ข้ามไปยังทูลบาร์
พฤศจิกายน 26, 2020

วิเคราะห์ราคาทองคำ 29 ต.ค.63(ภาคเช้า) by HGF

Spread the love

โดย  : บริษัท ฮั่วเซ่งเฮง โกลด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด(HGF)

ทองคำลงแรงหลุดแนวรับ 1,900 ดอลลาร์SPDRขายทอง 8.47 ตัน

วันนี้ติดตามการประชุมธนาคารกลางยุโรปจีดีพีสหรัฐไตรมาส 3

แนวโน้มราคาทองคำคาดเริ่มฟื้นตัว

  • ราคาทองคำ Spot เมื่อวานปรับลดลงแรงหลุดแนวรับ 1,900 ดอลลาร์เนื่องจากเงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้น ความล่าช้าในการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจรอบใหม่ของสหรัฐ โดยล่าสุดประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เปิดเผยว่าสหรัฐอาจไม่สามารถออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจได้ก่อนการเลือกตั้งประธานาธิบดีในวันที่ 3 พ.ยความกังวลเรื่องการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 จะทำให้ประเทศต่างๆประกาศใช้มาตรการล็อกดาวน์ ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลก ขณะนี้สหรัฐมีผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 จำนวน 9,039,170 ราย และมีผู้เสียชีวิต 232,101 ราย ซึ่งเป็นสถิติสูงสุดในโลกทางด้านกองทุน SPDRGold Trust ขายทองคำ 8.47 ตันเมื่อวาน
  • วันนี้ติดตามการประชุมธนาคารกลางยุโรปธนาคารกลางญี่ปุ่น ส่วนคืนนี้สหรัฐจะประกาศจีดีพีไตรมาส 3 ซึ่งตลาดคาดจะเพิ่มขึ้น 32.0% หลังจากที่ไตรมาส 2  หดตัวลง 31.4% จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ตลาดคาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 773,000 ราย
  • แนวโน้มราคาทองคำคาดเริ่มฟื้นตัว โดยมีแนวต้านที่ 1,900ดอลลาร์ และแนวต้านถัดไป 1,910 ดอลลาร์ ขณะที่มีแนวรับอยู่ที่ 1,870 ดอลลาร์ และ 1,860 ดอลลาร์ ตามลำดับ

ราคาทองตลาดโลก

Closechg.SupportResistance
1,877.80-29.21,870/1,8601,900/1,910

ราคาทองแท่ง 96.5%

Closechg.SupportResistance
28,100-5027,650/27,55028,050/28,200

โกลด์ฟิวเจอร์ส

ClosechgSupportResistance
27,990-19027,790/27,66028,200/28,330

แนะนำซื้อเมื่อราคาทอง Spot ปรับลงมาที่ 1,870 ดอลลาร์  (GF 27,780 บาท) โดยมีจุดขายตัดขาดทุนที่ 1,880 ดอลลาร์(GF 27,640 บาท)

การลงทุนในทองแท่งแนะนำทยอยซื้อสะสมที่ราคาทองคำ Spot 1,860-1,870 ดอลลาร์

โกลด์ออนไลน์ฟิวเจอร์

ClosechgSupportResistance
1,884.00-21.401,875/1,8651,905/1,920

แนะนำซื้อเมื่อราคาGOZ20ปรับลงมาที่ 1,875 ดอลลาร์ โดยมีจุดขายตัดขาดทุนที่ 1,865 ดอลลาร์

เงินบาท

ทิศทางเงินบาทในวันนี้คาดมีแนวโน้มอ่อนค่าลงเล็กน้อยโดยเงินดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ เนื่องจากความล่าช้าในการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจรอบใหม่ของสหรัฐ ซึ่งUSD Futures เดือนธ.ค.63คาดจะมีแนวรับที่ 31.20 บาท/ดอลลาร์ ขณะที่มีแนวต้านที่ 31.30 บาท/ดอลลาร์

News

ตลาดการเงินต่างประเทศ: ดอลล์แข็งเหตุวิตกโควิดหนุนแรงซื้อสินทรัพย์ปลอดภัย

ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนที่ผ่านมา (28 ต.ค.) เนื่องจากนักลงทุนพากันเข้าซื้อดอลลาร์ในฐานะสกุลเงินปลอดภัยท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ในสหรัฐและยุโรปรวมทั้งความไม่แน่นอนเกี่ยวกับการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจดัชนีดอลลาร์ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงินเพิ่มขึ้น 0.50% แตะที่ระดับ 93.4036

