วิเคราะห์ราคาทองคำ 29 ส.ค.62(ภาคบ่าย) by YLG

โดย  : บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (YLG)

แนวรับ : 1,526 1,517 1,508

แนวต้าน : 1,555 1,569 1,576

ข่าวสารสำคัญเพื่อประกอบการลงทุน (เพิ่มเติมช่วงเย็น)

สรุป บลูมเบิร์ก นิวส์รายงานว่า นายสตีเวน มนูชิน รมว.คลังสหรัฐกล่าวว่า สหรัฐไม่มีจุดมุ่งหมายที่จะเข้าแทรกแซงในตลาดเงินในขณะนี้ แต่อาจจะเปลี่ยนแปลงในอนาคต เขาเชื่อว่า การดำเนินการเช่นนั้นจะมีประสิทธิภาพมากกว่า ถ้ากระทรวงการคลังสหรัฐเข้าแทรกแซงโดยร่วมกับทั้งธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) และพันธมิตรต่างๆของสหรัฐ  การส่งสัญญาณดังกล่าวส่งผลให้นักลงทุนลดการถือครองดอลลาร์ลง เพื่อลดความเสี่ยงที่ทางการสหรัฐอาจจะมีการแทรกแซงให้ดอลลาร์อ่อนค่าลง  ขณะที่ผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐอายุ 30 ปีและผลตอบแทนพันธบัตรเยอรมันอายุ 10 ปี ต่างแตะระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ ได้สร้างแรงกดดันสกุลเงินดอลลาร์ ให้อ่อนค่าลง ซึ่งปัจจัยดังกล่าวส่งผลบวกต่อราคาทองคำอย่างชัดเจน อย่างไรก็ตามปรับตัวขึ้นค่อนข้างมากในระยะสั้น  โดยนักลงทุนสามารถเข้าซื้อเก็งกำไรระยะสั้นหากราคาทองคำมีการปรับตัวลดลงมาไม่หลุดแนวรับ  ทั้งนี้  ประเมินแนวรับไว้ที่ 1,531-1,526 ดอลลาร์ต่อออนซ์  และเมื่อราคาขยับขึ้นให้จับตาแนวต้านระดับ 1,551-1,555 ดอลลาร์ต่อออนซ์  หากราคาทองคำทดสอบและยังไม่สามารถขึ้นไปยืนได้ แนะนำนักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้น้อยอาจแบ่งทองคำออกขายทำกำไรออกมาเมื่อราคาขยับขึ้น และควรวางแผนการลงทุนอย่างรอบคอบเพื่อป้องกันความผันผวนของราคา

ปัจจัยทางเทคนิค

แนวโน้ม Gold Spot:ราคาทองคำระหว่างวันแกว่งตัวในทิศทางค่อยๆขยับขึ้นแต่หากยังไม่สามารถยืนเหนือโซน 1,551-1,555 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ราคาอาจมีแรงขายทำกำไรออกมาซึ่งจะกดดันให้ราคาอ่อนตัวลงทดสอบแนวรับบริเวณ 1,531-1,526 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่หากราคาสามารถผ่านไปได้ อาจเกิดแรงซื้อตามโดยประเมินแนวต้านถัดไปบริเวณ 1,569 ดอลลาร์ต่อออนซ์

กลยุทธ์ Gold Futures:

LongPosition แนะนำให้ทยอยขายทำกำไรตามบริเวณแนวต้าน 1,551-1,555 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หากมีสถานะอยู่แล้วอาจชะลอการลงทุนเพิ่มเพื่อรอดูการตั้งฐานของราคา

Short Positionปิดสถานะหากราคายังสามารถยืนเหนือแนวรับ 1,531-1,526 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่หากราคาหลุดโซนแนวรับดังกล่าวสามารถรอทำกำไรบริเวณแนวรับถัดไปที่ 1,517 ดอลลาร์ต่อออนซ์

