ข้ามไปยังทูลบาร์
กันยายน 23, 2020

วิเคราะห์ราคาทองคำ 29 ม.ค.63(ภาคบ่าย) by YLG

Spread the love

โดย  : บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (YLG)

แนวรับ : 1,557 1,546 1,536

แนวต้าน : 1,577 1,589 1,603

ข่าวสารสำคัญเพื่อประกอบการลงทุน (เพิ่มเติมช่วงเย็น)

สรุป  ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะเสร็จสิ้นการประชุมนโยบายการเงินในคืนนี้ 02.00 น. ตามเวลาไทย ตามด้วยแถลงการณ์ของนายเจอโรม พาวเวลล์ ประธานเฟด ในคืนนี้ 02.30 น.ตามเวลาไทย ทั้งนี้ คาดการณ์ในวงกว้างว่า เฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยเอาไว้ไม่เปลี่ยนแปลง ที่ระดับ 1.50-1.75% หลังจาก ในปี 2019 เฟดปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายจำนวน 3 ครั้ง และเริ่มการซื้อพันธบัตรระยะสั้นระดับ 6 หมื่นล้านดอลลาร์ต่อเดือน ทำให้กิจกรรมเศรษฐกิจทางสหรัฐปรับตัวดีขึ้นบางส่วนส่งผลให้นักลงทุนคาดการณ์เบื้องต้นว่า เฟดยังคงไม่มีการเปลี่ยนแปลงนโยบายการเงินในช่วงไตรมาสแรกของปี 2020 อย่างไรก็ตาม นักลงทุนหวังว่า เจ้าหน้าเฟดมีแนวโน้มหารือถึงความเป็นไปได้ในการเปลี่ยนแปลงวิธีที่พวกเขาจัดการกับอัตราดอกเบี้ยกู้ยืมข้ามคืนของธนาคารกลางสหรัฐ นอกจากนี้ นักลงทุนรอจับตาว่าเฟดจะเปลี่ยนแปลงแนวทางการดำเนินนโยบายการเงินหรือไม่ หากการระบาดของไวรัสโคโรนารุนแรงขึ้น ส่งผลให้ราคาทองคำที่มีแรงซื้อระหว่างวันเคลื่อนไหวจำกัด นักลงทุนที่มีทองคำในมือ อาจขายบางส่วนหากราคาไม่ผ่านบริเวณแนวต้าน 1,577-1,589 ดอลลาร์ต่อออนซ์ อย่างไรก็ตาม หากราคาอ่อนตัวลงสามารถยืนเหนือบริเวณ 1,559-1,557 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้แนะนำให้เข้าซื้อเพื่อลงทุนระยะสั้น โดยราคาทองคำยังมีโอกาสดีดตัวขึ้นต่อ

ปัจจัยทางเทคนิค

แนวโน้ม Gold Spot: ราคาทองคำขึ้นทดสอบแนวต้านโซน 1,577 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หากไม่สามารถผ่านไปได้ ทำให้ราคาเกิดการอ่อนตัวลง แต่หากการอ่อนตัวของราคาทองคำยังคงสามารถยืนเหนือโซนบริเวณ 1,559-1,557 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ ราคายังมีโอกาสทดสอบแนวต้านโซน 1,577-1,589 ดอลลาร์ต่อออนซ์

กลยุทธ์ Gold Futures:

Long Position ติดตามราคาทองคำอย่างใกล้ชิดบริเวณ 1,577 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ซึ่งหากไม่สามารถผ่านไปได้ให้นักลงทุนแบ่งขายทำกำไรบางส่วน แต่หากรับความเสี่ยงได้ให้รอดูว่ายืนได้หรือไม่ หากสามารถยืนได้ให้ปิดสถานะในบริเวณ 1,589 ดอลลาร์ต่อออนซ์