ตลาดโลหะมีค่าต่างประเทศ:ทองปิดร่วง $32.7 เหตุดอลล์แข็งกดดันตลาด

สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดร่วงหลุดจากระดับ 1,900 ดอลลาร์เมื่อคืนที่ผ่านมา (28 ต.ค.) เนื่องจากการแข็งค่าของสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐได้สร้างแรงกดดันต่อราคาทองคำขณะที่นักวิเคราะห์ระบุว่าความวิตกกังวลเกี่ยวกับการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ในสหรัฐและยุโรปเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้นักลงทุนแห่เข้าซื้อสกุลเงินดอลลาร์ในฐานะสินทรัพย์ที่ปลอดภัยสัญญาทองคำตลาดCOMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนธ.ค. ร่วงลง 32.7 ดอลลาร์หรือ 1.71% ปิดที่ 1,879.2 ดอลลาร์/ออนซ์ซึ่งเป็นระดับปิดต่ำสุดนับตั้งแต่วันที่ 25 ก.ย. 2563  สัญญาโลหะเงินส่งมอบเดือนธ.ค. ลดลง 1.21 ดอลลาร์หรือ 4.93% ปิดที่ 23.359 ดอลลาร์/ออนซ์

ตลาดน้ำมันดิบต่างประเทศ:น้ำมันWTI ปิดร่วง $2.18 วิตกสต็อกน้ำมันดิบพุ่ง,โควิดฉุดดีมานด์

สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดร่วงลงกว่า 5% เมื่อคืนที่ผ่านมา (28 ต.ค.) เนื่องจากความกังวลเกี่ยวกับภาวะน้ำมันล้นตลาดหลังจากสหรัฐเปิดเผยสต็อกน้ำมันดิบพุ่งขึ้นเกินคาดในสัปดาห์ที่แล้วนอกจากนี้ราคาน้ำมันยังได้รับแรงกดดันจากความกังวลเกี่ยวกับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ในสหรัฐและยุโรป สัญญาน้ำมันดิบWTI ส่งมอบเดือนธ.ค. ร่วงลง 2.18 ดอลลาร์หรือ 5.5% ปิดที่ 37.39 ดอลลาร์/บาร์เรลซึ่งเป็นระดับปิดต่ำสุดนับตั้งแต่วันที่ 2 ต.ค. 2563 สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) ส่งมอบเดือนธ.ค. ดิ่งลง 2.08 ดอลลาร์หรือ 5.1% ปิดที่ 39.12 ดอลลาร์/บาร์เรลซึ่งเป็นระดับปิดต่ำสุดนับตั้งแต่วันที่ 12 มิ.ย. 2563

ตลาดหุ้นต่างประเทศ:ดาวโจนส์ปิดร่วง 943.24 จุดวิตกโควิดฉุดเศรษฐกิจโลก

ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดทรุดตัวลงกว่า 900 จุดเมื่อคืนที่ผ่านมา (28 ต.ค.) โดยได้รับแรงกดดันจากความกังวลที่ว่าการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 จะทำให้ประเทศต่างๆประกาศมาตรการล็อกดาวน์ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกนอกจากนี้นักลงทุนยังวิตกกังวลเกี่ยวกับความไม่แน่นอนของผลการเลือกตั้งสหรัฐและความล่าช้าในการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของสหรัฐดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 26,519.95 จุดร่วงลง 943.24 จุดหรือ -3.43% ขณะที่ดัชนีS&P500 ปิดที่ 3,271.03 จุดลดลง 119.65 จุดหรือ -3.53% ขณะที่ดัชนีNasdaq ปิดที่ 11,004.87 จุดลดลง 426.48 จุดหรือ -3.73%

