วิเคราะห์ราคาทองคำ 3 ก.ย.62(ภาคเช้า) by HGF

โดย  : บริษัท ฮั่วเซ่งเฮง โกลด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (HGF)

ทองคำเคลื่อนไหวในกรอบแคบ เนื่องจากตลาดการเงินสหรัฐปิดทำการ

คืนนี้สหรัฐจะประกาศดัชนีราคาผู้ผลิตเดือนก.ค.

ราคาทองคำคาดปรับลดลง

  • ราคาทองคำเมื่อวานเคลื่อนไหวในกรอบแคบระหว่าง 1,520-1,533  ดอลลาร์ เนื่องจากตลาดการเงินสหรัฐปิดทำการเนื่องในวันแรงงาน ขณะที่นักลงทุนรอดูการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐและจีนในเดือนนี้ อย่างไรก็ดีราคาทองคำปิดตลาดเพิ่มขึ้น เนื่องจากในวันที่ 1 ก.ย.ที่ผ่านมาสหรัฐได้เริ่มเก็บภาษีสินค้านำเข้าจากจีน 15% มูลค่า 1.25 แสนล้านดอลลาร์ ขณะที่จีนได้เริ่มเก็บภาษีนำเข้าน้ำมันดิบจากสหรัฐ 5% ทำให้นักลงทุนกลับมากังวลเกี่ยวกับเศรษฐกิจโลกจะถดถอย
  • คืนนี้สหรัฐจะประกาศดัชนีราคาผู้ผลิตเดือนก.ค. ตลาดคาดเพิ่มขึ้น  0.3% เมื่อเทียบรายเดือน และดัชนี PMI ภาคการผลิตเดือนส.ค.โดย ISM ตลาดคาดทรงตัวที่ระดับ 51.2
  • แนวโน้มราคาทองคำคาดปรับลดลง โดยราคาทองคำมีแนวรับระยะสั้น 1,520 ดอลลาร์ ซึ่งคาดว่าจะมีแรงซื้อกลับเข้ามาเมื่อปรับลงมาเข้าใกล้แนวรับดังกล่าว แต่ถ้าหลุดจะมีแนวรับถัดไปที่ 1,510 ดอลลาร์ ขณะที่มีแนวต้านที่ 1,530 ดอลลาร์ และ 1,540 ดอลลาร์ 

ราคาทองคำตลาดโลก

Close chg. Support Resistance
1,529.13 +8.79 1,520/1,510 1,530/1,540

ราคาทองคำแท่ง 96.5%

Close chg. Support Resistance
22,100 22,100/22,000 22,200/22,300

โกลด์ฟิวเจอร์ส

Close chg Support Resistance
22,370 +40 22,250/22,160 22,380/22,470

การเข้าซื้อเก็งกำไรระยะสั้นแนะนำเมื่อราคาทองคำ Spot ปรับลงมาที่ 1,520 ดอลลาร์ (GF 22,250 บาท) โดยมีจุดขายตัดขาดทุนที่ 1,510 ดอลลาร์ (GF 22,160 บาท)

โกลด์ฟิวเจอร์สออนไลน์

Close chg Support Resistance
1,533.30 +4.30 1,523/1,513 1,533/1,543

การเข้าซื้อเก็งกำไรระยะสั้นแนะนำเมื่อราคา GOU19 ปรับลงมาที่ 1,523 ดอลลาร์ โดยมีจุดขายตัดขาดทุนที่ 1,513 ดอลลาร์

