กรกฎาคม 9, 2020

วิเคราะห์ราคาทองคำ 29 พ.ค.63(ภาคเช้า) by YLG

Spread the love

โดย  : บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (YLG)

คำแนะนำ :

เน้นเก็งกำไรจากการแกว่งตัวในกรอบ การเข้าซื้อควรรอเมื่อราคาอ่อนตัวลงใกล้แนวรับบริเวณ 1,704-1,693  ดอลลาร์ต่อออนซ์ และหากราคาขยับขึ้นควรขายทำกำไรหากราคาทองคำไม่ผ่านโซน 1,722-1,727 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่ถ้าผ่านได้สามารถถือต่อ

แนวรับ : 1,693 1,680 1,668 แนวต้าน : 1,722 1,739 1,754

จจัยพื้นฐาน :

ราคาทองคำวานนี้ปิดปรับตัวเพิ่มขึ้น 5.39  ดอลลาร์ต่อออนซ์  หลังจากในระหว่างวันราคาทองคำทะยานขึ้นทำระดับสูงสุดบริเวณ 1,727 ดอลลาร์ต่อออนซ์  โดยได้รับแนงหนุนจากแรงซื้อทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย  หลังความตึงเครียดระหว่างจีนและสหรัฐทวีความรุนแรงขึ้น  สืบเนื่องมาจากที่ประชุมสภาประชาชนแห่งชาติจีน (NPC) มีมติเห็นชอบให้มีการบังคับใช้กฎหมายความมั่นคงแห่งชาติฉบับใหม่ในฮ่องกงในช่วงบ่ายวานนี้  ซึ่งได้สร้างความไม่พอใจให้กับฝั่งสหรัฐเป็นอย่างมาก  ล่าสุดประธานาธิบดีทรัมป์เผยว่า เขาจะประกาศนโยบายฉบับใหม่ของสหรัฐที่จะดำเนินการกับจีนภายในวันศุกร์นี้  ประกอบกับทองคำได้รับแรงหนุนจากการอ่อนค่าของสกุลเงินดอลลาร์หลังการเปิดเผยตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐหลายรายการออกมาย่ำแย่กว่าที่คาด  อาทิ  จำนวนชาวอเมริกันผู้ขอรับสวัสดิการว่างงาน, ประมาณการครั้งที่ 2  GDP ประจำไตรมาส 1/2020 ซึ่งบ่งชี้ว่าเศรษฐกิจสหรัฐหดตัวเกินคาดถึง -5% และยอดทำสัญญาขายบ้านที่รอปิดการขาย  ขณะที่สกุลเงินยูโรแข็งค่าขึ้นขานรับข้อเสนอของคณะกรรมาธิการยุโรป (EC) ในการจัดตั้งกองทุนฟื้นฟูเพื่อเยียวยาผลกระทบจาก COVID-19  ด้านกองทุน SPDR ถือครองทองเพิ่ม +0.58 ตัน  ปัจจัยที่กล่าวมาสร้างแรงหนุนให้กับทองคำ  แต่ราคาก็เผชิญแรงขายทำกำไรสลับออกมาเช่นเดียวกัน  อีกทั้งนักลงทุนกำลังรอดูว่ามาตรการที่สหรัฐเตรียมจะดำเนินการต่อจีนซึ่งจะประกาศในวันนี้นั้นเป็นเช่นไร  เพื่อใช้เป็นปัจจัยชี้นำทิศทางราคาในระยะถัดไป  นอกจากนี้แนะนำติดตามการเปิดเผยดัชนี Core PCE, การใช้จ่ายและรายได้ส่วนบุคคล, สต็อกสินค้าคงคลังภาคค้าส่ง, ดัชนี PMI เขตชิคาโก, ความเชื่อมั่นผู้บริโภคจาก UoM และถ้อยแถลงของนายเจอโรม  พาวเวลล์ประธานเฟด

จจัยทางเทคนิค :

หากราคาทองคำไม่สามารถยืนเหนือโซน 1,722-1,727 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ซึ่งเป็นระดับสูงสุดของวันก่อนหน้า อาจทำให้เกิดการอ่อนตัวลง โดยประเมินแนวรับบริเวณที่ 1,704-1,693 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่หากสามารถยืนเหนือโซนแนวรับดังกล่าวได้ก็จะเห็นการดีดตัวขึ้นระยะสั้นอีกครั้ง

