พฤหัส. พ.ย. 21st, 2019

วิเคราะห์ราคาทองคำ 3 ต.ค.62(ภาคเช้า) by YLG

โดย  : บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (YLG)

คำแนะนำ :

เนื่องจากราคาปรับขึ้นค่อนข้างมาก  แนะนำเน้นการลงทุนระยะสั้นและไม่ควรถือสถานะข้ามวัน หากราคาไม่ผ่านแนวต้าน 1,505-1,512  ดอลลาร์ต่อออนซ์ อาจเห็นการอ่อนตัวลงระยะสั้น โดยรอเสี่ยงเปิดสถานะซื้อในบริเวณ 1,491-1,483 ดอลลาร์ต่อออนซ์

แนวรับ : 1,491 1,483 1,474  แนวต้าน : 1,512 1,524 1,535

จจัยพื้นฐาน :

ราคาทองคำวานนี้ทะยานขึ้น  20.30 ดอลลาร์ต่อออนซ์  โดยได้รับแรงหนุนจากความวิตกว่าเศรษฐกิจสหรัฐอาจเผชิญกับสภาวะเศรษฐกิจถดถอยในอนาคต  หลังจากตัวเลข PMI ภาคการผลิตจาก ISM ออกมาแย่เกินคาดและแตะระดับต่ำสุดในรอบ 10 ปี  ความวิตกดังกล่าวถูกตอกย้ำด้วยการเปิดเผยตัวเลขการจ้างงานภาคเอกชนจาก ADP ที่ออกมาแย่เกินคาดเช่นกัน  นั่นทำให้เทรดเดอร์ปรับเพิ่มการคาดการณ์ที่ว่าธนาคารกลางสหรัฐ(เฟด)จะ“ลด”ดอกเบี้ยในการประชุมเดือนต.ค.นี้  สะท้อนจาก FedWatch ของ CME ที่บ่งชี้ว่า บรรดาเทรดเดอร์คาดการณ์ว่า มีโอกาสถึง 77.5% ที่เฟดจะปรับลดดอกเบี้ย  0.25% ในเดือนต.ค.นี้  เพิ่มขึ้นจากระดับ 41.2% ในช่วงต้นสัปดาห์จึงเป็นส่วนหนึ่งที่กดดันสกุลเงินดอลลาร์ให้อ่อนค่าลง  นอกจากนี้แล้วความวิตกดังกล่าวยังกดดันให้ตลาดหุ้นถูกเทขายอย่างหนัก  จนดัชนีดาวโจนส์ดิ่งลงเกือบ 500 จุด  พร้อมกับกระตุ้นแรงซื้อสินทรัพย์ปลอดภัยในวงกว้าง  ไม่ว่าจะเป็นทองคำ,  เงินเยน  รวมไปถึงพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐซึ่งกดดันบอนด์ยีลด์ให้ปรับตัวลดลงจนเป็นปัจจัยกดดันดอลลาร์เพิ่มเติม  ปัจจัยบวกที่กล่าวมาทั้งหมดช่วยหนุนให้ราคาทองคำทะยานขึ้น +1.4% วานนี้  ด้านกองทุน SPDR ถือครองทองคำเพิ่ม +2.93 ตัน  สำหรับวันนี้ติดตามการเปิดเผยดัชนี PMI ภาคการบริการ, จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงาน และยอดสั่งซื้อภาคโรงงานของสหรัฐ

จจัยทางเทคนิค :

หากราคาทองคำไม่สามารถ break out  ผ่านแนวต้านบริเวณ 1,505-1,512  ดอลลาร์ต่อออนซ์ขึ้นไปได้  อาจเกิดแรงขายทำกำไรระยะสั้นให้ราคาอ่อนตัวลงมาบ้าง เบื้องต้นประเมินว่าแนวรับระยะสั้นอยู่ในบริเวณ 1,491-1,483 ดอลลาร์ต่อออนซ์  หากราคายืน ระดับนี้ได้จึงจะมีแรงดีดกลับไปทดสอบแนวต้านด้านบนอีกครั้ง