Open Newสำหรับนักลงทุนระยะสั้นยังเน้นให้เล่นในกรอบ รอจังหวะเข้าซื้อเมื่อราคาอ่อนตัวลงมาบริเวณแนวรับ 1,531-1,526 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และให้ขายทำกำไรเมื่อราคาดีดตัวขึ้นหรือบริเวณแนวต้าน 1,551-1,555 ดอลลาร์ต่อออนซ์ อีกทั้งควรวางแผนการลงทุนเผื่อไว้หากราคาทะลุกรอบด้านใดด้านหนึ่ง

ข่าวสารประกอบการลงทุน

  • (+) จีนส่งกองทัพชุดใหม่เข้ากองทหารรักษาการณ์ในฮ่องกงแล้ว  กองทัพปลดปล่อยประชาชนของจีนได้ส่งทหารไปประจำการในกองทหารรักษาการณ์ในฮ่องกง ส่งผลให้เกิดความวิตกกังวลในวงกว้างเกี่ยวกับการประท้วงต่อต้านรัฐบาลในฮ่องกงที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องมาเป็นสัปดาห์ที่ 13 แล้ว  กองทัพจีนได้ระบุในแถลงการณ์ว่า การดำเนินการนี้ถือเป็นการเคลื่อนไหวที่เกิดขึ้นเป็นประจำทุกปีและยังได้รับการอนุมัติจากคณะกรรมการทหารส่วนกลางแล้ว และกองทัพจะทำหน้าที่ในการปกป้องอธิปไตย ความมั่นคง และผลประโยชน์ของประเทศ ซึ่งถือเป็นการทำหน้าที่ในการปกป้องฮ่องกงอย่างมีประสิทธิภาพ
  • (+) เยนปรับขึ้นขณะนักลงทุนแห่เข้าสู่สินทรัพย์ปลอดภัย  การหลีกเลี่ยงความเสี่ยงหนุนเยนในวันนี้ ในขณะที่การร่วงลงแตะระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ของผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 30 ปีของสหรัฐถ่วงดอลลาร์ ในขณะที่นักลงทุนลดความคาดหวังเกี่ยวกับแนวโน้มการแก้ไขสงครามการค้าในเร็วๆนี้  เยนแข็งแกร่งขึ้น 0.3% ภายในช่วงเที่ยงในการซื้อขายในเอเชย สู่ระดับ 105.91 เยนต่อดอลลาร์ หลังจากที่ทัศนะเชิงบวกอย่างระมัดระวังที่เห็นในตลาดเงินในช่วงเช้ากลายเป็นความซบเซา  นอกจากนี้ เยนยังบวกขึ้น เมื่อเทียบกับดอลลาร์ออสเตรเลียและดอลลาร์นิวซีแลนด์ ซึ่งแตะระดับต่ำสุดรอบ 4 ปี ในขณะที่ความเชื่อมั่นทางธุรกิจอ่อนแอลง  ปอนด์ทรงตัว หลังจากที่ร่วงลงเมื่อวานนี้เมื่อเกิดความวิตกเกี่ยวกับเบร็กซิทแบบไร้ข้อตกลง หลังการดำเนินการของนายกรัฐมนตรีบอริส จอห์นสันของอังกฤษในการระงับสมัยประชุมสภาเพื่อจำกัดการอภิปรายก่อนกำหนดเส้นตายเบร็กซิทวันที่ 31 ต.ค.  “เป็นการยากมากที่จะเสี่ยงลงทุนใดๆในภาวะแวดล้อมนี้” นักวิเคราะห์กล่าว โดยบ่งชี้ว่า เส้นอัตราผลตอบแทนสหรัฐที่พลิกกลับเป็นสิ่งบ่งชี้ความเชื่อมั่น  หยวนสปอตออนชอร์อ่อนลงเล็กน้อย โดยปรับลงเป็นวันที่ 11 ติดต่อกัน แม้ว่าค่ากลางที่แข็งแกร่งกว่าคาดช่วยยับยั้งการร่วงลงรุนแรงขึ้น  เมื่อเทียบกับตะกร้าสกุลเงินต่างๆ ดอลลาร์ทรงตัวที่ราว 98.190