กลยุทธ์การลงทุน :

แนะนำลงทุนในกรอบราคา โดยเปิดสถานะขายระยะสั้นหากราคาทองคำไม่ผ่านแนวต้านบริเวณ 1,722-1,727 ดอลลาร์ต่อออนซ์ (ตัดขาดทุนหากผ่าน 1,739 ดอลลาร์ต่อออนซ์)และรอเข้าซื้อคืนเพื่อทำกำไรเมื่อราคาทองคำอ่อนตัวลงและสามารถยืนเหนือโซน 1,704-1,693 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้

ข่าวสารประกอบการลงทุน :

  • (+) “ทรัมป์”ลงนามคำสั่งทบทวนกฎหมายคุ้มครองโซเชียลมีเดีย สกัดแรงจูงใจทางการเมือง  ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์แห่งสหรัฐ ได้ลงนามในคำสั่งพิเศษเพื่อสั่งการให้คณะกรรมการกลางกำกับดูแลกิจการสื่อสารของสหรัฐ (FCC) ดำเนินการทบทวนเนื้อหาในมาตรา 230 ของกฎหมาย “Communications Decency Act” ซึ่งเป็นกฎหมายที่ช่วยให้แพลตฟอร์มออนไลนได้รับการยกเว้นจากพันธกรณีทางกฎหมายในกรณีที่ผู้ใช้งานโพสต์ข้อความต่างๆ ลงบนแพลตฟอร์ม  คำสั่งดังกล่าวจะให้อำนาจ FCC ในการจัดการกับบริษัทโซเชียลมีเดียที่เผยแพร่ข่าวสารที่มีเนื้อหา “หลอกลวง” และยังสามารถจัดตั้งคณะทำงานของอัยการรัฐ เพื่อทำการทบทวนกฎหมายต่างๆ ที่เกี่ยวข้องด้วย
  • (+) “ทรัมป์”เล็งประกาศนโยบายใหม่กับจีนวันนี้ เหตุไม่พอใจใช้กม.ความมั่นคงในฮ่องกง  ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์แห่งสหรัฐ เปิดเผยว่า เขาจะประกาศนโยบายฉบับใหม่ของสหรัฐที่จะดำเนินการกับจีนในวันนี้ หลังจากที่ประชุมสภาประชาชนแห่งชาติจีน (NPC) มีมติเห็นชอบให้มีการบังคับใช้กฎหมายความมั่นคงแห่งชาติฉบับใหม่ในฮ่องกง 
  • (+) สหรัฐเผยโควิด-19 ฉุด GDP Q1/63 หดตัว 5% ขณะคาด Q2 ทรุด 40%  กระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยตัวเลขประมาณการครั้งที่ 2 สำหรับผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ประจำไตรมาส 1/2563 โดยระบุว่า เศรษฐกิจสหรัฐหดตัวลง 5% ซึ่งย่ำแย่กว่าที่ตัวเลขประมาณการครั้งที่ 1 ระบุว่าหดตัวลง 4.8%
  • (+) สหรัฐเผยดัชนีการทำสัญญาขายบ้านที่รอปิดการขายดิ่งลงจากผลกระทบโควิด  สมาคมนายหน้าอสังหาริมทรัพย์แห่งชาติของสหรัฐ (NAR) เปิดเผยว่า ดัชนีการทำสัญญาขายบ้านที่รอปิดการขาย (pending home sales) ดิ่งลง 21.8% ในเดือนเม.ย. เมื่อเทียบรายเดือน โดยได้รับผลกระทบจากมาตรการล็อกดาวน์ของรัฐบาลเพื่อสกัดการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19
  • (+) ยูโรแข็งเทียบดอลล์ รับข่าวยุโรปตั้งกองทุนเยียวยาผลกระทบโควิด-19  สกุลเงินยูโรแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (28 พ.ค.) ขานรับข้อเสนอของคณะกรรมาธิการยุโรป (EC) ในการจัดตั้งกองทุนฟื้นฟู เพื่อเยียวยาผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ส่วนสกุลดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงหลังจากมีการเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจที่ซบเซาหลายรายการ ซึ่งรวมถึงผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ของสหรัฐที่หดตัวลงในไตรมาสแรกปีนี้  ยูโรแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.1089 ดอลลาร์ จากระดับ 1.0989 ดอลลาร์ ขณะที่เงินปอนด์แข็งค่าขึ้นแตะที่ระดับ 1.2340 ดอลลาร์ จากระดับ 1.2253 ดอลลาร์  ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าเมื่อเทียบกับเงินเยน ที่ระดับ 107.64 เยน จากระดับ 107.70 เยน และอ่อนค่าเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิส ที่ระดับ 0.9634 ฟรังก์ จากระดับ 0.9688 ฟรังก์
