษัทนอกกลุ่มการเงินขนาดกลางกว่า 20,000 แห่งทั่วโลก บ่งชี้ว่าการเติบโตด้านกำไรของผู้ประกอบการในระดับต่ำทั่วโลกเป็นสัญญาณเตือนล่วงหน้าเกี่ยวกับความเป็นไปได้ของภาวะถดถอยของผลประกอบการและเศรษฐกิจที่มีความเสี่ยงรุนแรงขึ้น แนวโน้มดังกล่าว กระตุ้นแรงซื้อทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย ทั้งนี้ ระยะสั้นหากราคาทองคำขึ้นทดสอบแนวต้าน 1,487 ดอลลาร์ต่อออนซ์ นักลงทุนที่มีทองคำในมือ อาจขายบางส่วนหากราคาไม่ผ่านบริเวณแนวต้าน เพราะหากไม่สามารถผ่านไปได้อาจเห็นการย่อตัวลงไปบริเวณแนวรับ แนะนำให้รอจังหวะเข้าซื้อเพื่อเก็งกำไรระยะสั้น บริเวณแนวรับ 1,464 หรือ 1,458 ดอลลาร์ต่อออนซ์ อย่างไรก็ตามนักลงทุนควรมีจุดตัดขาดทุนหากราคาไม่เป็นไปตามที่คาดการณ์

ปัจจัยทางเทคนิค

แนวโน้ม Gold Spot: ราคาทองคำดีดตัวกลับขึ้นไปพยายามทดสอบแนวต้าน แต่หากยังไม่สามารถยืนได้อาจเกิดการอ่อนตัวเพื่อสะสมกำลัง  และอาจทำให้ราคาปรับตัวลงซึ่งประเมินแนวรับที่ 1,464 หรือ 1,458 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หากราคาสามารถยืนได้ น่าจะมีแรงซื้อเก็งกำไรกลับเข้ามาอีกครั้ง

กลยุทธ์ Gold Futures:

Long Position นักลงทุนควรลดความเสี่ยงโดยการปิดสถานะหากราคาทองคำดีดตัวขึ้นไม่ผ่านแนวต้านบริเวณ 1,487 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และตัดขาดทุนหากราคาทองคำได้ดิ่งลงต่ำกว่าแนวรับ 1,458 ดอลลาร์ต่อออนซ์

Short Position นักลงทุนสามารถปิดสถานะหากราคาทองคำลงมาบริเวณ 1,464 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และหากหลุดแนวดังกล่าว ก็สามารถรอทำกำไรในแนวรับต่อไปบริเวณ 1,458 ดอลลาร์ต่อออนซ์

Open New แนะนำขายทำกำไรหากราคาไม่สามารถผ่านแนวต้าน 1,487 ดอลลาร์ต่อออนซ์ไปได้ แต่สำหรับผู้ที่รับความเสี่ยงได้มาก แนะนำให้ซื้อเก็งกำไรจากการดีดตัว ในบริเวณแนวรับ 1,458 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่หากราคาหลุด แนะนำให้ตัดขาดทุน  สำหรับนักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้น้อย แนะนำให้ชะลอการลงทุนเพื่อรอดูการตั้งฐานของราคาอีกครั้ง