กลยุทธ์การลงทุน :

เสี่ยงเปิดสถานะซื้อเพื่อทำกำไรระยะสั้นหากราคาอ่อนตัวลงมาในโซน 1,491-1,483 ดอลลาร์ต่อออนซ์ พร้อมลดการลงทุนหากราคาหลุด 1,483 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ทั้งนี้อาจพิจารณาแบ่งทองคำออกขายทำกำไรบางส่วนหากราคาทองคำไม่ผ่านแนวต้านที่ 1,512 ดอลลาร์ต่อออนซ์

ข่าวสารประกอบการลงทุน :

  • (+) ดาวโจนส์ปิดร่วง 494.42 จุด วิตกสงครามการค้าสหรัฐ-ยุโรป,ศก.สหรัฐส่งสัญญาณชะลอตัว  ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดทรุดตัวลงอย่างหนักเมื่อคืนนี้ (2 ต.ค.) เนื่องจากความวิตกกังวลเกี่ยวกับสงครามการค้าครั้งใหม่ระหว่างสหรัฐและยุโรป นอกจากนี้ นักลงทุนยังกังวลเกี่ยวกับภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวในสหรัฐ หลังจากตัวเลขจ้างงานภาคเอกชนขยายตัวในอัตราที่ชะลอลง และภาคการผลิตหดตัวลงติดต่อกันเป็นเดือนที่สอง  ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 26,078.62 จุด ร่วงลง 494.42 จุด หรือ -1.86% ขณะที่ดัชนี S&P500 ปิดที่ 2,887.61 จุด ลดลง 52.64 จุด หรือ -1.79% ส่วนดัชนี Nasdaq ปิดที่ 7,785.25 จุด ลดลง 123.44 จุด หรือ -1.56%
  • (+) ดอลล์อ่อนเทียบเยน,ยูโร เหตุวิตกเศรษฐกิจสหรัฐชะลอตัว  ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินเยนและยูโร ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (2 ต.ค.) เนื่องจากนักลงทุนวิตกกังวลเกี่ยวกับแนวโน้มเศรษฐกิจสหรัฐ หลังจากตัวเลขจ้างงานภาคเอกชนขยายตัวในอัตราที่ชะลอลงในเดือนก.ย. ขณะที่ภาคการผลิตหดตัวลงหนักสุดในรอบกว่า 10 ปี  ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าเมื่อเทียบกับเงินเยน ที่ระดับ 107.20 เยน จากระดับ 107.74 เยน แต่ดอลลาร์แข็งค่าเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิส ที่ระดับ 0.9976 ฟรังก์ จากระดับ 0.9931 ฟรังก์ และแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์แคนาดา ที่ระดับ 1.3315 ดอลลาร์แคนาดา จากระดับ 1.3214 ดอลลาร์แคนาดา  ยูโรแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.0958 ดอลลาร์ จากระดับ 1.0936 ดอลลาร์ ขณะที่เงินปอนด์แข็งค่าขึ้นแตะที่ระดับ 1.2305 ดอลลาร์ จากระดับ 1.2300 ดอลลาร์
