พุธ. ธ.ค. 11th, 2019

วิเคราะห์ราคาทองคำ 29 พ.ย.62(ภาคบ่าย) by YLG

โดย  : บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (YLG)

แนวรับ : 1,452 1,445 1,437

แนวต้าน : 1,471 1,479 1,487

ข่าวสารสำคัญเพื่อประกอบการลงทุน (เพิ่มเติมช่วงเย็น)

สรุป  ความไม่แน่ใจเกี่ยวกับแนวโน้มการเจรจาภาษีจีน-สหรัฐ ท่ามกลางความตึงเครียดจีน-สหรัฐปะทุขึ้น หลังการตัดสินใจของรัฐบาลสหรัฐในการลงนามในร่างกฎหมายสนับสนุนผู้ประท้วงต่อต้านรัฐบาลในฮ่องกง โดย จีนเตือนสหรัฐว่า จีนจะ “ใช้มาตรการตอบโต้ที่แข็งกร้าว” ประเด็นดังกล่าว กดดันการลงทุนสินทรัพย์เสี่ยง ทำให้ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตปิดที่ระดับต่ำสุดรอบ 3 เดือน ส่วนดัชนีฮั่งเส็งตลาดหุ้นฮ่องกงปิดปรับตัวลดลงอย่างหนัก เนื่องจากกลุ่มผู้ประท้วงประกาศว่าจะรวมตัวชุมนุมกันโดยเริ่มจากวันนี้ไปจนถึงช่วงสุดสัปดาห์ และจะปักหลักชุมนุมต่อเนื่องในสัปดาห์หน้า ทั้งนี้ ระหว่างวัน ราคาทองคำยังมีการเคลื่อนไหวในกรอบ เพราะตลาดเงินตลาดทุนของสหรัฐจะเปิดทำการเพียงครึ่งวันในช่วงแรกของวันศุกร์และปิดทำการในเวลาประมาณตี 1 ตามเวลาไทย เนื่องในวัน Black Friday แนะนำระยะสั้นหากราคาทองคำมีการปรับตัวลดลงมาไม่หลุดแนวรับ นักลงทุนสามารถเข้าซื้อเก็งกำไร โดยทั้งนี้ประเมินแนวรับไว้ที่ 1,452 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยหากราคาทองคำไม่หลุดแนวรับยังมีโอกาสเกิดแรงซื้อเก็งกำไรเข้ามาอีกครั้ง และเมื่อราคาขยับขึ้นให้จับตาโซนแนวต้านระดับ 1,463-1,471 ดอลลาร์ต่อออนซ์ เพราะหากราคาทองคำยังไม่สามารถขึ้นไปยืนได้ นักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้น้อยอาจแบ่งขายบางส่วนในลักษณะทยอยขายออกมาบ้าง

ปัจจัยทางเทคนิค

แนวโน้ม Gold Spot: หากราคาทองคำยังไม่สามารถยืนเหนือโซน 1,463-1,471 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ อาจทำให้เกิดการอ่อนตัวลงของราคา โดยประเมินแนวรับบริเวณที่ 1,452-1,445 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หากสามารถยืนเหนือโซนแนวรับดังกล่าวได้ก็จะเห็นการดีดตัวขึ้นระยะสั้นอีกครั้งโดยราคาอาจแกว่งตัวในกรอบ

กลยุทธ์ Gold Futures:

Long Position แนะนำให้ทยอยขายทำกำไรตามบริเวณแนวต้าน 1,463-1,471 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หากมีสถานะอยู่แล้วอาจชะลอการลงทุนเพิ่มถ้าราคาไม่อ่อนตัวลง

Short Position ปิดสถานะหากราคายังสามารถยืนเหนือแนวรับโซน 1,452 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่หากราคาหลุดโซนดังกล่าวสามารถรอทำกำไรบริเวณ แนวรับถัดไปที่ 1,445 ดอลลาร์ต่อออนซ์

Open New เน้นเก็งกำไรจากการแกว่งตัว โดยรอจังหวะเข้าซื้อเมื่อราคาอ่อนตัวลงมาบริเวณแนวรับ 1,452-1,445 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และขายเมื่อราคาดีดตัวขึ้นหรือไม่ผ่านบริเวณแนวต้าน 1,463-1,471 ดอลลาร์ต่อออนซ์ อีกทั้งนักลงทุนควรตั้งจุดทำกำไรและตัดขาดทุนให้ชัดเจน

