ข้ามไปยังทูลบาร์
ตุลาคม 23, 2020

วิเคราะห์ราคาทองคำ 29 ก.ย.63(ภาคเช้า) by YLG

Spread the love

โดย  : บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (YLG)

คำแนะนำ :

เน้นการซื้อขายเก็งกำไรระยะสั้น พิจารณาขายเพื่อหวังทำกำไรช่วงสั้นหากไม่ผ่านแนวต้าน 1,890 ดอลลาร์ต่อออนซ์  (ตัดขาดทุนหากราคายืนเหนือ 1,890 ดอลลาร์ต่อออนซ์) เข้าซื้อคืนหรือเสี่ยงเปิดสถานะซื้อเพื่อทำกำไรระยะสั้นบริเวณแนวรับ 1,862-1,847 ดอลลาร์ต่อออนซ์

แนวรับ : 1,862 1,847 1,831  แนวต้าน : 1,890 1,806 1,921

จจัยพื้นฐาน :

ราคาทองคำวานนี้ปิดปรับตัวเพิ่มขึ้น 19.79  ดอลลาร์ต่อออนซ์  โดยราคาทองคำได้รับแรงหนุนจากการกลับมาอ่อนค่าของสกุลเงินดอลลาร์ ทั้งนี้  ดัชนีดอลลาร์อ่อนค่าเกือบ -0.3% โดยดอลลาร์ได้รับแรงกดดันจากแรงขายทำกำไร  หลังจากเพิ่งแตะระดับสูงสุดในรอบเกือบ 2 เดือนในวันศุกร์ที่ผ่านมา  ขณะที่ค่าเงินปอนด์พุ่งขึ้นวานนี้ขานรับความหวังที่ว่าอังกฤษจะสามารถบรรลุข้อตกลงการค้ากับ EU ได้ภายในเดือนต.ค. หลังนายมารอส เซฟโควิช รองประธานคณะกรรมาธิการยุโรป (EC) เผยว่า EU จะไม่ยกเลิกการเจรจาการค้ากับอังกฤษ แม้ว่าอังกฤษกำลังผลักดันให้ร่างกฎหมาย Internal Market Bill ผ่านการอนุมัติจากรัฐสภาก็ตาม ซึ่งการพุ่งขึ้นของเงินปอนด์กดดันดอลลาร์เพิ่ม  ประกอบกับนักลงทุนกลับมาเปิดรับความเสี่ยง(Risk on)อีกครั้ง  รับความหวังว่าทำเนียบขาวและพรรคเดโมเครตจะบรรลุข้อตกลงการออกมาตรการเยียวยาเศรษฐกิจรอบใหม่ เพื่อลดผลกระทบจากการแพร่ระบาดของCOVID-19 สถานการณ์ดังกล่าวลดทอนความต้องการดอลลาร์ในฐานะสกุลเงินปลอดภัย  ปัจจัยที่กล่าวมาหนุนให้ราคาทองคำพุ่งขึ้นจากระดับต่ำสุดบริเวณ 1,848.22 ดอลลาร์ต่อออนซ์ที่ราคาลงไปทดสอบในระหว่างวัน  ด้านกองทุน SPDRถือครองทองเพิ่ม +2.05 ตัน  สำหรับวันนี้  ติดตามการเปิดเผยตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐ  อาทิ  สต็อกสินค้าคงคลังภาคค้าส่ง, ดัชนีราคาบ้าน โดย S&P/CS และดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคจาก CB

จจัยทางเทคนิค :

หลังจากราคาทองคำทดสอบแนวรับโซน 1,848-1,847 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แล้วสามารถยืนได้จึงเกิดแรงซื้อพยุงราคาไว้ อย่างไรก็ตาม  หากการปรับตัวขึ้นราคาไม่ผ่านโซนแนวต้านระยะสั้นอยู่ที่ 1,890 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ประเมินว่ายังเป็นการแกว่งตัวในกรอบเดิม และแนวรับระยะสั้นบริเวณแนวรับโซน 1,862-1,847 ดอลลาร์ต่อออนซ์