ไบเดนลุยหาเสียงในถิ่นพรรคคู่แข่งวอนประชาชนให้โอกาสกู้ชาติ

นายโจไบเดนผู้ท้าชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐจากพรรคเดโมแครตได้เดินทางไปที่เมืองวอร์มสปริงส์รัฐจอร์เจียเพื่อหาเสียงเชิญชวนให้ประชาชนลงคะแนนให้ตนเป็นประธานาธิบดีคนใหม่โดยเขาประกาศว่าเขาจะเป็นคนที่จะเข้ามากู้ชาติและฟื้นคืนจิตวิญญาณของประชาชนที่หายไปเพราะการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19รัฐจอร์เจียเป็นถิ่นของพรรครีพับลิกันโดยในการเลือกตั้งที่ผ่านๆมานั้นผู้ท้าชิงจากพรรคเดโมแครตได้พ่ายแพ้ให้กับคู่แข่งจากพรรคเจ้าถิ่นมาเป็นเวลาเกือบ30ปีแล้วนายไบเดนให้ให้คำมั่นว่าตนจะเป็นผู้นำประเทศให้ชาวอเมริกันทุกคนโดยสหรัฐยังสามารถเอาชนะวิกฤตด้านสุขภาพและเศรษฐกิจได้ทั้งนี้ชาวอเมริกันกว่า70ล้านคนได้ออกมาเลือกตั้งประธานาธิบดีล่วงหน้าแล้วในขณะนี้ซึ่งเป็นตัวเลขที่สูงกว่าการเลือกตั้งล่วงหน้าในปี2559มากกว่าครึ่งหนึ่งในขณะที่เหลือเวลาอีกเพียง1สัปดาห์ก่อนที่การเลือกตั้งประธานาธิบดีจะเปิดฉากขึ้นในวันที่3พ.ย.นี้อัตราการลงคะแนนเลือกตั้งล่วงหน้าทั่วประเทศเพิ่มขึ้นอย่างมากในปีนี้เนื่องจากการแข่งขันระหว่างปธน.ทรัมป์และคู่แข่งอย่างนายไบเดนอดีตรองประธานาธิบดีในปีนี้เป็นไปอย่างเข้มข้นโดยคาดว่าจะมีผู้ออกมาใช้สิทธิสูงถึง150ล้านคนในปีนี้ซึ่งสูงเป็นประวัติการณ์ในรอบหลายทศวรรษที่ผ่านมา

ทรัมป์ยอมรับสหรัฐวืดออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจก่อนเลือกตั้ง

ประธานาธิบดีโดนัลด์ทรัมป์ยอมรับว่าสหรัฐอาจไม่สามารถออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจรอบใหม่เพื่อเยียวยาผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19ได้ก่อนการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐในวันที่3พ.ย.นี้เนื่องจากทำเนียบขาวไม่สามารถประสานความคิดเห็นที่แตกต่างกับบรรดาสมาชิกพรรครีพับลิกันในวุฒิสภาและสมาชิกพรรคเดโมแครตในสภาคองเกรส      “หลังจากการเลือกตั้งผ่านพ้นไปแล้วเราคงจะมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่ดีที่สุดเท่าที่ผมเคยเห็นมา” ปธน.ทรัมป์กล่าวกับผู้สื่อข่าวที่ทำเนียบขาวก่อนที่จะเดินทางไปหาเสียงปธน.ทรัมป์และนางแนนซีเพโลซีประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐต่างก็กล่าวโทษกันเกี่ยวกับความล่าช้าในการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจรอบใหม่วงเงิน2ล้านล้านดอลลาร์เพื่อช่วยเหลือประชาชนที่ถูกกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19     “เราพยายามพูดเรื่องนี้เพราะประชาชนของเราควรได้รับความช่วยเหลือนี้แต่แนนซีเพโลซีสนใจแค่การกอบกู้รัฐและเมืองที่เป็นฐานเสียงของพรรคเดโมแครตเท่านั้น” ปธน.ทรัมป์กล่าวการแสดงความเห็นของปธน.ทรัมป์สอดคล้องกับที่นางเคย์ลีจ์แมคเอนนานีโฆษกทำเนียบขาวกล่าวยอมรับว่ารัฐบาลและพรรคเดโมแครตคงไม่สามารถบรรลุข้อตกลงในการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจได้ทันก่อนการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐในวันที่3พ.ย.   ทั้งนี้นางแมคเอนนานีตำหนินางเพโลซีที่เรียกร้องมากเกินไปโดยกล่าวว่า “โอกาสริบหรี่ลงเมื่อมีคนอย่างแนนซีเพโลซีมาทำหน้าที่ประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐซึ่งเมื่อคุณพิจารณาข้อเสนอของพวกเขาข้อเสนอเหล่านี้ก็ยังคงค้างคาอยู่”

“โนวาแวกซ์” เลื่อนการทดลองวัคซีนโควิดในสหรัฐไปจนถึงสิ้นเดือนพ.ย.

โนวาแวกซ์ (Novavax) ซึ่งเป็นบริษัทผลิตวัคซีนรายใหญ่ของสหรัฐประกาศเลื่อนการทดลองวัคซีนต้านไวรัสโควิด-19เฟสสุดท้ายในสหรัฐออกไปจนถึงสิ้นเดือนพ.ย.ปีนี้เนื่องจากความล่าช้าในกระบวนการผลิตอย่างไรก็ตามโนวาแวกซ์ไม่ได้ระบุชัดเจนว่าจะดำเนินการทดลองวัคซีนดังกล่าวในสหรัฐได้เมื่อใดขณะเดียวกันโนวาแวกซ์ระบุว่าทางบริษัทคาดว่าจะได้รับข้อมูลผลการทดสอบเฟส3ในอังกฤษในช่วงไตรมาสแรกของปี2564และอาจเป็นจุดเริ่มต้นในการอนุมัติวัคซีนทั่วโลก