News

ตลาดการเงินต่างประเทศ : ปิดทำการวันจันทร์ที่ 2 ก.ย.เนื่องในวันแรงงานของสหรัฐ

ตลาดโลหะมีค่าต่างประเทศ : ปิดทำการวันจันทร์ที่ 2 ก.ย.เนื่องในวันแรงงานของสหรัฐ

ตลาดน้ำมันดิบต่างประเทศ : ปิดทำการวันจันทร์ที่ 2 ก.ย.เนื่องในวันแรงงานของสหรัฐ

ตลาดหุ้นต่างประเทศ: หุ้นยุโรปปิดบวก แรงซื้อหุ้นกลุ่มปลอดภัยหนุนตลาด

               ตลาดหุ้นยุโรปปิดปรับตัวขึ้นเมื่อคืนที่ผ่านมา (2 ก.ย.) เนื่องจากนักลงทุนพากันเข้าซื้อหุ้นกลุ่มปลอดภัย ท่ามกลางความวิตกเกี่ยวกับภาวะเศรษฐกิจโลก หลังจากจีนและสหรัฐได้เริ่มบังคับใช้มาตรการเรียกเก็บภาษีนำเข้าเพิ่มเติมในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ขณะที่ค่าเงินปอนด์ที่ร่วงลงช่วยหนุนตลาดหุ้นอังกฤษพุ่งขึ้น ดัชนี Stoxx Europe 600 บวก 0.32% ปิดที่ 380.69 จุด ดัชนี CAC-40 ตลาดหุ้นฝรั่งเศสปิดที่ 5,493.04 จุด เพิ่มขึ้น 12.56 จุด หรือ +0.23%, ดัชนี DAX ตลาดหุ้นเยอรมันปิดที่ 11,953.78 จุด เพิ่มขึ้น 14.50 จุด หรือ  +0.12%  และ ดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่ 7,281.94 จุด เพิ่มขึ้น 74.76 จุด หรือ +1.04%  ตลาดได้แรงหนุน เนื่องจากนักลงทุนพากันเข้าซื้อหุ้นกลุ่มปลอดภัย อาทิ กลุ่มอาหารและเครื่องดื่ม, กลุ่มเฮลธ์แคร์ และ กลุ่มสาธารณูปโภค ท่ามกลางความไม่แน่นอนเกี่ยวกับภาวะเศรษฐกิจ ขณะที่นักลงทุนปรับตัวรับสงครามการค้าที่รุนแรงขึ้น เมื่อสหรัฐเริ่มเก็บภาษีสินค้านำเข้าจากจีน 15% เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา และ จีนได้เริ่มเก็บภาษี 5% จากการนำเข้าน้ำมันดิบของสหรัฐด้วยเช่นกัน ตลาดหุ้นลอนดอนพุ่งขึ้นนำตลาดหุ้นยุโรป เนื่องจากหุ้นกลุ่มส่งออกได้แรงหนุนจากการที่เงินปอนด์อ่อนค่าลงจากความวิตกเกี่ยวกับการถอนตัวของอังกฤษออกจากสหภาพยุโรป (Brexit) นอกจากนี้ ตลาดยังได้แรงหนุนจากการคาดการณ์ที่ว่า ธนาคารกลางยุโรป (ECB) อาจจะผ่อนคลายนโยบายการเงินลงในสัปดาห์หน้า หลังจากการเปิดเผยข้อมูลกิจกรรมการผลิตของเยอรมนีหดตัวลงเป็นเดือนที่ 7 ในเดือนส.ค.

หัวหน้าพรรคฝ่ายค้านอังกฤษลั่นเดินหน้าขวาง Brexit แบบไร้ข้อตกลง

          นายเจเรมี คอร์บิน หัวหน้าพรรคแรงงาน ซึ่งเป็นพรรคฝ่ายค้านของอังกฤษ เปิดเผยในวันนี้ว่า พรรคแรงงานจะทำทุกวิถีทางเพื่อหยุดยั้งสถานการณ์ที่อังกฤษแยกตัวออกจากสหภาพยุโรป (Brexit) แบบไร้ข้อตกลง ความเคลื่อนไหวล่าสุดของนายคอร์บินถือเป็นการเน้นย้ำเจตนารมณ์ในการขัดขวางนายบอริส จอห์นสัน นายกรัฐมนตรีอังกฤษ ในการนำอังกฤษแยกตัวออกจากสหภาพยุโรปแบบไร้ข้อตกลง หรือ No Deal Brexit โดยนายคอร์บินกล่าวว่า สิ่งที่เขาจะทำคือการหยุดยั้งนายจอห์นสันด้วยกระบวนการทางสภาในการออกกฎหมายป้องกันไม่ให้เกิดภาวะ Brexit ที่ไม่มีการทำข้อตกลง และป้องกันไม่ให้นายจอห์นสันปิดสภาในช่วงเวลาที่สำคัญนี้  ทางด้านนายจอห์น แม็กดอนเนลล์ รัฐมนตรีคลังเงาของอังกฤษ สังกัดพรรคแรงงานซึ่งเป็นพรรคฝ่ายค้านของอังกฤษ เปิดเผยว่า ในวันอังคารนี้จะมีการนำตัวบทกฎหมายเพื่อขวางไม่ให้อังกฤษถอนตัวออกจากสหภาพยุโรปแบบไร้ข้อตกลงขึ้นโต๊ะเจรจา ขณะเดียวกันก็แสดงความเชื่อมั่นว่า ตัวบทกฎหมายดังกล่าวจะได้รับเสียงสนับสนุนข้างมากจากหลายพรรคอย่างไรก็ดี การออกกฎหมายภายในสัปดาห์นี้ยังคงเป็นเรื่องยาก เพราะกำหนดเวลาค่อนข้างกระชั้นชิด จากคำสั่งขยายเวลาปิดสมัยประชุมสภาของนายบอริส จอห์นสัน นายกรัฐมนตรี