กลยุทธ์การลงทุน :

ซื้อขายเพื่อเก็งกำไรระยะสั้นจากการแกว่งตัวในกรอบ หากราคาดีดตัวขึ้นให้พิจารณาโซน 1,890 ดอลลาร์ต่อออนซ์เป็นจุดเปิดสถานะขายทำกำไร (ลดพอร์ตสถานะขายลงหากราคายืนเหนือโซน 1,890 ดอลลาร์ต่อออนซ์) และทยอยเข้าซื้อคืน หรือ เปิดสถานะซื้อเพื่อทำกำไรระยะสั้นบริเวณ 1,862-1,847 ดอลลาร์ต่อออนซ์

ข่าวสารประกอบการลงทุน :

  • (+) EU ยันไม่ยกเลิกเจรจาการค้า แม้อังกฤษหนุนร่างกฎหมาย Internal Market Bill  นายมารอส เซฟโควิช รองประธานคณะกรรมาธิการยุโรป (EC) ซึ่งเป็นองค์กรบริหารของสหภาพยุโรป (EU) กล่าวว่า EU จะไม่เป็นฝ่ายที่ยกเลิกการเจรจาการค้ากับอังกฤษ แม้ว่าอังกฤษกำลังผลักดันให้ร่างกฎหมาย Internal Market Bill ผ่านการอนุมัติจากรัฐสภา  “ร่างกฎหมาย Internal Market Bill ของอังกฤษได้สร้างปัญหาที่ยากลำบากทางการเมือง และร่างกฎหมายดังกล่าวได้ละเมิดความไว้วางใจของทั้งสองฝ่าย แต่ EU จะไม่เป็นฝ่ายยุติการเจรจาการเป็นหุ้นส่วนทางการค้าในอนาคตกับอังกฤษ” นายเซฟโควิชกล่าว
  • (+) จีนขานรับ WTO หลังตัดสินสหรัฐละเมิดกฎการค้าระหว่างประเทศ  นายจ้าง เซียงเฉิน เอกอัครราชทูตจีนประจำองค์การการค้าโลก (WTO) ขานรับคำตัดสินของ WTO ที่ระบุว่า การที่สหรัฐเรียกเก็บภาษีเพิ่มเติมต่อสินค้านำเข้าจากจีนมูลค่ามากกว่า 2 แสนล้านดอลลาร์ในปี 2561 ถือเป็นการละเมิดกฎระเบียบการค้าระหว่างประเทศ  “เราเห็นว่าคำตัดสินของ WTO ไม่มีอคติและยุติธรรม ซึ่งเราหวังว่าคำตัดสินนี้จะช่วยแก้ไขข้อพิพาทระหว่างจีนและสหรัฐ” นายจ้างกล่าว
  • (+) ดอลล์อ่อน เหตุนักลงทุนขายสินทรัพย์ปลอดภัยหลังตลาดหุ้นพุ่ง  ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (28 ก.ย.) เนื่องจากนักลงทุนเทขายดอลลาร์ในฐานะสินทรัพย์ที่ปลอดภัย หลังจากตลาดหุ้นนิวยอร์กพุ่งขึ้นขานรับความหวังเกี่ยวกับการออกมาตรการเยียวยาเศรษฐกิจรอบใหม่ของสหรัฐ ขณะที่เงินปอนด์พุ่งขึ้นหลังมีสัญญาณบวกว่า อังกฤษจะสามารถบรรลุข้อตกลงการค้ากับสหภาพยุโรป (EU) ภายในเดือนต.ค.  ดัชนีดอลลาร์ ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน ลดลง 0.39% แตะที่ 94.2730 เมื่อคืนนี้  ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับเงินเยน ที่ระดับ 105.52 เยน จากระดับ 105.60 เยน และอ่อนค่าเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิส ที่ระดับ 0.9245 ฟรังก์ จากระดับ 0.9288 ฟรังก์ นอกจากนี้ ดอลลาร์สหรัฐยังอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์แคนาดา ที่ระดับ 1.3371 ดอลลาร์แคนาดา จากระดับ 1.3395 ดอลลาร์แคนาดา  ยูโรแข็งค่าขึ้นแตะที่ระดับ 1.1664 ดอลลาร์ จากระดับ 1.1622 ดอลลาร์ ขณะที่เงินปอนด์แข็งค่าขึ้นสู่ระดับ 1.2837 ดอลลาร์ จากระดับ 1.2730 ดอลลาร์ ส่วนดอลลาร์ออสเตรเลียแข็งค่าขึ้นแตะที่ระดับ 0.7070 ดอลลาร์สหรัฐ