Short Position ให้จับตาบริเวณแนวรับ 1,559-1,557 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หากราคาไม่หลุดแนวดังกล่าวแนะนำให้ปิดสถานะ แต่หากราคาหลุดแนวดังกล่าวให้ชะลอไปปิดสถานะทำกำไรบริเวณแนวรับถัดไป 1,546-1,536 ดอลลาร์ต่อออนซ์

Open New ให้จับตาบริเวณแนวรับ 1,559-1,557 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หากไม่หลุดแนวรับสามารถเปิดสถานะซื้อเพื่อเก็งกำไร โดยมีเป้าหมายทำกำไรบริเวณแนวต้าน 1,577-1,589 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่หากราคาหลุดแนวรับ 1,557 ดอลลาร์ต่อออนซ์ นักลงทุนที่ถือสถานะซื้ออาจลดสถานะซื้อหรือปรับสถานะการลงทุนอีกครั้ง

ข่าวสารประกอบการลงทุน

  • (+) ยูเออี พบผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรน่ารายแรก ด้านมาเลเซียพบผู้ติดเชื้อเพิ่ม สำนักข่าวรอยเตอร์ รายงานว่า รัฐบาลของประเทศสหรัฐฯอาหรับเอมิเรต์ (UAE) ได้ออกมายืนยันว่าพบผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่รายแรก ซึ่งนับเป็นการพบผู้ติดเชื้อเป็นครั้งแรกในภูมิภาคตะวันออกกลาง กระทรวงสาธารณสุขและการป้องกันโรคของ UAE กล่าวว่า ผู้ติดเชื้อเป็นครอบครัวหนึ่งที่เดินทางไปเที่ยวยังเมืองอู่ฮั่น โดยในขณะนี้ผู้ป่วยมีอาการทรงตัว และอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด อย่างไรก็ตามไม่มีการยืนยันจากทางกระทรวงสาธารณสุขและการป้องกันโรคของ UAE ว่าผู้ติดเชื้อในครั้งนี้มีทั้งหมดกี่ราย ขณะที่กระทรวงสาธารณะสุขของมาเลเซีย ได้ออกมาเปิดเผยว่า พบผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่เพิ่มขึ้นอีก 3 ราย ซึ่งทำให้มียอดผู้ติดเชื้อในมาเลเซียเพิ่มขึ้น 7 รายแล้วในเวลานี้ โดยผู้ติดเชื้อทั้งสามราย ประกอบด้วย เด็กหญิงอายุ 4 ขวบ ชายอายุ 52 ปี และแม่ของเด็ก 2 คนที่ได้รับการยืนยันว่าติดเชื้อก่อนหน้านี้ ซึ่งก่อนหน้านี้ไม่มีการตรวจพบเชื้อไวรัสในแม่ของเด็กในการตรวจครั้งแรกเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาก่อนที่จะถูกตรวจพบในครั้งนี้ ล่าสุดรัฐบาลมาเลเซีย ได้มีคำสั่งห้ามให้พลเมืองจีนที่เดินทางมาจากเมืองอู่ฮั่น และเมืองหูเป่ย เดินทางเข้าประเทศเป็นการชั่วคราวเพื่อยับยั้งการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่
  • (+) ความเชื่อมั่นผู้บริโภคเยอรมันปรับขึ้นช่วงเข้าสู่ก.พ.,สวนทางคาดการณ์  กลุ่มวิจัยตลาด GfK เปิดเผยในวันนี้ว่า ความเชื่อมั่นของผู้บริโภคเยอรมันปรับตัวขึ้นอย่างไม่คาดคิดในช่วงเข้าสู่เดือนก.พ. ซึ่งบ่งชี้ว่า ข้อตกลงเบื้องต้นของสหรัฐ-จีนทำให้ผู้ซื้อชาวเยอรมันคลายความวิตก ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคจาก GfK อิงตามการสำรวจชาวเยอรมันราว 2,000 คน ปรับขึ้นสู่ 9.9 จุดในเดือนม.ค. จาก 9.7 จุดที่ทบทวนปรับแล้วในเดือนก่อนหน้า ซึ่งสวนทางกับคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ 9.6 จุด การสำรวจของ GfK จัดทำขึ้นในช่วงวันที่ 8-20 ม.ค.2020
