วิเคราะห์ราคาทองคำ 3 ก.ย.62(ภาคบ่าย) by YLG


โดย  : บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (YLG)

แนวรับ : 1,517 1,508 1,500

แนวต้าน : 1,534 1,543 1,555

ข่าวสารสำคัญเพื่อประกอบการลงทุน (เพิ่มเติมช่วงเย็น)

สรุป สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า เจ้าหน้าที่จากรัฐบาลสหรัฐและจีนยังตกลงกำหนดวันเจรจาการค้าไม่ได้ หลังทั้งสองฝ่ายได้เริ่มเก็บภาษีนำเข้าสินค้าตามแผนการเดิมเมื่อวันที่ 1 ก.ย. ที่ผ่านมา นอกจากนี้ นายทาโร อาโซะ รัฐมนตรีคลังญี่ปุ่น เปิดเผยว่า สงครามการค้าสหรัฐ-จีนจะคงอยู่ยาวนาน และไม่มีทางแก้ปัญหาความขัดแย้งทางการค้าระหว่างสหรัฐและจีนได้ในระยะเวลาอันสั้น โดบสหรัฐและจีนยังเผชิญช่วงเวลาอันยากลำบากในการตกลงกันเรื่องการประชุมร่วมกันในเดือนก.ย. ประเด็นดังกล่าวกระตุ้นแรงซื้อทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงประเด็นการออกจากสหภาพยุโรปของอังกฤษ (เบร็กซิท) เพิ่มสูงขึ้น จนกดดันสกุลเงินปอนด์ร่วงใกล้ระดับต่ำสุดรอบกว่า 3 ปี ซึ่งเป็นการร่วงลงครั้งใหญ่ที่สุดในรอบกว่า 3 สัปดาห์ จนส่งผลลบต่อราคาทองคำเช่นกัน วายแอลจีแนะนำให้หาจังหวะซื้อขายทำกำไรระยะสั้นจากการแกว่งตัว ทั้งนี้ เมื่อราคาดีดตัวขึ้นไปบริเวณแนวต้าน 1,534-1,543 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หากราคาไม่สามารถผ่านได้อาจทยอยแบ่งทองคำออกขาย เพื่อรอจังหวะซื้ออีกครั้งเมื่อราคาย่อตัวลงมาและไม่หลุดแนวรับ 1,517-1,508 ดอลลาร์ต่อออนซ์

ปัจจัยทางเทคนิค

แนวโน้ม Gold Spot: การอ่อนตัวลงของราคาทองคำค่อนข้างจำกัดและราคาสามารถรักษาระดับเหนือบริเวณแนวรับ 1,519-1,517 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ อาจจะเห็นการดีดตัวกลับขึ้นไปบริเวณแนวต้าน 1,534 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หากราคาผ่านแนวต้านแรกได้ จะทำให้ราคายังคงปรับตัวขึ้นต่อ โดยมีแนวต้านถัดไปที่ 1,543 ดอลลาร์ต่อออนซ์

กลยุทธ์ Gold Futures:

Long Position ปิดสถานะหากราคาดีดตัวขึ้นมาและไม่ผ่านแนวต้าน 1,534 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่หากสามารถผ่านไปได้ให้ชะลอไปปิดสถานะบริเวณแนวต้านถัดไปที่ 1,543 ดอลลาร์ต่อออนซ์

Short Position ลดสถานะขายลงหากราคาหลุดไม่แนวรับ 1,519-1,517 ดอลลาร์ต่อออนซ์ เพื่อรอเสี่ยงเปิดสถานะใหม่หากราคาดีดตัวขึ้นไม่ผ่านแนวต้านบริเวณ 1,543 ดอลลาร์ต่ออออนซ์

Open New เน้นให้ทำกำไรระยะสั้น โดยเสี่ยงขายทำกำไรเมื่อราคาดีดตัวขึ้นหรือบริเวณแนวต้าน 1,534-1,543 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และเข้าซื้อเมื่อราคาอ่อนตัวลงมาบริเวณแนวรับ 1,517-1,508 ดอลลาร์ต่อออนซ์ สถานะขายควรตั้งจุดตัดขาดทุนหากราคาผ่านแนวต้าน 1,543 ดอลลาร์ต่อออนซ์