  • (-) เฟดดัลลัสเผยดัชนีภาคการผลิตพุ่งสูงสุดรอบ 2 ปีในเดือนก.ย.  ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) สาขาดัลลัส เปิดเผยผลสำรวจระบุว่า ดัชนีภาคการผลิตรัฐเท็กซัสพุ่งขึ้นสู่ระดับ 22.3 ในเดือนก.ย. ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 2 ปี จากระดับ 13.1 ในเดือนส.ค.  ดัชนีภาคการผลิตดีดตัวขึ้นติดต่อกัน 4 เดือน หลังจากทรุดตัวลงแตะระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ในเดือนเม.ย. โดยได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19
  • (+/-) ปธ.สภาผู้แทนฯสหรัฐชี้พรรคเดโมแครตเสนอร่างกม.เยียวยาโควิด-19 ฉบับใหม่  เมื่อวานนี้นางแนนซี เพโลซี ประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐระบุว่า สมาชิกสภาจากพรรคเดโมแครตเผยร่างกฎหมายเยียวยาโควิด-19 ฉบับใหม่วงเงิน 2.2 ล้านล้านดอลลาร์ ซึ่งเธอระบุว่า เป็นมาตรการประนีประนอมที่ลดต้นทุนของความช่วยเหลือเศรษฐกิจ  ในจดหมายถึงสมาชิกพรรคเดโมแครตจากสำนักงานของนางเพโลซี เธอระบุว่าร่างกฎหมายดังกล่าว “ได้รวมถึงงบประมาณก้อนใหม่ที่จำเป็นในการหลีกเลี่ยงหายนะสำหรับโรงเรียน, ธุรกิจรายย่อย, ร้านอาหาร, สถานที่จัดการแสดง, พนักงานสายการบิน และอื่นๆ”  เธอกล่าวว่า “พรรคเดโมแครตปฏิบัติตามคำมั่นเป็นอย่างดีในการประนีประนอมด้วยร่างกฎหมายที่ปรับปรุงแล้วฉบับนี้ เราสามารถเติมสิ่งสำคัญและลดต้นทุนของร่างกฎหมายด้วยการลดเวลาที่ครอบคลุมสำหรับขณะนี้”
  • (+/-) ดาวโจนส์ปิดพุ่ง 410.10 จุด ขานรับมาตรการเยียวยาศก.คืบหน้า  ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุนนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นเมื่อคืนนี้ (28 ก.ย.) ขานรับความคืบหน้าเกี่ยวกับการออกมาตรการเยียวยาเศรษฐกิจรอบใหม่ของสหรัฐ นอกจากนี้ ตลาดยังได้แรงหนุนจากการที่นักลงทุนเข้าช้อนซื้อหุ้นกลุ่มพลังงานและกลุ่มธนาคาร หลังจากหุ้นทั้งสองกลุ่มร่วงลงอย่างหนักในช่วงที่ผ่านมา  ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 27,584.06 จุด พุ่งขึ้น 410.10 จุด หรือ +1.51% ขณะที่ดัชนี S&P500 ปิดที่ 3,351.60 จุด เพิ่มขึ้น 53.14 จุด หรือ +1.61% ส่วนดัชนี Nasdaq ปิดที่ 11,117.53 จุด เพิ่มขึ้น 203.97 จุด หรือ +1.87%