  • (-) จนท.ชี้จีนอาจมีวัคซีนไวรัสโคโรนาใน 3 เดือน  นายหลี่ หลานจวน นักวิชาการของสถาบันวิศวกรรมจีนยืนยันเมื่อวานนี้ว่าจีนอาจมีวัคซีนสำหรับไวรัสโคโรนาที่มีการแพร่ระบาดอย่างรวดเร็ว ในเวลา 3 เดือน เขากล่าวว่า “จีนมีแนวโน้มที่จะมีวัคซีนสำหรับไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่สำหรับการใช้งานในระดับสาธารณชนภายในเวลา 3 เดือน ซึ่งจะรวมถึงเวลาในการพัฒนา 1 เดือนครึ่งและการทดสอบ 1 เดือนครึ่ง”
  • (+/-) ตลาดหุ้นยุโรปเปิดตลาดทั้งแดนบวกและลบ นลท.ยังติดตามสถานการณ์ไวรัสโคโรนา  ตลาดหุ้นยุโรปเปิดตลาดวันนี้ทั้งแดนบวกและลบ ในขณะที่นักลงทุนยังคงติดตามสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่อย่างใกล้ชิด ดัชนี Stoxx Europe 600 ขยับขึ้น 0.1% หลังเปิดตลาดไม่นาน ดัชนี CAC-40 ตลาดหุ้นฝรั่งเศสเปิดวันนี้ที่ 5,921.97 จุด ลดลง 3.85 จุด, -0.06% ดัชนี DAX ตลาดหุ้นเยอรมันเปิดวันนี้ที่ 13,316.42 จุด ลดลง 7.27 จุด, -0.05% คณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติของจีน (NHC) แถลงยืนยันว่า ณ วันอังคารที่ 28 ม.ค. จำนวนผู้เสียชีวิตจากโรคปอดอักเสบที่เกิดจากการติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ในจีน เพิ่มขึ้นเป็น 132 ราย ขณะที่จำนวนผู้ติดเชื้อไวรัสดังกล่าวอยู่ที่ 5,974 ราย
  • (+/-) เฟดมีแนวโน้มคงอัตราดอกเบี้ยเมื่อสิ้นสุดการประชุมวันนี้ตามเวลาท้องถิ่น ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะเสร็จสิ้นการประชุมกำหนดนโยบายครั้งล่าสุดในวันนี้ตามเวลาท้องถิ่น โดยเกือบจะแน่นอนว่า อัตราดอกเบี้ยจะไม่เปลี่ยนแปลง แต่เจ้าหน้าที่มีแนวโน้มหารือความเป็นไปได้ในการเปลี่ยนแปลงวิธีที่พวกเขาจัดการกับอัตราดอกเบี้ยกู้ยืมข้ามคืนของธนาคารกลางสหรัฐ นับตั้งแต่เฟดลดดอกเบี้ยในเดือนต.ค. ซึ่งเป็นการลดต้นทุนการกู้ยืมครั้งที่ 3 และครั้งสุดท้ายในปี 2019 เจ้าหน้าที่กำหนดนโยบายเห็นพ้องที่จะคงดอกเบี้ยนโยบายในกรอบปัจจุบันที่ 1.50% -1.75% จนกว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงสำคัญบางประการในแนวโน้มเศรษฐกิจ ข้อมูลของสหรัฐนับตั้งแต่การประชุมกำหนดนโยบายครั้งที่ผ่านมาของเฟดในเดือนธ.ค.แทบไม่ได้เปลี่ยนแปลงคาดการณ์สำหรับการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่องในปีนี้ที่ประมาณ 2% และการว่างงานในระดับต่ำอย่างต่อเนื่อง