ข่าวสารประกอบการลงทุน

  • (+) รมว.คลังญี่ปุ่นเผยสงครามการค้าสหรัฐ-จีนจะคงอยู่ยาวนาน วันนี้นายทาโร อาโซะ รัฐมนตรีคลังญี่ปุ่นระบุว่า จะยังไม่มีทางแก้ปัญหาความขัดแย้งทางการค้าระหว่างสหรัฐและจีนในระยะสั้น ความเห็นของนายอาโซะมีขึ้นหลังจีนเก็บภาษีต้านการทุ่มตลาดต่อการนำเข้าสารฟีนอลและยื่นร้องเรียนต่อองค์การการค้าโลก (WTO) ต่อประเด็นการเรียกเก็บภาษีของสหรัฐ  เมื่อวานนี้รายงานของสื่อบ่งชี้ว่า สหรัฐและจีนเผชิญช่วงเวลาอันยากลำบากในการตกลงเรื่องการประชุมเดือนก.ย. ซึ่งทำให้การเจรจาการค้าตกอยู่ภายใต้ความเสี่ยงอีกครั้ง
  • (+) ความเสี่ยงการค้าสหรัฐ-จีนสร้างความวิตกให้นักลงทุนในตลาดเกิดใหม่ นักกลยุทธ์ของมอร์แกน สแตนลีย์ ซึ่งรวมถึงนายเจมส์ ลอร์ด ในกรุงลอนดอนระบุว่า “การที่ตลาดเกิดใหม่จะสามารถมีแนวโน้มการปรับตัวดีขึ้นนั้น เราจำเป็นต้องเห็นว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ดำเนินการเชิงผ่อนคลายมากขึ้นและ/หรือความตึงเครียดทางการค้าลดลง แต่ผลลัพธ์เหล่านี้ไม่มีแนวโน้มจะเกิดขึ้นในขณะนี้”  มอร์แกน สแตนลีย์คาดการณ์ว่า สกุลเงินของประเทศที่กำลังพัฒนาจะอ่อนค่าลงประมาณ 2% เมื่อเทียบกับดอลลาร์ของสหรัฐในช่วงหลายเดือนข้างหน้า ความขัดแย้งทางการค้าสหรัฐ-จีนที่ไม่แน่นอนยังคงเป็นปัจจัยหลัก หลังภาษีของสหรัฐต่อสินค้าจีนมูลค่า 1.1 แสนล้านดอลลาร์มีผลบังคับใช้ในวันอาทิตย์ เช่นเดียวกับมาตรการตอบโต้ของจีน ข้อมูลในช่วงสุดสัปดาห์แสดงถึง ภาวะที่ย่ำแย่ลงเพิ่มเติมในผลผลิตภาคการผลิตจากจีน
  • (-) เงินปอนด์ร่วงก่อนสภาอังกฤษโหวตขวาง “บอริส จอห์สัน” ผลักดัน Brexit แบบไร้ข้อตกลง ปอนด์อ่อนค่าลงใกล้ระดับต่ำสุดเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐในรอบกว่า 2 ปีในวันนี้ ท่ามกลางความไม่แน่นอนมากขึ้นเนื่องจากฝ่ายนิติบัญญัติของอังกฤษเตรียมลงมติในขั้นตอนแรกเกี่ยวกับแผนการที่จะสกัดกั้นนายกรัฐมนตรีบอริส จอห์นสันจากการผลักดันกระบวนการถอนตัวของอังกฤษออกจากสหภาพยุโรป (Brexit) แบบไร้ข้อตกลง ปอนด์ร่วง 0.23% สู่ระดับ 1.2035 ดอลลาร์ ในการซื้อขายที่ตลาดเอเชียวันนี้ หลังร่วงลง 0.8% เมื่อวานนี้ ซึ่งเป็นการร่วงลงมากที่สุดในรอบกว่า 3 สัปดาห์ กลุ่มต่อต้านนายจอห์นสันจะผลักดันการลงมติที่จะช่วยให้พวกเขาสามารถเข้าควบคุมรัฐสภาในวันพรุ่งนี้ เพื่อพยายามผ่านกฎหมายที่จะบังคับให้นายจอห์นสันต้องเลื่อนเวลา Brexit ออกไปอีก 3 เดือน นายจอห์นสันบ่งชี้อย่างชัดเจนว่า หากรัฐบาลพ่ายแพ้ ก็จะมีการลงมติในวันพรุ่งนี้ที่จะอนุมัติการจัดเลือกตั้งก่อนกำหนด ซึ่งมีแนวโน้มมากที่สุดที่จะจัดขึ้นใน 14 ต.ค.นี้
  • (-) หุ้นจีนปิดสูงขึ้นจากความแข็งแกร่งหุ้นเทคโนโลยี ตลาดหุ้นจีนฟื้นตัวจากการร่วงลงก่อนหน้า มาปิดสูงขึ้นในวันนี้ โดยได้แรงหนุนจากการปรับตัวขึ้นของหุ้นบริษัทเทคโนโลยี ในขณะที่จีนผลักดันภาคดังกล่าวเพื่อพึ่งพาตนเอง ท่ามกลางสงครามการค้าที่ยืดเยื้อกับสหรัฐ ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตของจีนปิดที่ 2,930.15 บวก 6.05 จุดหรือ +0.21% ขณะที่ดัชนีหุ้นบลูชิพ CSI300 ปิดที่ 3,853.61 บวก 5.29 จุดหรือ +0.14%  เมื่อวานนี้กระทรวงพาณิชย์จีนระบุว่า จีนได้ยื่นร้องเรียนสหรัฐต่อองค์การการค้าโลก (WTO) ประเด็นการเรียกเก็บภาษีนำเข้าของสหรัฐ  นักวิเคราะห์จีนของ S&P กล่าวว่า ผลกระทบของสงครามการค้าต่อเศรษฐกิจจีนอยู่ในวงจำกัด ผมจะไม่คิดว่า ภาษีสหรัฐจะทำให้เศรษฐกิจจีนอ่อนแอลงมากจนกระทั่งเราจำเป็นต้องลดอันดับเครดิต” นอกจากนี้ มีคาดการณ์ว่า จีนพร้อมที่จะเข้าแทรกแซงเพื่อป้องกันการเทขายอย่างหนักในตลาดก่อนวันครบรอบ 70 ปีการสถาปนาสาธารณรัฐประชาชนจีนในวันที่ 1 ต.ค.