  • (+) บริษัทค้าปลีกสหรัฐเตือนปรับขึ้นราคาสินค้าขณะสหรัฐประกาศขึ้นภาษีจีนอย่างเป็นทางการ  เมื่อวานนี้คณะบริหารของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐประกาศอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับการเก็บภาษีเพิ่ม 5% ต่อสินค้านำเข้าจากจีนมูลค่า 3 แสนล้านดอลลาร์และกำหนดวันเรียกเก็บภาษีในวันที่ 1 ก.ย.และ 15 ธ.ค. ซึ่งทำให้บริษัทค้าปลีก, ผลิตภัณฑ์รองเท้า, ของเล่น และเทคโนโลยีของสหรัฐเตือนถึงการปรับขึ้นราคา  สำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐระบุในประกาศอย่างเป็นทางการว่า การเก็บภาษี 15% จะเริ่มขึ้นในเวลา 11.01 น.ของวันอาทิตย์ตามเวลาไทย ในรายการที่ครอบคลุมสินค้าจากจีนที่ถูกกำหนดเป้าหมายมูลค่า 1.25 แสนล้านดอลลาร์  การเก็บภาษีขั้นต้นรอบนี้ได้รวมถึง สมาร์ทวอทช์, Bluetooth, หูฟังโทรศัพท์, โทรทัศน์จอแบน และผลิตภัณฑ์รองเท้าประเภทต่างๆ
  • (+) จีนเตือนเรือรบสหรัฐแล่นผ่านทะเลจีนใต้เป็นการละเมิดอธิปไตย  ทางการจีนได้ออกมาเตือนว่า เรือรบสหรัฐที่แล่นอยู่ใกล้หมู่เกาะพิพาทในทะเลจีนใต้นั้น เป็นการละเมิดอธิปไตย และเรียกร้องให้สหรัฐยุติการปฏิบัติการเดินเรือที่เป็นการยั่วยุดังกล่าว  กองทัพปลดปล่อยประชาชนของจีน (PLA) ได้โพสต์ในบัญชี WeChat ว่า ได้ตรวจพบเรือพิฆาตติดขีปนาวุธนำวิถี USS Wayne E. Meyer เมื่อวันที่ 28 ส.ค. ก่อนประกาศเตือนให้เรือดังกล่าวแล่นออกจากทะเลจีนใต้   พันเอกอาวุโส ลี หัวหมิน โฆษกกองบัญชาการภาคใต้ของจีนกล่าวว่า “ข้อเท็จจริงได้พิสูจน์แล้วว่า เสรีภาพในการเดินเรือของสหรัฐนั้นเป็นอำนาจที่ละเลยกฎเกณฑ์ของกฎหมายระหว่างประเทศทำลายอธิปไตยและความมั่นคงของจีน รวมทั้งทำลายเสถียรภาพของภูมิภาคทะเลจีนใต้อย่างอย่างร้ายแรง”  ด้านกองเรือที่ 7 ของสหรัฐระบุในแถลงการณ์ว่า เรือรบสหรัฐได้แล่นเข้าไปภายในระยะ 12 ไมล์ทะเลของแนวปะการัง Fiery Cross และ Mischief Reef เพื่อท้าทายการอ้างสิทธิ์ทางทะเลที่มากเกินไปของจีน และรักษาการเข้าถึงน่านน้ำในทะเลตามกฎหมายระหว่างประเทศ โดยจีนได้สร้างสนามบิน และอาคารอื่นๆ บนที่ดินที่ถูกอ้างสิทธิ์เหนือแนวปะการังทั้งสองดังกล่าว