IMF ให้คำมั่นหนุนอาร์เจนตินา หลังรัฐบาลประกาศใช้มาตรการควบคุมเงินทุน

          กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ได้ประกาศสนับสนุนอาร์เจนตินา หลังรัฐบาลอาร์เจนตินาประกาศใช้มาตรการควบคุมเงินทุนเพื่อสกัดการทรุดตัวของค่าเงินเปโซและเงินทุนสำรอง IMF มีข้อตกลงการกู้ยืมวงเงิน 5.7 หมื่นล้านดอลลาร์กับประธานาธิบดีเมาริซิโอ มาครี โดยโฆษก IMF เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่ของ IMF จะประสานงานอย่างใกล้ชิดกับทางการอาร์เจนตินา และจะอยู่เคียงข้างอาร์เจนตินาในช่วงเวลาที่ท้าทายเช่นนี้ ความเคลื่อนไหวดังกล่าวมีขึ้น หลังรัฐบาลอาร์เจนตินาประกาศใช้มาตรการควบคุมเงินทุน (Capital Controls) เพื่อป้องกันการทรุดตัวของทุนสำรองเงินตราต่างประเทศและค่าเงินเปโซ หลังจากที่ก่อนหน้านี้ การร่วงลงของทุนสำรองเงินตราต่างประเทศและค่าเงินเปโซส่งผลให้อาร์เจนตินามีความเสี่ยงที่จะเผชิญกับการผิดนัดชำระหนี้  มาตรการควบคุมเงินทุนที่ประกาศใช้ในครั้งนี้ ครอบคลุมถึงการกำหนดให้กลุ่มผู้ส่งออกนำเงินรายได้ในรูปสกุลเงินต่างประเทศกลับมายังอาร์เจนตินา ขณะที่สถาบันการเงินต่างๆ จะต้องได้รับอนุญาตจากธนาคารกลางก่อนที่จะเข้าซื้อสกุลเงินดอลลาร์ในตลาดปริวรรตเงินตราต่างประเทศ ยกเว้นในกรณีทำการค้ากับต่างชาติ ส่วนประชาชนชาวอาร์เจนตินาจะถูกจำกัดการซื้อสกุลเงินดอลลาร์ในวงเงินไม่เกิน 10,000 ดอลลาร์ต่อเดือน  การประกาศใช้มาตรการควบคุมเงินทุนเกิดขึ้นหลังจากสกุลเงินเปโซของอาร์เจนตินาร่วงลงจนยากแก่การควบคุม ส่งผลให้เม็ดเงินในทุนสำรองเงินตราต่างประเทศลดลงถึง 3 พันล้านดอลลาร์เฉพาะในช่วงวันพฤหัสบดีและวันศุกร์ที่ผ่านมา ในขณะที่รัฐบาลกำลังประสบความยากลำบากในการจ่ายเงินค่าไถ่ถอนตราสารหนี้ระยะยาว และสกัดการร่วงลงของสกุลเงินเปโซ

สหรัฐ-จีนเดินหน้าเก็บภาษีนำเข้าสินค้าตามแผน แต่การเจรจายังดำเนินต่อไป

          สหรัฐและจีนได้เริ่มเก็บภาษีนำเข้าสินค้าตามแผนการเดิมแล้วเมื่อวานนี้ (1 ก.ย.) นับตั้งแต่เวลา 11.00 น. ตามเวลาไทย โดยในรอบนี้ รัฐบาลสหรัฐได้เริ่มเก็บภาษี 15% จากสินค้าจีนมูลค่าประมาณ 1.25 แสนล้านดอลลาร์ ซึ่งรวมถึง สมาร์ทวอทช์ ทีวีจอแบน และรองเท้า ขณะที่จีนได้เริ่มเก็บภาษี 5% จากการนำเข้าน้ำมันดิบจากสหรัฐเมื่อวานนี้เช่นกัน อย่างไรก็ดี ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เปิดเผยก่อนหน้านี้ว่า คณะผู้แทนการค้าของจีนและสหรัฐยังคงเจรจากันต่อไป และจะประชุมกันในเดือนก.ย. แม้การปรับขึ้นภาษีสินค้าจีนจะดำเนินไปตามแผนที่กำหนดไว้ การเรียกเก็บภาษีเมื่อวานนี้มีขึ้นหลัง USTR ระบุว่า สหรัฐจะเรียกเก็บภาษี 15% ต่อสินค้าบางส่วนที่นำเข้าจากจีนตั้งแต่วันที่ 1 ก.ย. ขณะที่ส่วนที่เหลือ ซึ่งรวมถึงสมาร์ทโฟน และคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก จะถูกเก็บภาษี 15% ในวันที่ 15 ธ.ค.  ขณะเดียวกัน จีนประกาศว่าจะขึ้นภาษีสินค้านำเข้าจากสหรัฐ 5-10% รวม 5,078 รายการ มูลค่า 7.5 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยบางส่วนได้มีผลบังคับใช้แล้วเมื่อวานนี้ และที่เหลือจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 15 ธ.ค. เช่นกัน