  • (+/-) สหรัฐเตรียมเก็บภาษีสินค้า EU หลัง WTO ไฟเขียวให้ดำเนินการ ฐานอุดหนุน”แอร์บัส”ผิดกฎหมาย  สำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐ (USTR) ออกแถลงการณ์ในวันพุธตามเวลาสหรัฐว่า รัฐบาลสหรัฐวางแผนที่จะเรียกเก็บภาษีสินค้านำเข้าจากสหภาพยุโรป (EU) หลายรายการ หลังจากองค์การการค้าโลก (WTO) ลงมติเห็นชอบต่อข้อเรียกร้องของสหรัฐในการเรียกเก็บภาษีสินค้านำเข้าจากยุโรป วงเงิน 7.5 พันล้านดอลลาร์  นายโรเบิร์ต ไลท์ไฮเซอร์ ผู้แทนการค้าสหรัฐ กล่าวในแถลงการณ์ว่า “สหรัฐจะเริ่มดำเนินการเรียกเก็บภาษีสินค้านำเข้าจาก EU ตามมติเห็นชอบของ WTO ในวันที่ 18 ต.ค.นี้ อย่างไรก็ดี เราคาดหวังที่จะเจรจากับ EU เพื่อคลี่คลายประเด็นนี้”  แถลงการณ์ยังระบุด้วยว่า แม้ USTR มีสิทธิอำนาจในการเรียกเก็บภาษีสินค้านำเข้าจาก EU ได้ถึง 100% แต่ในขณะนี้ การปรับขึ้นภาษีสินค้านำเข้าจะถูกจำกัดเอาไว้ที่ 10% สำหรับเครื่องบินพลเรือนขนาดใหญ่ และ 25% สำหรับสินค้าเกษตรและสินค้าประเภทอื่นๆ
  • (+/-) “ทรัมป์”ชี้หุ้นตก เหตุเดโมแครตผลักดันกระบวนการถอดถอน  ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ทวีตข้อความในวันนี้ ระบุว่า ตลาดหุ้นดิ่งลงในระยะนี้ โดยมีสาเหตุจากการที่พรรคเดโมแครตผลักดันให้มีการถอดถอนเขาออกจากตำแหน่ง  “เรื่องไร้สาระของการถอดถอนผมออกจากตำแหน่ง ซึ่งยังคงไม่มีความคืบหน้า กำลังทำให้ตลาดหุ้นทรุดตัวลง และเงินที่คุณจะได้รับจากโครงการเกษียณอายุลดน้อยลง แต่นี่เป็นสิ่งที่พรรคเดโมแครตต้องการที่จะทำ พวกเขาพร้อมที่จะสร้างความเสียหายต่อประเทศ โดยคิดอยู่อย่างเดียวว่าจะชนะเลือกตั้งในปีหน้า” ข้อความในทวิตเตอร์ระบุ
  • (+/-) ข้อตกลง Brexit ของนายกฯอังกฤษส่อเค้าล่ม หลังสื่อเผย EU เมินให้การยอมรับ  สื่อรายงานว่า ข้อเสนอเกี่ยวกับการแยกตัวของอังกฤษออกจากสหภาพยุโรป (Brexit) ที่นายบอริส จอห์นสัน นายกรัฐมนตรีอังกฤษ จะยื่นต่อสหภาพยุโรป (EU) ในวันนี้ มีแนวโน้มที่จะไม่ได้รับการยอมรับจากผู้นำ EU  หนังสือพิมพ์เดลี่ เทเลกราฟรายงานโดยอ้างคำพูดของเจ้าหน้าที่ระดับสูงของ EU รายหนึ่งว่า “ข้อเสนอนี้มีความบกพร่องตั้งแต่ขั้นพื้นฐาน ถ้านี่เป็นข้อเสนอที่ให้เลือกระหว่างยอมรับหรือปฏิเสธ เราคิดว่าไม่ต้องพิจารณาข้อเสนอนี้ดีกว่า และให้เริ่มหารือกันเกี่ยวกับการขยายเส้นตาย Brexit”  ทั้งนี้ นายจอห์นสันกล่าวต่อที่ประชุมพรรคอนุรักษ์นิยมในวันนี้ว่า ข้อเสนอ Brexit ที่เขาจะยื่นต่อผู้นำ EU ในวันนี้ จะไม่มีการระบุถึงการตั้งด่านตรวจที่ชายแดนระหว่างไอร์แลนด์เหนือ และสาธารณรัฐไอร์แลนด์แต่อย่างใด