ข่าวสารประกอบการลงทุน

  • (+) นักเศรษฐศาสตร์เตือนฮ่องกงเป็นความเสี่ยงการเมืองระหว่างปท.ที่สำคัญที่สุดต่อตลาด  นายฮอลเกอร์ ชมีดิง หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของ Berenberg กล่าวว่า ความไม่สงบทางพลเรือนที่ดำเนินไปอย่างต่อเนื่องในฮ่องกงเป็นภัยคุกคามด้านการเมืองระหว่างประเทศที่สำคัญที่สุดต่อตลาดโลก   “ถ้าสถานการณ์ในฮ่องกงทวีความรุนแรง ถ้าจีนแทรกแซงทางทหาร ก็จะเกือบเป็นไปไม่ได้ที่สหรัฐจะทำข้อตกลงการค้ากับจีน แม้แต่ข้อตกลงระยะที่ 1 ดังนั้น นั่นจะทำให้ช่วงขาลงทางอุตสาหกรรมทั่วโลกยืดเยื้อต่อไป”  แม้ว่าเขาเตือนเกี่ยวกับความเสี่ยงที่สถานการณ์ในฮ่องกงจะกระทบข้อตกลงระยะที่ 1 แต่เขากล่าวว่า สภาวะที่ย่ำแย่ที่สุดอาจจะไม่เกิดขึ้น   “จนถึงขณะนี้ พฤติกรรมของจีนในฮ่องกงบ่งชี้ว่า จีนตระหนักอย่างชัดเจนถึงความเสี่ยง และเมื่อพิจารณาจากเหตุการณ์ต่างๆจนถึงขณะนี้ จีนยังให้ความสำคัญเป็นอันดับแรกในการปกป้องเศรษฐกิจของตนจากผลกระทบของสงครามการค้าที่ยืดเยื้อ” เขาอธิบาย   “ผมไม่คิดว่า การที่ปธน.ทรัมป์ลงนามในร่างกฎหมายนี้จะมีผลกระทบมากนัก เราทราบว่าสหรัฐและจีน, จีนและโลกตะวันตก มีความแตกต่างกันในเรื่องสิทธิมนุษยชน, ประชาธิปไตย และความแตกต่างนี้ยังคงอยู่ จีนอาจจะทราบว่า จีนจำเป็นต้องตระหนักในสิ่งนี้ ในทัศนะของผม หวังว่านี่จะเป็นเพียงความขัดแย้งเล็กน้อย ไม่มีสิ่งใดที่จะเบี่ยงเบนจีนจากภาพรวม ซึ่งก็คือการปกป้องเศรษฐกิจของตนด้วยการทำข้อตกลงกับสหรัฐด้านการค้า”
  • (+) เซี่ยงไฮ้คอมโพสิตปิดลบ 17.71 จุด นลท.ยังกังวลการค้าจีน-สหรัฐ  ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตตลาดหุ้นจีนปิดตลาดวันนี้ปรับตัวลง เนื่องจากความกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์การค้าระหว่างจีนและสหรัฐ ภายหลังจากที่เกิดการตอบโต้กันภายหลังจากที่สหรัฐที่ผ่านกฎหมายสนับสนุนประชาธิปไตยในฮ่องกง   สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตปรับตัวลง 17.71 จุด หรือ 0.61% ปิดที่ 2,871.98 จุด  ทางการจีนแถลงเตือนสหรัฐว่า จีนอาจจะใช้มาตรการตอบโต้ที่รุนแรง หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์แห่งสหรัฐ ได้ลงนามร่างกฎหมายสนับสนุนการเรียกร้องประชาธิปไตยในฮ่องกง  กระทรวงการต่างประเทศจีนแถลงว่า สหรัฐจะต้องเผชิญกับผลกระทบที่ตามมา หากสหรัฐยังคงแทรกแซงกิจการภายในฮ่องกง ซึ่งเป็นเขตปกครองของจีน
  • (+) “มูดี้ส์”คาดการผิดนัดชำระหนี้ในจีนจะเพิ่มขึ้นในปี 2020 ขณะเศรษฐกิจชะลอตัว  สถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือมูดี้ส์ อินเวสเตอร์ เซอร์วิส เปิดเผยว่า จำนวนบริษัทจีนที่ผิดนัดชำระหนี้จะยังคงเพิ่มขึ้นในปีหน้า ในขณะที่การขยายตัวทางเศรษฐกิจชะลอตัว และรัฐบาลพยายามควบคุมการสนับสนุนบริษัทที่เป็นหนี้  นายอีแวน ชุง หัวหน้าฝ่ายการวิจัยและวิเคราะห์สินเชื่อจีนของมูดี้ส์กล่าวว่า มูดี้ส์คาดว่า จะมีการผิดนัดชำระหนี้ใหม่ 40-50 รายการ เพิ่มขึ้นจาก 35 รายการในปีนี้ เขาคาดว่า มูลค่าการผิดนัดชำระหนี้ทั้งหมดจะอยู่ต่ำกว่า 2 แสนล้านหยวน (2.8 หมื่นล้านดอลลาร์) คิดเป็นน้อยกว่า 1% ของขนาดของตลาดพันธบัตรจีน  เขากล่าวว่า “ความตั้งใจของเจ้าหน้าที่ควบคุมกฎระเบียบคือ การลดจริยวิบัติและในขณะเดียวกัน รับประกันว่าการผิดนัดชำระหนี้ใดๆ “จะไม่บั่นทอนเสถียรภาพทางเศรษฐกิจและสังคมและกระตุ้นความเสี่ยงเชิงระบบ”
  • (-) สนง.สถิติเยอรมนีเผยอัตราเงินเฟ้อลดลงเกินคาดในเดือนพ.ย.  สำนักงานสถิติแห่งเยอรมนี (FSO) เปิดเผยว่า ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI)  ของเยอรมนี ลดลงเกินคาด 0.8% ในเดือนพ.ย. ต่ำกว่าระดับที่นักเศรษฐศาสตร์ที่ได้รับการสำรวจโดยวอลล์สตรีท เจอร์นัลคาดไว้ว่า อาจลดลง 0.5% เมื่อคำนวณตามมาตรฐานของเยอรมนี และ อาจลดลง 0.7% เมื่อคำนวณตามมาตรฐานร่วมของสหภาพยุโรป (EU)   ส่วนดัชนี CPI เมื่อเทียบรายปี เพิ่มขึ้น 1.1% ตามมาตรฐานเยอรมนี ต่ำกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์คาดไว้ว่าอาจเพิ่มขึ้น 1.3% ขณะที่ดัชนี CPI ตามมาตรฐานร่วมของ EU เพิ่มขึ้น 1.2% เมื่อเทียบรายปี ต่ำกว่าคาดการณ์ที่ 1.3%   ข้อมูลของ FSO บ่งชี้ว่า อัตราเงินเฟ้อเมื่อเทียบรายปียังคงปรับตัวลงตามราคาพลังงานที่ลดลง 3.7% เมื่อเทียบรายปีในเดือนพ.ย.