  • (+) สหรัฐเผยตัวเลขผู้ขอสวัสดิการว่างงานสูงกว่าคาดจากพิษโควิด  กระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยตัวเลขผู้ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรกจำนวน 2.1 ล้านรายในสัปดาห์ที่แล้ว และสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 2.05 ล้านราย 
  • (+) ดาวโจนส์ปิดลบ 147.63 จุด วิตกความขัดแย้งสหรัฐ-จีน,กฎหมายคุมสื่อโซเชียล  ดัชนีดาวโจนส์ปิดลบเมื่อคืนนี้ (28 พ.ค.) เนื่องจากนักลงทุนส่งคำสั่งขายเข้ามาในช่วงท้ายตลาด หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์แห่งสหรัฐ เปิดเผยว่า เขาจะประกาศนโยบายฉบับใหม่ของสหรัฐที่จะดำเนินการกับจีนในวันนี้ เนื่องจากไม่พอใจที่จีนบังคับใช้กฎหมายความมั่นคงแห่งชาติฉบับใหม่ในฮ่องกง นอกจากนี้ ตลาดยังได้รับแรงกดดันจากการร่วงลงของหุ้นเฟซบุ๊กและทวิตเตอร์ หลังจากปธน.ทรัมป์ลงนามในคำสั่งทบทวนกฎหมายคุ้มครองบริษัทโซเชียลมีเดีย  ดัชนีดาวโจนส์ปิดที่ 25,400.64 จุด ลดลง 147.63 จุด หรือ -0.58% ขณะที่ดัชนี S&P500 ปิดที่ 3,029.73 จุด ลดลง 6.40 จุด หรือ -0.21% ส่วนดัชนี Nasdaq ปิดที่ 9,368.99 จุด ลดลง 43.37 จุด หรือ -0.46%
  • (-) สหรัฐเผยยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนดิ่งลงในเดือนเม.ย.จากพิษโควิด  กระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยว่า ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนของสหรัฐ เช่น เครื่องบิน รถยนต์ และเครื่องจักรขนาดใหญ่ที่มีอายุการใช้งานตั้งแต่ 3 ปีขึ้นไป ดิ่งลง 17.2% ในเดือนเม.ย. หลังจากร่วงลง 16.6% ในเดือนมี.ค.  ส่วนยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนพื้นฐาน ซึ่งเป็นคำสั่งซื้อสินค้าทุนที่ไม่รวมเครื่องบิน และสินค้าด้านอาวุธ โดยเป็นสิ่งบ่งชี้แผนการใช้จ่ายของภาคธุรกิจ ดิ่งลง 5.8% ในเดือนเม.ย. หลังจากลดลง 1.1% ในเดือนมี.ค.  นักวิเคราะห์คาดว่า ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนพื้นฐานจะทรุดตัวลง 10.0% ในเดือนเม.ย.
  • (-) ที่ปรึกษาทำเนียบขาวชี้เศรษฐกิจส่งสัญญาณน่าพึงพอใจ ขณะรัฐต่างๆกลับมาเปิดธุรกิจอีกครั้ง  นายแลร์รี่ คุดโลว์ หัวหน้าที่ปรึกษาฝ่ายเศรษฐกิจประจำทำเนียบขาว กล่าวว่า มีสัญญาณทางเศรษฐกิจที่น่าพึงพอใจในรัฐต่างๆซึ่งกลับมาเปิดธุรกิจอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งรัฐบาลคาดว่าจะทำให้เศรษฐกิจมีการดีดตัวอย่างแข็งแกร่ง  “เศรษฐกิจสหรัฐทยอยกลับมาเปิดใหม่ในเดือนนี้และเดือนหน้า ซึ่งถือเป็นช่วงการเปลี่ยนผ่าน และเราได้เห็นความหวัง ท่ามกลางความยากลำบาก” นายคุดโลว์กล่าว 

ข้ามไปยังทูลบาร์