ข่าวสารประกอบการลงทุน

  • (+) นิกเกอิปิดร่วง 436.87 จุด วิตกตัวเลขจ้างงานสหรัฐชะลอตัว  ดัชนีนิกเกอิตลาดหุ้นโตเกียวปิดร่วงลงแตะระดับต่ำสุดในรอบ 3 สัปดาห์ในวันนี้ เนื่องจากนักลงทุนวิตกกังวลเกี่ยวกับตัวเลขจ้างงานภาคเอกชนของสหรัฐที่ขยายตัวช้าลง นอกจากนี้ เงินเยนที่แข็งค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินดอลลาร์ยังสร้างแรงกดดันต่อหุ้นกลุ่มส่งออก  สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า ดัชนีนิกเกอิปิดร่วงลง 436.87 จุด หรือ 2.01% แตะที่ระดับ 21,341.74 จุด  ราคาหุ้นร่วงลงทั้งกระดาน นำโดยหุ้นกลุ่มเหมืองแร่ กลุ่มเกษตรและประมง และกลุ่มอุปกรณ์ด้านการขนส่ง   
  • (-) สื่อเผยอียูพร้อมไฟเขียวให้อังกฤษขยายกำหนดเส้นตายเบร็กซิท  หนังสือพิมพ์เดอะ ไทม์สรายงานวันนี้ว่า สหภาพยุโรป (EU) พร้อมที่จะให้อังกฤษขยายกำหนดเส้นตายเบร็กซิทปัจจุบันในวันที่ 31 ต.ค.อีกครั้ง  สหภาพยุโรปจะอนุญาตให้ขยายเวลา แม้ว่านายกรัฐมนตรีบอริส จอห์นสัน ของอังกฤษไม่ได้ยื่นคำร้อง หนังสือพิมพ์ดังกล่าวเสริมว่า ผู้นำยุโรปขณะนี้เตรียมพร้อมจัดประชุมสุดยอดเบร็กซิทฉุกเฉินในสัปดาห์สุดท้ายของเดือนต.ค. หากนายกฯจอห์นสันล้มเหลวในการทำให้ข้อตกลงใหม่ได้รับการอนุมัติจากรัฐสภาในช่วง 2 สัปดาห์ข้างหน้า  รายงานนี้มีขึ้นหลังจากที่อังกฤษเผยข้อเสนอใหม่สำหรับเบร็กซิทเมื่อวานนี้
  • (-)“มาร์กิต” เผยดัชนี PMI รวมภาคผลิต-บริการเดือนก.ย.ยูโรโซนปรับตัวลดลง  ไอเอชเอส มาร์กิต ซึ่งเป็นบริษัทให้บริการข้อมูลทางการเงิน เปิดเผยว่า ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) รวมภาคการผลิตและบริการของยูโรโซน ปรับตัวลดลงสู่ระดับ 50.1 ในเดือนก.ย. ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบกว่า 6 ปี จากระดับ 51.9 ในเดือนส.ค.  ดัชนี PMI ยังคงอยู่สูงกว่าระดับ 50 ซึ่งบ่งชี้ว่า กิจกรรมในภาคธุรกิจของยูโรโซนยังคงมีการขยายตัว แต่ได้รับปัจจัยกดดันจากภาคการผลิตสินค้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งเยอรมนี  ทั้งนี้ ดัชนี PMI ภาคบริการ อยู่ที่ 51.6 ในเดือนก.ย. ลดลงจากระดับ 53.5 ในเดือนส.ค.
  • (-) “มาร์กิต” เผยดัชนี PMI ภาคบริการเยอรมนีเดือนก.ย.ร่วงแตะระดับต่ำสุดในรอบ 3 ปี  ไอเอชเอส มาร์กิต ซึ่งเป็นบริษัทให้บริการข้อมูลทางการเงิน เปิดเผยว่า ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคบริการของเยอรมนี ปรับตัวลงสู่ระดับ 51.4 ในเดือนก.ย. ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 3 ปี จากระดับ 54.8 ในเดือนส.ค.   อย่างไรก็ดี ดัชนี PMI ยังคงอยู่เหนือกว่าระดับ 50 ซึ่งบ่งชี้ว่า ภาคบริการของเยอรมนียังคงขยายตัว แต่ได้รับปัจจัยกดดันบ้างจากยอดงานใหม่ที่ปรับตัวลดลง ขณะที่กิจกรรมทางธุรกิจชะลอตัวลงเช่นกัน
  • (+/-) “ดอยช์แบงก์”คาดมีโอกาส 50% ของเบร็กซิทแบบไร้ข้อตกลงภายในสิ้นปีนี้  เมื่อวานนี้ดอยช์แบงก์ระบุว่า ทางธนาคารยังเห็นโอกาส 50% ที่ว่า อังกฤษจะแยกตัวจากสหภาพยุโรป (EU) โดยปราศจากข้อตกลงภายในสิ้นปีนี้หลังการเลือกตั้งทั่วไป แต่ระบุว่า มีโอกาส 20% ของการทำข้อตกลงอย่าง “ไม่คาดคิด” ในช่วงต่อไปในเดือนนี้  ดอยช์แบงก์คาดว่า มีโอกาส 40% ที่จะมีการจัดตั้งรัฐบาลรักษาการและการเลือกตั้งทั่วไป  ดอยช์แบงก์คาดว่า มีความเป็นไปได้ 25% ของเบร็กซิทแบบมีข้อตกลง, การทำประชามติครั้งที่ 2 หรือการยกเลิกเบร็กซิท  กรณีทางเลือก ซึ่งมีโอกาส 15% จะเป็นเบร็กซิทแบบไร้ข้อตกลงที่เป็นผลจากการเลือกตั้งทั่วไป
  • (-) ก.เกษตรยืนยันขายถั่วเหลืองสหรัฐแก่จีน 464,000 ตัน  เมื่อวานนี้กระทรวงเกษตรสหรัฐ (USDA) ระบุว่า ผู้ส่งออกเอกชนขายถั่วเหลืองสหรัฐ 464,000 ตันแก่จีนสำหรับการส่งมอบในปีการตลาด 2019/20 ซึ่งเริ่มตั้งแต่วันที่ 1 ก.ย. ซึ่งเป็นการซื้อรอบล่าสุดของจีนซึ่งเป็นผู้นำเข้าถั่วเหลืองชั้นนำของโลก  การประกาศของ USDA ได้มีการคาดไว้แล้ว หลังจากที่เมื่อวันจันทร์แหล่งข่าวระบุว่า ผู้ซื้อจีนสั่งซื้อถั่วเหลืองมากถึง 600,000 ตันสำหรับการส่งมอบตั้งแต่เดือนพ.ย.-ม.ค.ภายใต้โควต้ายกเว้นภาษีแก่ผู้นำเข้าบางราย   การสั่งซื้อดังกล่าวมีขึ้นก่อนการเจรจาการค้าระดับสูงของสหรัฐและจีน ซึ่งมีกำหนดจัดขึ้นสัปดาห์หน้า โดยมุ่งหวังยุติสงครามการค้าที่ดำเนินมานานเกือบ 15 เดือน ซึ่งถ่วงการส่งออกภาคเกษตรสหรัฐและสั่นคลอนตลาดต่างๆทั่วโลก  ข้อมูลของ USDA ระบุว่า จีนซื้อถั่วเหลืองสหรัฐกว่า 2.1 ล้านตันนับตั้งแต่เริ่มการซื้ออีกครั้งในช่วงต้นเดือนก.ย.